หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวยุโรป7 ไฮไลท์ที่เที่ยวชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

7 ไฮไลท์ที่เที่ยวชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

ต่อไปบทความของผมจะหาพบได้ยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre) เป็นหมู่บ้านห้าแห่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี โดยเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค Liguria หมู่บ้านทั้งห้านี้ตั้งอยู่ริมทะเล และมีสิ่งก่อสร้างหลากสีพาสทาลที่ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้มอย่างงดงามมาก ทำให้ชิวเคว เตเร่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศอิตาลีไปโดยปริยายครับ

ในบทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับชิงเคว เตเร่อย่างคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre)

หมู่บ้านทั้งห้าของ Cinque Terre นั้นอยู่ติดกัน โดยตั้งอยู่เรียงรายตามชายฝั่งทะเลจากตะวันตกสู่ตะวันออกตามลำดับได้แก่

  • Monterosso al Mare
  • Vernazza
  • Corniglia
  • Manarola
  • Riomaggiore
Cinque Terre ที่เที่ยวสำคัญของอิตาลี
by iacomino FRiMAGES/ShutterStock

หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดคือ Monterosso al Mare และยังเก่าแก่ที่สุดด้วย โดยปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี ค.ศ.1056 ซึ่งในช่วงนั้นอยู่ในการปกครองของสาธารณรัฐเจนัว (Genoa) ครับ พอเข้าช่วงศตวรรษที่ 16 พื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกยกระดับเป็นแนวป้องกันการรุกรานของจักรวรรดิออตโตมัน ดังนั้นมีการสร้างป้อมปราการและค่ายคูหอรบขึ้นมาจำนวนหนึ่ง

ในช่วงศตวรรษที่ 19 ได้มีการสร้างทางรถไฟเชื่อมชิงเคว เตเร่เข้ากับเมืองใหญ่ของอิตาลีอย่างเจนัว ทำให้การคมนาคมสะดวกมากขึ้น และส่งผลให้หมู่บ้านทั้งห้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลทุกปีมาจนถึงปัจจุบันครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปชิงเคว เตเร่ (Cinque Terre) ทำอย่างไร

วิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดคือการนั่งรถไฟมาจากเมืองใหญ่อย่างเจนัว (Genoa) มิลานหรือแม้กระทั่งปิซ่า (Pisa) โดยรถไฟจะจอดที่สถานี Riomaggiore หรือ Monterosso ซึ่งคุณสามารถลงเพื่อเริ่มต้นทริปชิงเคว เตเร่ของคุณได้ครับ

ส่วนอีกตัวเลือกหนึ่งก็คือเช่ารถแล้วขับไปเที่ยวหมู่บ้านทั้งห้าด้วยตัวเองครับ ซึ่งจะให้ความเป็นส่วนตัวและความยืดหยุ่นในการเดินทางครับ แต่คุณจะขับรถเข้าไปที่ใจกลางหมู่บ้านแต่ละแห่งไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกแห่งไม่ให้รถยนต์เข้า คุณจะต้องจอดรถและเดินเท้าเข้าไปครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก Consorzio Turistico Cinque Terre ซึ่งเป็นเว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวชิงเคว เตเร่ ผมแนะนำให้ตรวจสอบที่ต้นทางก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนได้ครับ

การสัญจรในชิงเคว่ เตเร่ทำอย่างไร?

การเดินทางในหมู่บ้านทั้งห้านั้นง่ายมากด้วยรถไฟ 5 Terre Express เชื่อมระหว่างหมู่บ้านทุกแห่ง ทำให้การสัญจรง่ายดายและสะดวกสบายครับ

ในช่วงเดือนกลางมีนาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายนนั้น คุณอาจจะซื้อ Cinque Terre Treno MS Card ซึ่งราคานั้นจะเริ่มต้นที่ 18.2 ยูโรต่อ 1 วัน หลังจากซื้อแล้วคุณจะนั่งรถไฟไปมาในหมู่บ้านทั้ง 5 ได้ไม่จำกัดเที่ยวครับ แต่ในช่วงฤดูหนาวนั้นซื้อแบบเที่ยวเดียวเลยจะดีกว่า เพราะรถไฟจะมีน้อยครับ ทำให้ใช้บัตรได้ไม่คุ้มเท่าไร

สำหรับใครที่รักในการเดิน คุณสามารถเดินระหว่างหมู่บ้านทั้งห้าได้ครับ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณชมทัศนียภาพระหว่างทางอันสวยงามได้อย่างเต็มๆ ตา แต่บางเส้นทางจะไม่ฟรี ทว่าถ้าคุณซื้อ Cinque Terre Treno MS Card ด้านบนไปแล้ว คุณจะไม่ต้องจ่ายเพิ่มครับ

1. Monterosso al Mare

หมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในชิงเคว เตเร่ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับนักท่องเที่ยวมากที่สุด ตัวหมู่บ้านมีหาดทรายที่สวยงาม ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ซึ่งนักเดินทางนิยมมาพักเมื่อมาเยือนซิงเคว เตเร่ครับ

