หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น6 ที่เที่ยวเอจิเซ็น (Echizen) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

6 ที่เที่ยวเอจิเซ็น (Echizen) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

เอจิเซ็น (Echizen) เป็นเมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุอิที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เอจิเซ็นมีชื่อเสียงมากในเรื่องของปูหิมะ หรือ ปูเอจิเซ็น (Echizen Crab) ที่รสชาติและคุณภาพไม่แพ้ที่ใดในญี่ปุ่นครับ

ในบทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำให้คุณรู้จักกับเมืองเอจิเซ็นคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเมืองเอจิเซ็น (Echizen)

เอจิเซ็นเป็นเมืองริมทะเลที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยตั้งแต่ยุคนารา (ศตวรรษที่ 8) โดยเริ่มต้นเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่องเครื่องปั้นดินเผา ก่อนที่จะเติบโตขึ้นจนมีสถานะเป็นเมืองหลวงของจังหวัดชื่อเหมือนกันครับ

ด้วยความที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณตอนกลางของประเทศ เหล่าไดเมียวจึงเข้าสัประยุทธ์เข้าแย่งชิงพื้นที่บริเวณนี้แทบจะทุกยุคทุกสมัย ส่งผลให้มีการสร้างป้อมปราการและปราสาทหลายแห่งเพื่อป้องกันพื้นที่และชะลอการรุกรานของศัตรูครับ

ในช่วงยุคเซ็นโกกุ เอจิเซ็นอยู่ในการปกครองของตระกูลอาซะคุระ (Asakura) ที่ได้ทำนุบำรุงพื้นที่บริเวณดีอย่างดีจนเจริญขึ้นมาก แต่ตระกูลอาซะคุระกลับเสียทีให้กับโอดะ โนบุนากะ พื้นที่ส่วนนี้จึงถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนให้กับไดเมียวสามคน โดยผู้ที่ได้ปกครองเมืองเอจิเซ็นคือ มาเอดะ โทชิอิเอะครับ

หลังจากที่ตระกูลโตกุกาวะได้เป็นโชกุน พื้นที่ในจังหวัดฟุกุอิได้ถูกส่งมอบให้กับยูกิ ฮิเดะยาสุ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนสกุลของตนเองเป็นมัตสึไดระ (Matsudaira) ซึ่งรวมไปถึงเอจิเซ็นด้วย อย่างไรก็ดีผู้ที่ปกครองเอจิเซ็นนั้นคือตระกูลฮอนดะที่ถูกส่งมาเป็นที่ปรึกษาของยูกิ ฮิเดะยาสุอีกทีหนึ่ง

ตระกูลฮอนดะได้ซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่เสียหายจากไฟสงครามในช่วงยุคเซ็นโกกุ และได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ช่วยให้เศรษฐกิจของเมืองก้าวกระโดดครับ ตระกูลฮอนดะได้ปกครองเอจิเซ็นและพื้นที่ส่วนอื่นในจังหวัดฟุกุอิมานานสองร้อยกว่าปี หรือกว่าเก้าชั่วคนด้วยกัน ก่อนที่รัฐบาลเมจิจะล้มเลิกระบอบไดเมียวในช่วงศตวรรษที่ 19 ครับ

ปัจจุบันเอจิเซ็นเป็นเมืองเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมสำคัญของจังหวัดฟุกุอิ แต่ด้วยความที่การเดินทางไม่สะดวกสบายเหมือนกับจังหวัดอื่นๆ (ไม่มีชินคันเซนผ่าน แต่จะเปิดช่วงต้นปี 2024) ทำให้นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนน้อยมากครับ ด้วยเหตุนี้เอจิเซ็นยังหลงเหลือวิถีชีวิตแบบญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ให้สัมผัสอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเอจิเซ็นทำอย่างไร?
  • ชินคันเซน + รถไฟ – วิธีนี้ใช้เดินทางไปเอจิเซ็นได้จากโตเกียว นาโกย่า โอซาก้า หรือเกียวโตครับ ขั้นแรกคุณจะต้องนั่ง Tokaido Shinkansen (Kodama ทุกขบวน และ Hikari บางขบวน ถ้าจะนั่ง Nozomi ต้องเปลี่ยนรถครับ) ไปยังสถานี Maibara Station ในจังหวัดชิงะ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นรถไฟ Limited Express Shirasagi ที่วิ่งบน Hokuriku Main Line ไปยังสถานี Takefu Station ซึ่งอยู่ในเมืองเอจิเซ็นครับ ตรวจสอบวิธีการเดินทางได้ที่เว็บของ JR West ครับ

อย่างไรก็ดีวิธีนี้จะล้าสมัยในช่วงปี ค.ศ.2024 เพราะคุณจะนั่ง Hokuriku Shinkansen จากสถานีโตเกียว (หรือสถานีอื่นๆที่รถไฟผ่านอย่างเช่นคารุอิซาวะ หรือคานาซาว่า) ไปลงที่สถานี Echizen-Takefu Station ที่อยู่ในเมืองเอจิเซ็นได้โดยตรงครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก เว็บไซต์ทางการของ Echizen Tourism ผมแนะนำให้ตรวจสอบที่ต้นทางก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนได้ครับ

