หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น6 ที่เที่ยวคารัตสึ (Karatsu) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

6 ที่เที่ยวคารัตสึ (Karatsu) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

คารัตสึ (Karatsu) เป็นเมืองริมทะเลของจังหวัดซากะบนเกาะคิวชู ด้วยความที่เป็นเมืองท่าโบราณเก่าแก่ ที่นี่จึงร่ำรวยไปด้วยประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ไม่แพ้เมืองแห่งใดในคิวชูเลยครับ

ในบทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับเมืองแห่งนี้โดยคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเมืองคารัตสึ (Karatsu)

คารัตสึเป็นประตูสู่ทวีปเอเชียของเกาะญี่ปุ่น โดยหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือชื่อของตัวเมืองเอง เพราะ “คารา” นั้นแปลว่าจีนหรือแผ่นดินใหญ่ของทวีปเอเชีย ส่วนสึนั้นแปลว่าท่าเรือ เพราะฉะนั้นชื่อของเมืองนี้จึงมีความหมายว่าเมืองท่าสู่ทวีปเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับภูมิศาสตร์ของเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันตกสุดของประเทศ (ตะวันตกเฉียงเหนือของคิวชู) เพราะฉะนั้นจะห่างจากประเทศเกาหลีใต้ทางทะเลไปไม่ไกลนัก

เมืองคารัตสึ (Karatsu)
by Ear Iew Boo/ShutterStock

ตัวเมืองนั้นเป็นเมืองท่าที่มีการค้าขายกับต่างชาติอันคับคั่งมาตั้งแต่อดีต โดยสินค้าส่งออกสำคัญของที่นี่คือคารัตสึยากิ (Karatsu-Yaki) เครื่องปั้นญี่ปุ่นที่มีความวิจิตรสวยงาม

หลังจากยุทธการแห่งเซกิกาฮาระ คารัตสึได้อยู่ในการปกครองของไดเมียวหลายตระกูลสลับกัน โดยส่วนมากเป็นพวกฟุไดไดเมียว หรือไดเมียวที่มีความใกล้ชิดกับโชกุนโตกุกาวะครับ

วิวท้องทะเลรอบเมืองคารัตสึ
by Kongkiat Samangsri/ShutterStock

เมื่อรัฐบาลเมจิจัดระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เมืองคารัตสึได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดซากะ และได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปคารัตสึ (Karatsu) ทำอย่างไร?

คารัตสึสามารถเดินทางไปอย่างง่ายดายจากฟุกุโอกะด้วยวิธีการต่อไปนี้ครับ

รถไฟ – คุณสามารถนั่งรถไฟ Chikuhi Line จากสถานี Meinohama ในเมืองฟุกุโอกะไปยังเมืองคารัตสึได้โดยตรงครับ

รถบัส – รถบัสของ Showa Bus (Karatsu Go) จะออกจากสถานี Hakata Station ไปยัง Karatsu Station โดยจะใช้เวลาใกล้เคียงกับการนั่งรถไฟครับ

อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือการเช่ารถขับ ซึ่งจะช่วยให้คุณเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงสำรวจเมืองใกล้ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นทาเคโอะออนเซ็น (Takeo Onsen) หรือคุรุเมะ (Kurume) หรือแม้กระทั่งลงใต้ไปยังเมืองนางาซากิ, อุนเซ็นออนเซ็น และชิมาบาระครับ

ข้อมูลส่วนนี้อ้างอิงจาก Karatsu Kankou เว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวคารัคสึ โปรดตรวจสอบที่ต้นทางก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนได้ตลอดเวลาครับ

การสัญจรในเมืองคารัตสึทำอย่างไร?

รถบัสจะเป็นพาหนะหลักสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เช่ารถมาครับ ซึ่งคุณสามารถใช้เดินทางไปสถานที่ส่วนใหญ่ได้ แต่บางแห่งคุณอาจจะต้องใช้บริการแท็กซี่ครับ

1. ปราสาทคารัตสึ

ปราสาทคารัตสึ (Karatsu Castle) เป็นปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 17 โดยไดเมียวตระกูลเทระซาวะที่เคยปกครองที่นี่ในช่วงต้นยุคเอโดะ ตัวปราสาทนั้นตั้งอยู่ริมอ่าวคารัตสึ และไม่ได้ตั้งอยู่บนภูเขาสูงหรือปราการธรรมชาติใดๆ ในทางตรงกันข้าม ปราสาทตั้งอยู่บนะเนินเขาเตี้ยๆ ติดทะเล และอาศัยท้องทะเลเป็นคูเพื่อป้องกันการโจมตีจากข้าศึกครับ

