หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวยุโรป7 ที่เที่ยวเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

7 ที่เที่ยวเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

-

เพิ่มเพื่อน

เอนเกลเบิร์ก (Engelberg) เป็นหมู่บ้านในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นหูเท่าไรนัก แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นทิตลิส (Titlis) แล้วน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง เพราะเอนเกลเบิร์กเป็นปากทางสู่ยอดเขาทิตลิสนั่นเองครับ และแน่นอนว่าเป็นหมู่บ้านรีสอร์ทที่นักเดินทางนิยมไปพักผ่อนกันด้วย

บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับเอนเกลเบิร์กคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

Affiliate Disclosure: เพื่อความโปร่งใส ผมขอแจ้งให้ทราบว่าในบทความมี Affiliate Links อยู่ นั่นแปลว่าผมอาจจะได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากผู้ให้บริการ ถ้าคุณจองบริการต่างๆ ผ่านทางลิงค์ในบทความครับ

รู้จักเอนเกลเบิร์ก (Engelberg)

สภาพทางภูมิศาสตร์ของเอนเกลเบิร์กนั้นอยู่ตรงกลางของประเทศสวิสเซอร์แลนด์พอดิบพอดี โดยเป็นหุบเขาในแนวภูเขาชื่อ Uri Alps เพราะฉะนั้นรอบหมู๋บ้านคือยอดเขาสูงชัน ซึ่งมียอดเขาทิตลิส (Titlis) ที่สูง 3,238 เมตรเปรียบเหมือนหัวหน้าของหมู่เขาทั้งมวลครับ

เอนเกลเบิร์กปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 12 เพราะมีการสร้างโบสถ์คริสต์ชื่อ Engelberg Abbey ขึ้นที่หุบเขาแห่งนี้ หลังจากนั้นตัวเมืองก็เงียบสงบมาโดยตลอด และได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในสมัยศตวรรษที่ 19 ครับ

หมู่บ้านเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) ในช่วงฤดูหนาว
by YuriFineart/ShutterStock

หลังจากเป็นส่วนหนึ่งของประเทศใหม่แล้ว เอนเกลเบิร์กเริ่มมีชื่อเสียงในการเป็นเมืองท่องเที่ยวช่วงเวลาเดียวกับหมู่บ้านอื่นๆ ในสวิสเซอร์แลนด์ อย่างเช่นกรินเดลวัลด์ (Grindelwald) หรือเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) เพราะฉะนั้นถนนและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ จึงได้รับการพัฒนาขึ้นตามลำดับ ทำให้หมู่บ้านเจริญยิ่งขึ้น

ปัจจุบันเอนเกลเบิร์กจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของสวิสเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยากจะไปพิชิตยอดเขาทิตลิสครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) ทำอย่างไร?

ถ้าคุณอยู่ที่ซูริคหรือว่าเมืองใหญ่อื่นๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ คุณจะต้องนั่งรถไฟไปยังเมืองลูเซิร์น (Lucerne) ก่อน หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟ Zentralbahn ไปยังเอนเกลเบิร์กครับ ทั้งนี้คุณสามารถใช้ Swiss Pass ในการลดค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าไม่ได้ใช้ คุณสามารถใช้บริการ Omio ในการจองตั๋วและตรวจสอบรอบรถไฟได้ครับ

ไปเที่ยวเอนเกลเบิร์กช่วงไหนดี?

ช่วงฤดูหนาวนั้นเป็นช่วงที่เอนเกลเบิร์กจะกลายเป็นสรวงสรรค์แดนหิมะ บริเวณโดยรอบจะมีหิมะปกคลุมทั้งหมด ทำให้สวยงดงามเป็นที่สุด และเป็นช่วงที่นักเดินทางมากมายเดินทางไปเล่นสกีและกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ ครับ

ส่วนช่วงอื่นนั้นก็ยังคงสวยเช่นเดียวกัน โดยช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงยอดนิยมสำหรับการเดิน hiking เช่นเดียวกับปั่นจักรยาน และกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ แม้ว่าความสวยงามอาจจะไม่เท่ากับฤดูหนาว แต่คุณจะมีเวลาช่วงกลางวันมากกว่า และยังได้สัมผัสกับอากาศอันบริสุทธิ์ที่ไม่หนาวไปหรือร้อนไปครับ

ว่าด้วยสภาพอากาศ

สิ่งหนึ่งที่คุณต้องทราบในการไปเที่ยวภูเขาหิมะใดๆ ก็ตามก็คือ คุณมีโอกาสสูงไม่น้อยที่จะไม่เห็นอะไรเลย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะสภาพอากาศที่ย่ำแย่อย่างหนักในเวลาที่คุณไป แม้ว่าคุณจะเสียค่ากระเช้าขึ้นไปยังจุดชมวิวก็ตามครับ

