หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น11 ที่เที่ยวอิเสะชิมะ (Iseshima) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

11 ที่เที่ยวอิเสะชิมะ (Iseshima) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

อิเสะชิมะ (Iseshima) หรืออีกชื่อหนึ่งคือคาบสมุทรชิมะ (Shima Peninsula) เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอิเสะชิมะและบริเวณโดยรอบ อย่างเช่นเมืองอิเสะ (Ise) ไปจนถึงเมืองชิมะ (Shima) และโทบะ (Toba) ครับ

ในทุกๆ ปีอิเสะชิมะต้อนรับนักเดินทางมากมาย เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาชินโต ซึ่งเหล่าศาสนิกเชื่อว่าควรได้มาเยี่ยมเยือนสักครั้งหนึ่ง ทำให้มีผู้แสวงบุญเป็นจำนวนมาก (ยิ่งกว่าคุมาโนะโคโดและโคยะซังเสียอีก) เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสกับวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น และยลความสวยงามของท้องทะเลที่เต็มไปด้วยเกาะแก่งครับ

ศาลเจ้าอิเสะ
by mTaira/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปอิเสะชิมะ (Iseshima) ทำอย่างไร?

ปากทางสู่อิเสะชิมะคือเมืองอิเสะ (Ise) หนึ่งในเมืองสำคัญของจังหวัดมิเอะ ซึ่งวิธีการเดินทางไปที่ง่ายที่สุดคือไปจากนาโกย่าซึ่งมีตัวเลือกดังต่อไปนี้

  • รถไฟ – จากสถานีนาโกย่า คุณสามารถนั่งรถไฟ Kintetsu Limited Express หรือ JR Rapid Mie ไปยังเมืองอิเสะ (Iseshi Station) ได้โดยตรง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 80 นาทีครับ วิธีนี้ถือว่าซับซ้อนน้อยที่สุดแล้ว ทั้งนี้ Kintetsu Limited Express ขึ้นจากโอซาก้าและเกียวโตได้เช่นกันครับ
  • เช่ารถขับ – อิเสะอยู่ห่างจากนาโกย่าประมาณ 110 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นถ้าคุณเช่ารถมาแล้ว คุณสามารถขับไปได้ไม่ยากเลยครับ

ในกรณีที่คุณอยู่ที่โตเกียวนั้นจะมีรถบัสที่นำคุณจาก Tokyo Station ไปยังอิเสะได้โดยตรง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงถึง 9 ชั่วโมงครึ่ง ข้อนี้ของวิธีนี้คือถูกกว่าการนั่งชินคันเซนไปนาโกย่าและไปต่อรถบัส แต่โดยรวมแล้วจะใช้เวลามากกว่าครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก Ise Kanko หรือเว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวเมืองอิเสะ ผมแนะนำให้ตรวจสอบล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ครับ

การสัญจรในอิเสะชิมะทำอย่างไร?

สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเขตอิเสะชิมะสามารถไปถึงได้โดยรถไฟท้องถิ่น หรือรถบัส แต่บางแห่งอาจจะต้องใช้แท็กซี่ครับ ดังนั้นโดยรวมแล้วถ้าคุณได้เช่ารถมาด้วย (หรือมาเช่าที่เมืองอิเสะ) จะช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายขึ้นครับ

1. ศาลเจ้าอิเสะ

ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Grand Shrine) หรืออิเสะจินงุ (Ise Jingu) เป็นศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ที่ศาสนิกชินโตเคารพนับถือว่าเป็นจิตวิญญาณของญี่ปุ่น ตัวศาลเจ้านั้นอุทิศให้กับเทพีอามาเตระสุ และคามิองค์อื่นๆ อีกหลายองค์

ตัวศาลเจ้านั้นแบ่งเป็นศาลเจ้าชั้นนอก (เกคุ, Geku) และ ศาลเจ้าชั้นใน (นาอิคุ, Naiku) โดยศาลเจ้าชั้นในได้รับการสร้างขึ้นเมื่อ 2,000 ปีก่อน หรือประมาณ 500 ปีก่อนศาลเจ้าชั้นนอกครับ แต่ตัวศาลเจ้าทั้งสองนั้นจะได้รับการสร้างใหม่ทุกๆ 20 ปีในสถานที่ใกล้เคียง (ไม่ใช่สถานที่เดิม) ตามพิธีกรรมชิคิเน็น เซนงุ (Shiginen Sengu)

ทั้งนี้ศาลเจ้าทั้งสองแห่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน (ค.ศ.2023) เป็นผลงานของการสร้างครั้งที่ 62 ครับ แต่อีกสิบปีข้างหน้า ตัวศาลเจ้าทั้งหมดจะย้ายไปสร้างที่ใหม่