ตัวหมู่บ้านแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ นั่นคือส่วนเมืองเก่า (Old Town) ที่มีปราสาทโบราณ และถนนเก่าแก่ที่ประวัติย้อนไปได้ถึงยุคกลาง และ Fegina ย่านเมืองใหม่ ส่วนที่มีหาดทรายอันสวยงามครับ

Monterosso al Mare
by PhotoFires/ShutterStock

สถานที่ซึ่งคุณน่าไปเยี่ยมเยือนได้แก่

  • Church of San Giovanni Battista – โบสถ์เก่าแก่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในสถาปัตยกรรมผสมโกธิค-เจนัว ด้านในมีภาพเขียนสีเฟรสโกที่จำลองเหตุการณ์การรับศีลจุ่มของพระเยซูคริสต์ที่งดงามมากครับ
  • Torre Aurora – หอคอยโบราณที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันหมู่บ้านจากเหล่าโจรสลัด ในปัจจุบันหอคอยได้ถูกเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ซึ่งคุณสามารถไปลิ้มรสอาหารอิตาเลียนพร้อมกับชมวิวสวยๆ ของท้องทะเลได้ครับ
  • Il Gigante – รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (โพไซดอน) สูง 14 เมตรตั้งอยู่สุดชายหาด Fegina Beach ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงสัญลักษณ์ของที่นี่ แต่การทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองได้ทำให้รูปปั้นเสียแขนไป และกลายเป็นรูปปั้นพิการมาจนถึงปัจจุบันครับ
  • Soviore Sanctuary – อารามเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 15 ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาสูง 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล
  • Fegina Beach – หาดสวยๆ ที่ให้นักเดินทางได้ชมวิวสวยๆ ของท้องทะเลครับ
Fegina Beach
by fokke baarssen/ShutterStock

เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องการปลูกเลมอนมากว่าหลายร้อยปี ในเสาร์ที่สามของเดือนพฤษภาคมจะมีเทศกาล Lemon Festival ซึ่งตัวหมู่บ้านจะถูกตบแต่งด้วยผลเลมอนอย่างสวยงาม และชาวบ้านจะนำผลิตภัณฑ์จากเลมอนแบบ homemade มาวางขาย อย่างเช่น limoncello ที่เลื่องลือไปจนถึง torta al limone ขนมหวานรสชาติเยี่ยมครับ

2. Vernazza

Vernazza เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีอาคารสีพาสเทลอันสวยงามเรียงรายไปตามหน้าผาที่ลาดลงไปสู่ท้องทะเล เพราะฉะนั้นที่นี่จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีครับ

by Minoli/ShutterStock

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจในหมู่บ้านแห่งนี้ได้แก่

  • Doria Castle – ปราสาทซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้ปกป้องหมู่บ้านจากการรุกรานและปล้นสะดมของโจรสลัด ปัจจุบันตัวหอคอยบางส่วนยังคงหลงเหลืออยู่ครับ
  • Santa Margherita di Antiochia – โบสถ์ที่สร้างบนหินผาที่ลาดลงทะเล สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 13

สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือการเดินและถ่ายรูปบ้านสีพาสเทลที่สวยงามและโดดเด่น รวมไปถึงเดินเทรคตามเส้นทางที่จัดไว้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คุณได้ชมความงามของหมู่บ้านจากมุมสูงแบบเต็มๆ ตาครับ

3. Corniglia

Corniglia เป็นหมู่บ้านที่ต่างจากที่อื่นในชิงเคว เตเร่ นั่นก็คือไม่ได้สร้างบนหน้าผาลาดลงไปริมทะเล แต่ทั้งหมู่บ้านตั้งอยู่บนหน้าผาซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100 เมตรครับ วิธีการเข้าถึงมีวิธีเดียวนั่นคือขึ้นบันไดไป 382 ขั้นครับ แต่บันไดไม่ได้ชันอะไรมากนัก ทำให้เดินไม่ยากจนเกินไป

ด้วยความยากในการเข้าถึงทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวน้อยที่สุด และยังรักษาวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมไว้ได้ โดยที่ไม่ได้สูญเสียไปให้กับรายได้จากการท่องเที่ยวครับ

Corniglia
by Andrew Mayovskyy/ShutterStock

ในหมู่บ้านมีสถานที่ท่องเที่ยวไม่มากนัก หนึ่งในนั้นได้แก่โบสถ์ Church of San Pietro แบบโกธิค-เจนัวซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 14 และมีการตบแต่งด้านในที่วิจิตรสวยงามครับ

หนึ่งกิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาดจริงๆ คือการชมวิวตะวันตกดิน เพราะบรรยากาศนั้นสุดแสนจะโรแมนติก และให้ความทรงจำดีๆ ให้กับคู่รักไปได้ตลอดกาลเลยครับ