ตอนที่ผมไปทริปสวิสนั้น ผมก็เผชิญชะตากรรมอย่างเดียวกัน นั่นคืออุตส่าห์ขึ้นกระเช้าไป แต่ทุกอย่างโดนหมอกบังหมด ทำให้ถือว่าไปเสียเที่ยวครับ โดยส่วนตัวผมอยากจะให้ทำใจไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะไม่รู้สึกเซ็งจนเกินไปครับ

Tip

สำหรับใครที่วางแผนไปเที่ยวเอนเกลเบิร์กและยังไม่ได้จองที่พัก ผมแนะนำให้อ่านบทความนี้เพื่อช่วยคุณประหยัดเวลาหาที่พักที่เหมาะสมครับ

1. ยอดเขาทิตลิส

ยอดเขาทิตลิส (Titlis) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของเอนเกลเบิร์ก และเป็นสาเหตุหลักที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่ ทั้งนี้คุณสามารถขึ้นกระเช้าไปยังจุดชมวิวที่สูง 3,062 เมตรได้ โดยกระเช้านั้นจะแบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรกคือ Titlis Xpress Gondola ที่จะพาคุณขึ้นไปยัง Middle Station และจากนั้น คุณจะต้องขึ้น Titlis Rotair เพื่อไปยังสถานีบนสุดซึ่งเป็นจุดหมายของคุณครับ เวลาที่ใช้ทั้งหมดจะอยู่ที่ 30 นาทีครับ

ความพิเศษของกระเช้านั้นอยู่ที่ Titlis Rotair เพราะกระเช้าที่คุณได้นั่งนี้จะหมุนได้แบบ 360 องศา เพราะฉะนั้นคุณจะได้ทัศนาวิวโดยรอบได้อย่างเต็มๆ ตา และถือว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของทริปได้เลยครับ

โปรดหลีกเลี่ยงวันที่ 4-15 พฤศจิกายนของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่กระเช้าปิดปรับปรุงครับ

ยอดเขาทิตลิส (Titlis) ที่เที่ยวอันดับ 1 ของเอนเกลเบิร์ก (Engelberg)
by alice-photo/ShutterStock

ด้านบนยอดเขาทิตลิสนั้นมีกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ อาทิเช่น

เดินเล่นที่ Titlis Cliff Walk – นี่คือสะพานแขวนที่สูงที่สุดในยุโรป โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 3,041 เมตร และมีความยาวประมาณ 500 เมตร ซึ่งพาคุณขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของยอดเขาทิตลิส วิวจากสะพานแห่งนี้สวยขั้นเทพ เพราะคุณจะมองเห็นแนวภูเขาได้แบบ 360 องศาเลยครับ แถมยังทำให้ใจเต้นตึกตักอีกด้วย

Titlis Cliff Walk
by Judith Linine/ShutterStock

Glacier Cave – ถ้ำน้ำแข็งที่อยู่ใต้ชั้นธารน้ำแข็งลึกลงไป 10 เมตร ตัวถ้ำจะแข็งเป็นน้ำแข็งตลอดทั้งปี ซึ่งคุณสามารถเดินชมและเก็บภาพความสวยงามเอาไว้ได้ ซึ่งในถ้ำนั้นจะสว่างมาก เพราะมีการเปิดไฟสวยๆ ด้านในครับ ทั้งนี้ในถ้ำจะมีอุณหภูมิประมาณ -1 องศาตลอดทั้งปี ถ้าคุณจะเข้าชมที่นี่ในช่วงอื่นของปี อย่าลืมตระเตรียมเสื้อกันหนาวให้เรียบร้อยด้วยครับ

Ice Flyer – สำหรับใครที่อยากสัมผัสธารน้ำแข็ง แต่ไม่อยากเปียกหรือเดินด้วยความเหน็ดเหนื่อย คุณสามารถนั่งกระเช้าห้อยขาอย่าง Ice Flyer ได้ ซึ่งจะพาคุณข้ามผ่านธารน้ำแข็งสีขาว และเห็นทัศนียภาพเบื้องล่างได้อย่างใกล้ชิดที่สุดครับ

Panorama Restaurant Titlis – หลังจากที่ทำกิจกรรมต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถไปใช้บริการร้านอาหารอย่าง Panorama Restaurant Titlis ได้ ซึ่งจากร้านแห่งนี้ คุณจะได้เห็นวิวสวยๆ ของภูเขาโดยรอบแบบพาโนรามาครับ