ศาลเจ้าอิเสะชั้นใน
by cowardlion/ShutterStock

ด้านในศาลเจ้าชั้นในเป็นที่ตั้งของพระราชวังของเทพีอามาเตระสุ และประดิษฐานกระจกศักดิ์สิทธิ์ ทั้งนี้ศาสนิกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน เพราะฉะนั้นคุณจะเห็นว่าชาวญี่ปุ่นจะสักการะอยู่ที่ด้านนอกเท่านั้นครับ

ทั้งนี้การเข้ามาสักการะศาลเจ้าชั้นในมักจะเริ่มจากสะพานไม้อุจิ (Uji Bridge) หรืออุจิบาชิ ซึ่งพาดผ่านแม่น้ำอิสุซุกาวะ เพราะตามความเชื่อแล้ว สะพานแห่งนี้เชื่อมสรวงสวรรค์ของเทพีอามาเตระสุกับโลกมนุษย์ครับ ถ้าคุณเดินข้ามมายังฝั่งศาลเจ้าก็เปรียบว่าคุณได้เข้ามาดินแดนของทวยเทพแล้วครับ ตัวสะพานไม้จะได้รับการสร้างใหม่ทุก 20 ปีเช่นเดียวกับส่วนอื่นๆ ของศาลเจ้าอิเสะครับ

by MyPixelDiaries/ShutterSTock

หนึ่งในกิจกรรมอันน่าสนใจของที่นี่คือ การชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือประตูโทริอิที่สะพานอุจิ โดยจะชมได้เฉพาะช่วงปลายเดือนธันวาคมในช่วง winter solstice (ช่วงที่กลางคืนยาวนานที่สุด) นอกจากนี้ใกล้กับสะพานจะมีจุดให้คุณได้ชำระล้างมือให้สะอาด ก่อนเข้าไปถึงตัวศาลเจ้าชั้นในครับ

ใกล้กับศาลเจ้าชั้นในมีอาคารชื่อคากุระเดน (Kaguraden) ตั้งอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่ศาสนิกมักมาขอพรจากเทพเจ้า และซื้อเครื่องรางติดตัวเพื่อให้ได้รับความสุขความเจริญครับ

Kaguraden
by Sean Pavone/ShutterStock

สำหรับศาลเจ้าชั้นนอกนั้นจะอุทิศให้กับเทพเจ้าโตโยอุเคะ โนะ โอมิคามิ (Toyouke no Omikami) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ประทานปัจจัยทั้งสามของชีวิตมนุษย์อย่างเสื้อผ้า อาหาร และที่อยู่อาศัย และยังเป็นเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวอีกด้วยครับ ตัวอาคารของศาลเจ้าชั้นนอกจะคล้ายกับด้านใน โดยสร้างโดยสถาปัตยกรรมแบบเดียวกัน และเข้าไปชมไม่ได้เช่นกันครับ

by Sanga Park/ShutterStock

ใกล้กับศาลเจ้าชั้นนอกนั้นมีพิพิธภัณฑ์ชื่อเซ็นกุคัง (Sengukan) ตั้งอยู่ซึ่งจะใช้ความรู้เกี่ยวกับพิธีกรรมชิคิเน็น เซนงุ หรือการสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ทุกๆ 20 ปีว่ามีที่มาอย่างไร และมีการเตรียมการอย่างไร ผมมองว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยครับ

2. โอฮาราอิมาจิ

โอฮาราอิมาจิ (Oharaimachi) เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ด้านหน้าของศาลเจ้าอิเสะชั้นใน ตลอดสองข้างทางยาว 800 เมตรมีอาคารบ้านเรือนแบบเดิมของญี่ปุ่นที่สวยงาม โดยเฉพาะบริเวณตอนกลางที่เรียกว่าโอคาเกะโยโคโจที่มีอาคารสถาปัตยกรรมเอโดะและเมจิที่สวยงามมากครับ

โอฮาราอิมาจิ สถานที่เที่ยวสำคัญของอิเสะชิมะ
by Travel-fr/ShutterStock

ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ได้กลายเป็นร้านค้าและร้านอาหาร เพราะฉะนั้นเป็นจุดที่ยอดเยี่ยมสำหรับการซื้อของฝากชั้นเลิศ รวมไปถึงลิ้มลองอาหารและของหวานพื้นเมืองอย่างเช่น อิเสะอุด้ง (Ise Udon) ครับ

3. ศาลเจ้าซารุตะฮิโคะ

ศาลเจ้าซารุตะฮิโคะ (Sarutahiko Shrine) เป็นศาลเจ้าญี่ปุ่นที่สวยงามซึ่งอุทิศให้กับเทพเจ้าซารุตะฮิโคะ โอคามิ องค์เทพที่นำทุกสิ่งไปในเส้นทางที่ถูกต้องตามความเชื่อชินโต

by mTaira/ShutterStock

นอกจากนี้ยังมีศาลของเทพเจ้าซารุเมะที่อุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งความบันเทิง เพราะฉะนั้นเหล่าผู้ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นนักแสดงและนักร้องมักจะเดินทางมาสักการะศาลเจ้าแห่งนี้ครับ