ปราสาทคารัตสึ
by nijimin/ShutterStock

เนื่องจากตัวปราสาทและหลังคาบางส่วนนั้นมีรูปร่างคล้ายนกกระเรียน ทำให้ปราสาทคารัตสึมีชื่อเล่นว่ามาอิซุรุ (Maizuru) หรือว่า “Dancing Crane” (นกกระเรียนเต้นรำ) ครับ

อย่างไรก็ดีปราสาทหลังเดิมนั้นถูกรื้อถอนไปแล้วในสมัยเมจิ ก่อนที่จะได้รับการสร้างใหม่ด้วยการใช้คอนกรีตในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวของเมืองคารัตสึ และเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ยอดเยี่ยมของตัวเมืองครับ

วิวจากด้านบนปราสาทคารัตสึ
by dar44/ShutterStock

2. ตลาดโยคุโบะ

ห่างจากเมืองคารัตสึไปประมาณ 14 กิโลเมตร มีเมืองเล็กๆ ชื่อว่าโยคุโบะ (Yokubo) ที่นี่เป็นที่ตั้งของตลาดโยคุโบะ (Yokubo Market) เป็นตลาดเช้าที่ขายซีฟู้ดและอาหารสดมากมาย เช่นเดียวกับอาหารทะเลตากแห้ง ผักผลไม้ และอาหารพื้นเมืองอื่นๆ

ทั้งนี้ตลาดโยคุโบะเป็นตลาดเช้าที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ไม่แพ้ตลาดเช้าที่ทาคายาม่าเลยครับ

3. ถ้ำนานะสึกามะ

ถ้ำนานาสึกามะ (Nanatsugama Limestone Cave) เป็นถ้ำหินปูนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากแรงน้ำจากคลื่นที่กัดเซาะชั้นหินมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดเป็นถ้ำหินปูนถึง 7 แห่งครับ

ถ้ำนานาสึกามะ
by KUMATO/ShutterStock

ในการชมนั้น นักท่องเที่ยวมักจะนั่งเรือเข้าไปชมจากท่าเรือโยคุโบะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวตลาดมากนักครับ

4. ป่านิจิโนะมัตสุบาระ

ป่านิจิโนะมัตสึบาระ (Niji no Matsubara Forest) เป็นผืนป่าสนสีดำญี่ปุ่น (Japanese Black Pine Tree) ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น โดยผืนป่าที่ยาวประมาณ 5 กิโลเมตรนี้มีต้นสนสีดำมากถึงหนึ่งล้านต้น ในสมัยเอโดะ รัฐบาลโชกุนได้สั่งให้ปลูกขึ้นเพื่อเป็นกำแพงกันคลื่นลมตามธรรมชาติครับ

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวนิยมชมป่าแห่งนี้ด้วยการเดินชม หรือขี่จักรยานครับ

5. ภูเขาคากามิยามะ

ภูเขาคากามิยามะ (Mt.Kagamiyama) เป็นภูเขาเตี้ยๆ (สูงแค่ 284 เมตร) ที่เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของคารัตสึ โดยเฉพาะถ้าคุณอยากเห็นผืนป่านิจิโนะมัตสุบาระแบบ panorama เช่นเดียวกับอ่าวคารัตสึที่สวยงาม เช่นเดียวกับตัวเมืองคารัตสึในเฟรมเดียวครับ

นอกจากจุดชมวิวแล้ว ด้านบนภูเขายังมีร้านขายสินค้าพื้นเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องปั้นอย่างคารัตสึยากิด้วยครับ

6. เทศกาลคารัตสึคุนจิ

เทศกาลคารัตสึคุนจิ (Karatsu Kunchi Festival) เป็นเทศกาลพื้นเมืองของคารัตสึที่มีชื่อเสียงที่สุด โดยเทศกาลจะจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยจะเป็นการแห่ขบวนที่เรียกว่าฮิกิยามะไปตามส่วนต่างๆ ของเมือง ขบวนแห่นี้จะเป็นรูปมังกรหรือสัตว์ทะเลขนาดยักษ์ที่ได้รับการประดับประดาอย่างสวยงามยิ่งครับ

เทศกาลคารัตสึคุนจิ
by Yusei/ShutterStock

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!