ทั้งนี้คุณสามารถซื้อตั๋วเหมารวมทุกกิจกรรมบนยอดเขาแห่งนี้ได้จากลิงค์ด้านล่างครับ

2. เล่นสกีและกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ

เอนเกลเบิร์ก ยอดเขาทิตลิส และบริเวณโดยรอบนั้นเป็นสวรรค์ของการเล่นสกี และกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ โดยคุณสามารถเลือกได้ระหว่างไปที่ Snow Park ที่จัดเตรียมทุกสิ่งไว้ให้แล้ว หรือว่าลุยเองแบบ Free Ride ครับ

สำหรับ Snow Park นั้นมีสองแห่งด้วยกัน แห่งแรกคือ Trübsee Snow Park สวนหิมะขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมหลากหลายให้เลือกเล่นได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากสกีแล้วยังมีสโนว์โมบิล จักรยานหิมะ นั่งลากเลื่อน เล่น Snowtubing หรือว่า Winter Walk หรือว่าอยากเรียนเล่นสกีก็มีสอนด้วยเช่นกันครับ เพราะฉะนั้นที่นี่จะเหมาะกับนักเดินทางส่วนใหญ่ครับ

แต่ถ้าคุณมีลูกน้อย และอยากให้เล่นสกีเป็นครั้งแรก คุณสามารถไปที่ Schmuggli’s Winterland ซึ่งเป็น Snow Park สำหรับเด็กโดยเฉพาะ โดยเด็กๆ จะได้เล่นทั้งสกีและสโนว์บอร์ด ภายใต้การดูแลของอย่างใกล้ชิดครับ

เล่นสกีที่ทิตลิส
Photo by Sophie Smith on Unsplash

ส่วนถ้าคุณเล่นสกีได้เก่งกาจและพร้อมจะ Free Ride ด้วยตัวเองนั้น ที่นี่มีเส้นทางที่เรียกว่า The Big 5 ซึ่งคุณสามารถเล่นได้อย่างเมามันส์ที่สุด ได้แก่ Laub, Galtiberg, Steinberg, Sulz และ Steintäli ทั้งนี้ Galtiberg จะยาวที่สุด (8 กิโลเมตร) โดยจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดนั้นต่างระดับกันถึงเกือบ 2,000 เมตรเลยครับ

หรือว่าถ้ายังไม่หนำใจ คุณสามารถเลือก Ski Tour เพิ่มเติมได้อีก 5 แห่ง (เรียกรวมกันว่า The High 5) โดยทริปที่นานที่สุดอย่าง Urner Haute Route นั้นจะใช้เวลาถึง 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว และรวมระยะทางถึง 45 กิโลเมตรครับ

สำหรับกิจกรรมอื่นๆ แนวเดียวกันที่น่าสนใจอย่าง Snowshoeing หรือ Cross-Country Skiing ก็มีให้ทำเช่นกัน โดยเส้นทางที่มีให้เลือกหลากหลายทีเดียวครับ

ระวัง! โปรดอ่าน!

สำหรับใครที่จะไป Free Ride นั้น ทางอุทยานแนะนำอย่างยิ่งให้จ้าง Mountain Guide ไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าราคาสูง แต่พวกเขาจะช่วยให้คุณปลอดภัยทั้งจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะหิมะถล่มครับ นอกจากนี้ก่อนออกเล่น โปรดตรวจสอบอุปกรณ์ทุกชนิดอย่างเคร่งครัด เฉพาะอย่างยิ่ง Avalanche Transceiver ครับ

ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ จะไม่รวมอยู่ในค่ากระเช้าที่คุณได้จองจากลิงค์ด้านบน ถ้าสนใจกิจกรรมไหน แน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นรายหัวต่อคนครับ

3. Engelberg Abbey

Engelberg Abbey เป็นอารามในคริสตศาสนาที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 และได้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่นี่ทุกยุคทุกสมัย ปัจจุบันศาสนสถานแห่งนี้ยังตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม และเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม และสัมผัสกับความสงบได้ครับ

ด้านในอารามนั้นได้รับการสร้างขึ้นในสไตล์ Baroque โดยตบแต่งด้วยภาพเขียนสีเฟรสโกที่ดูวิจิตรตระการตา และยังมีออแกนที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของสวิสเซอร์แลนด์อีกด้วยครับ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่น้อยคือชมโรงงานชีสที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอาราม ซึ่งตัวโรงแรมจำหน่ายอาหารจากชีส Engelberger Klosterkircher ที่รสชาติดีด้วย ถ้ามีโอกาสก็ไม่ควรพลาดชิมครับ

4. นั่งรถม้า

สำหรับใครที่อยากชมหมู่บ้านและหุบเขาโดยรอบ แต่ไม่อยากเดิน หรือว่าอยากได้ฟีลแบบย้อนยุคไปช่วงศตวรรษที่ 19 ผมแนะนำให้นั่งรถม้าครับ ซึ่งมีให้นั่งทั้งช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว

ทั้งนี้การนั่งจะมีสองแบบ แบบแรกคือ Village Tour ซึ่งจะใช้เวลา 30 นาที โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 50 CHF ส่วน Valley Tour นั้นจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงกับราคา 60 CHF ครับ

5. Trüebsee

Trüebsee เป็นทะเลสาบสวยที่ได้น้ำจืดจากธารน้ำแข็งบนยอดเขาทิตลิส น้ำในทะเลสาบมีสี turquoise ที่ใสสะอาด และยังล้อมรอบไปด้วยทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม (ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน) ทำให้ทัศนียภาพของที่นี่สวยงามมากทีเดียว นอกจากนี้คุณยังสามารถว่ายน้ำในทะเลสาบได้ด้วยครับ

ทั้งนี้ทะเลสาบแห่งนี้เดินทางไปได้ด้วยเส้นทาง hiking อย่าง Four Lakes Trail ครับ

6. เดิน Hiking และขี่จักรยาน

ในช่วงฤดูร้อนนั้นเอนเกลเบิร์กเป็นแดนสวรรค์ของใครที่ชอบเดิน Hiking/Trekking หรือว่าขี่จักรยาน อย่าง Hiking นั้นภายในบริเวณหมู่บ้านมีเส้นทางให้เดินได้รวมแล้วกว่า 500 กิโลเมตรด้วยกัน เส้นทางที่น่าสนใจได้แก่

  • Four Lakes Trail – เส้นทางที่ผมเกริ่นไปแล้วด้านบน โดยจะผ่านทะเลสาบทั้งสี่ที่ทั้งใสสะอาดและสวยตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
  • Mountain Flower Trail – เส้นทางเลียบสองทะเลสาบที่มีจุดเด่นคือคุณจะได้ชมดอกไม้ภูเขาตามทางจำนวนมากครับ
  • Walenpfad – หนึ่งในเส้นทางแบบ high-altitude ที่สวยที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์
  • Engelberg AA Gorge Trail – เส้นทางเดิน hiking ที่ลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำ เช่นเดียวโตรกสวยครับ
  • Alpine Cheese Trail – เส้นทาง 47 กิโลเมตรที่เชื่อมโรงงานชีสที่มีชื่อเสียงของเอนเกลเบิร์ก ซึ่งโรงงานเหล่านี้เป็นอาคารไม้แบบดั้งเดิมที่สวยงามในตัวเอง เช่นเดียวกับวิวโดยรอบ นอกจากนี้คุณยังมีโอกาสได้ลิ้มลองชีสชั้นยอดอีกด้วย
  • BUIRÄBÄHNLI SAFARI – เส้นทางที่ให้คุณสัมผัสชีวิตของชาวบ้านอย่างเต็มตัว ด้วยการพาไปเส้นทางที่ชาวบ้านท้องถิ่นใช้กันเท่านั้น รวมไปถึงนั่งกระเช้าที่พวกเขาใช้ในการทำงาน แถมยังมีโอกาสได้ชมจุดสวยของเอนเกลเบิร์กที่ไร้นักท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าคุณไปเที่ยวเอนเกลเบิร์กหลายรอบแล้ว เส้นทางนี้ถือว่าน่าสนใจมากครับ

สำหรับการขี่จักรยานนั้น เส้นทางหลายเส้นจะไม่ต่างอะไรกับการเดิน hiking มากนัก ไม่ว่าจะเป็น Four Lakes Trail หรือว่า Alpine Cheese Trail แต่ว่าบางเส้นทางจะยาวกว่า ทำให้คุณเห็นวิวได้หลากหลายมากกว่าการเดินเท้าครับ

7. Brunni

Brunni เป็นยอดเขาอีกแห่งหนึ่งที่คุณสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวอย่างใกล้ชิดได้ เช่นเดียวกับเล่นกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ ที่ Yeti Park ด้วย แต่ตัวเส้นทางสกีนั้นจะเป็นมิตรกับมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์มากกว่าทิตลิส ส่วนร้านอาหารวิวสวยนั้นก็มีไม่แตกต่างกัน ที่นี่จึงอาจจะมองได้ว่าเป็นมินิเวอร์ชันของทิตลิสก็ได้ครับ

Brunni
Photo by Dominik Steiner on Unsplash

อย่างไรก็ดีหนึ่งในกิจกรรมซึ่งที่นี่โดดเด่นคือปีนภูเขาหินหรือ Via Ferrata ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับใครที่ชอบ rock climbing แต่คุณจะต้องมั่นใจในเรื่องสุขภาพร่างกายของตัวคุณเองด้วยครับ

สำหรับใครที่ซื้อ Swiss Travel Pass มาแล้ว และยังมีเวลาเหลือเฟือ ผมแนะนำให้ขึ้นไปชมวิวที่นี่ครับ เพราะว่าขึ้นฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแล้วครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

Most Popular

error: Content is protected !!