1. หมู่บ้านวาชิ

หมู่บ้านวาชิ (Washi Village) เป็นหมู่บ้านที่นำเสนอกรรมวิธีทำกระดาษแบบญี่ปุ่น หรือ วาชิที่มีความเป็นมากว่า 1,500 ปีให้กับผู้สนใจ คุณจะได้เรียนรู้และชมการทำกระดาษแบบโบราณตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ซึ่งหาชมได้ยากมาก แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเองก็ตามครับ

หมู่บ้านวาชิ
by gorosan/ShutterStock

นอกจากนี้ใครที่สนใจจริงๆ สามารถเลือกลองทำกระดาษด้วยตนเอง และตบแต่งอย่างประณีตด้วยสองมือของคุณด้วยครับ

2. หมู่บ้านโซบะเอจิเซ็น

เมืองเอจิเซ็นนั้นมีชื่อเสียงในเรื่องโซบะมาเป็นเวลายาวนานแล้ว โอโรชิโซบะ (Oroshi Soba) เป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักชิมมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งถ้าคุณอยากจะศึกษาขั้นตอนการผลิตแบบลงลึกละเอียด คุณสามารถไปชมได้ที่หมู่บ้านโซบะเอจิเซ็น (Echizen Soba Village) แห่งนี้ครับ

by sasazawa/ShutterStock

ในหมู่บ้านนั้นจะมีโรงงานทำโซบะที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ คุณจะได้ทราบกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะได้ลงมือทำเส้นโซบะด้วยตนเองด้วยครับ

3. หมู่บ้านมีดทาเคฟุ

ตั้งแต่เมื่อ 700 ปีก่อน เอจิเซ็นนั้นได้ส่งออกมีดที่คมกริบ ตั้งแต่มีดที่ใช้ตัดกระดาษไปจนถึงมีดเล่มใหญ่ที่ใช้ทำครัว หรือแม้กระทั่งมีดที่ใช้ในการเกษตรและประโยชน์อื่นๆ มากมาย ปัจจุบันคุณสามารถมาชมกรรมวิธีโบราณในการผลิตมีดคุณภาพเยี่ยมได้ที่หมู๋บ้านมีดทาเคฟุ (Takefu Knife Village) แห่งนี้ครับ

นอกจากนี้ถ้าคุณสนใจ ช่างทำมีดมือฉมังจะสอนคุณลับและผลิตมีดสำหรับทำครัวที่ใช้หั่นและตัดทุกสิ่งให้ขาดอย่างง่ายดายอีกด้วยครับ

4. หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเอจิเซ็น

หมู่บ้านเครื่องปั้นดินเผาเอจิเซ็น (Echizen Pottery Village) เป็นสถานที่ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้การทำเครื่องปั้นดินเผาของเอจิเซ็นที่มีความเป็นมาย้อนไปได้ถึงสมัยนารา คุณจะได้เห็นเครื่องปั้นดินเผาหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งบางชิ้นนั้นใหญ่โตอลังการเลยทีเดียว

นอกจากนี้ใครที่สนใจยังสามารถเข้า workshop และลองปั้นเครื่องปั้นดินเผา หรือตบแต่งชิ้นที่ปั้นเสร็จสิ้นแล้วได้อีกด้วยครับ

5. ชิมปูเอจิเซ็น

ปูเอจิเซ็น (Echizen Crab) คือสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองแห่งนี้ก็ว่าได้ ปูชนิดนี้นั้นจะมีให้รับประทานในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเมืองมีนาคมของทุกปี ทั้งนี้เหล่าพ่อค้าจะติดป้ายสีเหลืองเอาไว้กับตัวปูในตลาด เพื่อแสดงถึงความพิเศษว่าเป็นปูที่จับมาจากน่านน้ำของเอจิเซ็นจริงๆ ครับ

ปูเอจิเซ็น (Echizen Crab)
by Khun Ta/ShutterStock

คุณภาพของปูเอจิเซ็นนั้นมีชื่อเสียงเลื่องลือเพราะกรรมวิธีรักษาและการปรุงอาหารที่ยากและซับซ้อน บ้างว่าชาวประมงส่วนใหญ่นั้นต้องใช้เวลาสิบปีในการเรียนรู้วิธีการดูว่าปูตัวไหนดีหรือไม่ดี ส่วนการปรุงเมนูที่ใช้ปูเอจิเซ็นที่ถูกต้องนั้นอาจจะต้องเรียนรู้แบบไม่มีวันจบสิ้นเลยทีเดียว

เนื้อปูชนิดนี้นั้นไม่ว่าจะทำไปทำอะไรก็อร่อย ตั้งแต่กินสดเป็นซาชิมิไปจนถึงย่างและทำเป็นชาบูชาบูครับ

6. แช่ออนเซ็น

กิจกรรมสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงคือการแช่ออนเซ็นครับ ซึ่งออนเซ็นส่วนมากของที่นี่จะเป็นแบบกลางแจ้งเปิดโล่งไปยังทะเลญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นคุณจะได้ชมวิวสุดสวยของชายฝั่งเอจิเซ็น (Echizen Coast) ระหว่างที่แช่น้ำผ่อนคลายความเหนื่อยล้า แน่นอนว่าเป็นประสบการณ์ที่สุดแสนจะฟินครับ

จุดที่น่าสนใจได้แก่ Echizen Tamagawa Onsen, Kuriya Onsen และ Nanbu Onsen ครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!