4. Ninja Kingdom Ise

Ninja Kingdom Ise เป็นสวนสนุกขนาดใหญ่ที่จำลองสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในสมัยโบราณ (สมัยเซ็นโกกุ) ซึ่งมีการปฏิบัติการของทั้งนินจาและซามูไร ทั้งนี้คุณจะได้ทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับนินจา อย่างเช่นแต่งกายเป็นนินจา หรือชมปราสาทโบราณ (ปราสาทอาซุจิ) นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับช่วงนั้น เช่นเดียวกับสวนญี่ปุ่นสวยๆ อีกด้วยครับ

ค่าเข้าชม: เริ่มต้น 1,500 เยน (อ้างอิงจากเว็บทางการของสวนสนุก)

5. หินเมโอโตะอิวะ

หินเมโอโตะอิวะ (Meoto Iwa) เป็นหินสองก้อน (ใหญ่-เล็ก) ที่ตั้งอยู่เคียงคู่กันในเขตเมืองฟุตามิ (Futami) เมืองเล็กๆ ใกล้กับเมืองอิเสะ สะพานทั้งสองถูกเชื่อมต่อกันด้วยเชือกชิเมะกาวะที่จะมีการเปลี่ยนทุกๆ สามปีครับ

ตามความเชื่อทางศาสนาชินโต ตัวหินทั้งสองเป็นสัญลักษณ์ของการแต่งงานและการครองคู่ระหว่างชายหญิง แม้ว่าจะมีหินลักษณะเดียวกันนี้ในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น แต่หินที่เมืองอิเสะแห่งนี้มีชื่อเสียงที่สุดครับ

หินเมโอโตะอิวะ
by mapman/ShutterStock

ช่วงที่มาชมวิวที่นี่ได้สวยที่สุดคือช่วงน้ำขึ้นตอนพระอาทิตย์ขึ้น เพราะคุณจะได้เห็นชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือหินสองก้อนแยกจากกันโดยท้องทะเล แต่ถ้ามาในช่วงน้ำลงจะไม่สวยเท่าไรนัก เนื่องจากจะเห็นพื้นทรายเบื้องล่างครับ

ใกล้กับหินเมโอโตะอิวะมีศาลเจ้าชื่อฟุตามิ โอคิตามะ (Futami Okitama Shrine) ซึ่งเป็นจุดชมหินเมโอโตะอิวะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง และยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพื่อความโชคดีและความสุขในการครองคู่ด้วยครับ

6. ฮินจิสึคัง

ฮินจิสึคัง (Hinjitsukan) เป็นอาคารทรงญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเป็นเกสต์เฮ้าส์มาตั้งแต่ช่วงสมัยเมจิ (ปลายศตวรรษที่ 19) เพื่อรองรับแขกระดับ VVIP ที่มาสักการะศาลเจ้าอิเสะไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ของญี่ปุ่นไปจนถึงทุตานุทูตของประเทศต่างๆ

ปัจจุบันห้องหับในอาคารยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ตั้งแต่ห้องโถงขนาดยักษ์ที่ปูด้วยเสื่อทาทามิเกรด S ถึง 120 ผืน และได้รับการตบแต่งในสไตล์โมโมยาม่าอย่างงามยิ่ง ไปจนถึงสวนญี่ปุ่นที่งดงามไม่แพ้ที่ใด เช่นเดียวกับห้องจัดแสดงผลงานศิลปะที่สวยงาม ที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาของตัวเมืองด้วยครับ

ทั้งนี้ฮินจิสึคังอยู่ที่ฝั่งหนึ่งของถนนเมโอโตะอิวะ ซานโดะ (Meotoiwa Sando) ซึ่งมีเรียวกังไม้สามชั้นเรียงรายกันไป เช่นเดียวกับร้านขายขนมหวานขึ้นชื่อของที่นี่ อย่างเช่นโอฟุคุโมจิครับ

7. Ise Sea Paradise/Toba Aquarium

Ise Sea Paradise เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีทีเด็ดอยู่ที่โชว์สิงโตทะเล แมวน้ำ ไปจนถึงตัววอลรัส ซึ่งคุณจะได้สัมผัสพวกมันอย่างใกล้ชิดโดยไม่มีรั้วขวางกั้น (แต่มีผู้เชี่ยวชาญกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัยครับ)

ค่าเข้าชม: 2,100 เยน (อ้างอิงจากเว็บทางการของพิพิธภัณฑ์)

อีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันคือ Toba Aquarium ที่เมืองโทบะ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีจำนวนสปีชีส์สัตว์น้ำที่มากที่สุดในญี่ปุ่น (1,200 สปีชีส์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งพะยูนที่มีมากเป็นลำดับต้นๆ ของโลกด้วยครับ

พะยูนที่ Toba Aquarium
by yuri-ss/ShutterStock

ค่าเข้าชม: 2,800 เยน

8. อ่าวอาโกะ

อ่าวอาโกะ (Ago Bay) เป็นอ่าวที่มีเกาะน้อยใหญ่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่คาบสมุทรทางตอนใต้ของอิเสะชิมะ ทำให้บริเวณนี้มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก (ไม่แพ้มัตสึชิมะของจังหวัดมิยางิ) นักท่องเที่ยวต่างนิยมมาล่องเรือกันที่นี่ โดยทัวร์จะเริ่มที่เกาะคาชิโคะจิมะ (Kashikojima) เกาะที่ใหญ่ที่สุดในอ่าวครับ

อ่าวอาโกะ
by yoko_ken_chan/ShutterStock

เรือที่ล่องจะมีหลาย theme ด้วยกันตั้งแต่เรือโจรสลัดไปจนถึงเรือใหญ่แบบศตวรรษที่ 16 ของสเปนครับ เวลาที่ใช้ล่องเรือจะอยู่ที่ประมาณ 50 นาที ส่วนราคาอยู่ที่ 1,700 เยนครับ

สำหรับใครที่ไม่อยากล่องเรือ อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือไปชมวิวมุมสูงที่จุดชมวิวโยโคยามะ (Yokoyama Observation Dock) แต่วิธีนี้จะเหนื่อยกว่าล่องเรือเพราะต้องเดินเท้าเข้าไป 30-40 นาที หรือว่าใช้บริการแท็กซี่/เช่ารถขับครับ

by sakiflower1988/ShutterStock

9. Ise-Shima Skyline

ในกรณีที่คนเช่ารถมาเที่ยวอิเสะชิมะ การขับไปชมวิวตามเส้นทาง Ise-Shima Skyline หรือทางหลวงความยาว 16.3 กิโลเมตรที่เชื่อมเมืองอิสะ (Ise) กับโทบะ (Toba) จากถนนเส้นนี้คุณจะเห็นวิวท้องทะเลและเกาะแก่งต่างๆ ได้อย่างงามตามาก โดยเฉพาะที่จุดชมวิวภูเขาอะซามะ (Mt.Asama Mountain Viewpoint) ครับ

Ise-Shima Skyline
by ysk9/ShutterStock

อย่างไรก็ดีถนนเส้นนี้มีค่าผ่านทางอยู่ที่ 1,270 เยนสำหรับรถ 4 ล้อทั่วไปครับ

10. เกาะมิคิโมโตะ

อิเสะชิมะนั้นมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตไข่มุกมาตั้งแต่โบราณกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะมิคิโมโตะ (Mikimoto Island) ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติให้กับมิคิโมโตะ โคคิชิ ผู้บุกเบิกการเก็บหอยมุกในพื้นที่แถบนี้ครับ

ไฮไลท์ของเกาะนี้คือการแสดงการเก็บหอยมุกโดยกลุ่มนักดำน้ำหญิงฝีมือฉกาจ (หรืออามะ, ama) และพิพิธภัณฑ์ที่เล่าถึงความเป็นมาของอุตสาหกรรมหอยมุกที่สืบเนื่องมานับศตวรรษที่เกาะแห่งนี้ครับ และแน่นอนว่าคุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากไข่มุกชั้นดีได้เช่นกันครับ

11. ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง

ในอดีตอิเสะชิมะมีอีกชื่อหนึ่งว่ามิเคสึคุนิ (Miketsukuni) หรือดินแดนที่มอบพระกระยาหารให้กับองค์พระจักรพรรดิ วัตถุดิบชั้นเลิศที่สุดล้วนถูกส่งจากที่นี่ไปยังเกียวโตเพื่อให้พระองค์ได้เสวยตลอด 4 ฤดูครับ

อาหารทะเลจากอิเสะชิมะ
by TK Kurikawa/ShutterStock

ปัจจุบันวัตถุดิบจากอิเสะชิมะก็ยังไม่แพ้ที่ใดในญี่ปุ่น ตั้งแต่หอยเป๋าฮื้อสดๆ ที่จับโดยนักดำน้ำไปจนถึงส้มและสตรอเบอรี่ชั้นเลิศ เรียกได้ว่าถ้าคุณได้มาเยือนที่นี่ การรับประทานอาหารตั้งแต่ของคาวและหวานเป็นสิ่งที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาดครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!