4. Manarola

Manarola เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านของชิงเคว เตเร่ที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงาม อาคารสีพาสเทลที่สร้างขึ้นด้วยสไตล์เจนัวเดิมนั้นเรียงรายไปตามภูผาอันสูงชัน ด้วยบรรยากาศที่โรแมนติกและน่ารัก ที่นี่จึงเป็นที่นิยมในหมู่คู่รักที่มาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์และพักผ่อนหย่อนใจชมวิวครับ

Manarola หนึ่งในหมู่บ้านอันเป็นที่เที่ยว Cinque Terre ที่คุณไม่ควรพลาด
by Sean Pavone/ShutterStock

สิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดในหมู่บ้านคือโบสถ์ Church of San Lorenzo ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 รวมไปถึงหอระฆังที่อยู่ตรงข้าม ซึ่งคุณสามารถไปชมได้ครับ

นักเดินทางที่อยากชมวิวสวยๆ ของเมืองมักจะเดินทางไปที่ Nessun Dorma บาร์ที่ว่ากันว่าวิวเทพที่สุดของเมือง ช่วยให้คุณชมวิวสวยๆ พร้อมกับรับประทานของว่างอย่าง bruschettas ไปพร้อมๆ กันครับ

Manarola
by Aliaksandr Antanovich/ShutterStock

สำหรับใครที่รักการผจญภัย หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมคือกระโดดจากหน้าผาลงไปสู่ท้องทะเลครับ ซึ่งท้องทะเลของที่นี่จะลึกพอสมควร ทำให้การกระโดดทำได้โดยไม่อันตราย แต่แน่นอนว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ดังนั้นถ้าอยากจะกระโดดก็ต้องรับความเสี่ยงครับ

5. Riomaggiore

Riomaggiore เป็นหมู่บ้านที่อยู่ทางใต้และตะวันออกสุดของชิงเคว เตเร่ ลักษณะภูมิประเทศของที่นี่จะคล้ายกับ Manarola ครับ แต่จะมีปราสาทสมัยยุคกลางอย่าง Castle of Riomaggiore ตั้งอยู่ด้วย ซึ่งที่นี่เป็นจุดชมวิวตัวหมู่บ้านและท้องทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งครับ

Riomaggiore
by Neirfy/ShutterStock

ด้านในหมู่บ้านมีศาสนสถานอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น San Giovanni Battista ที่มีอายุเกือบ 700 ปี และ Sanctuary of Madonna di Montenero อารามโบราณที่เป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของ Cinque Terre เลยทีเดียว แห่งหลังนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

6. เดินเทรค

หนึ่งในกิจกรรมยอดนิยมและไม่ควรพลาดอย่างยิ่งที่ Cinque Terre (โดยเฉพาะถ้าคุณมีสุขภาพกายที่เอื้ออำนวย) คือการเดินเทรคครับ ที่นี่มีหลายเส้นทางด้วยกัน แต่เส้นทางที่ยอดนิยมได้แก่

เดินเทรคที่ Cinque Terre
by Simon Dannhauer/ShutterStock
  • Sentiero Azzurro – เนื่องจากหมู่บ้านทั้งห้าตั้งอยู่เรียงรายกันตามชายฝั่งทะเล ทำให้เส้นทางนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน นั่นคือการเดินจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งไปยังหมู่บ้านถัดไปนั่นเอง ระยะทางจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 กิโลเมตรครับ ส่วนที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Monterosso al Mare ไปยัง Vernazza และจาก Vernazza ไปยัง Cornigila ครับ
  • Il Sentiero del Crinale – เส้นทางเดินเก่าแก่ซึ่งเชื่อกันว่ามีความเป็นมาตั้งแต่ยุคโรมัน เส้นทางนี้ยาว 40 กิโลเมตร โดยเริ่มจากเมือง Levanto ไปยัง Riomaggiore ซึ่งจะส่วนสำคัญของเส้นทางจะผ่าน Cinque Terre ครับ
  • Via dei Santuari – เส้นทางที่เชื่อมโบสถ์และอารามที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนที่นี่เอาไว้ด้วยกัน โดยจะเริ่มต้นที่ Soviore Sanctuary ใน Monterosso al Mare และไปสิ้นสุดที่ Sanctuary of Madonna di Montenero ครับ

7. พายเรือคายัค

สำหรับใครที่อยากได้กิจกรรมที่สนุกและท้าทายทักษะทางด้านร่างกายเสียหน่อย คุณสามารถจองทัวร์คายัคได้ครับ ไกด์จะพาคุณและนักเดินทางอื่นๆไปชมจุดสวยใน Cinque Terre ซึ่งอาจจะชมได้จากท้องทะเลเท่านั้น รับรองว่าสนุก ตื่นเต้น และได้เหงื่ออย่างแน่นอนครับ

พายเรือคายัดที่ Cinque Terre
by Amy Laughinghouse/ShutterStock

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

Most Popular

error: Content is protected !!