หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น8 ที่เที่ยวคุซัทสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen) และกิจกรรมที่ห้ามพลาด

8 ที่เที่ยวคุซัทสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen) และกิจกรรมที่ห้ามพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

คุซัทสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen) เป็นเมืองออนเซ็นที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกุนมะ (Gunma) ของญี่ปุ่น ตัวออนเซ็นมีชื่อเสียงมากในเรื่องคุณภาพของสายน้ำที่ยอดเยี่ยม และปริมาณและคุณภาพ เรียกได้ว่าใครที่ชอบการแช่ออนเซ็นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

ในบทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับคุซัทสึออนเซ็นคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักคุซัทสึออนเซ็น (Kusatsu Onsen)

คุซัทสึเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ ตำนาน และเรื่องเล่ามากมาย ตามตำนานเล่าว่าน้ำพุร้อนของคุซัทสึออนเซ็นถูกค้นพบมากว่าสองพันปี และมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ โชกุนคนแรกแห่งยุคคามาคุระเคยเดินทางมาพักผ่อนแช่น้ำในที่แห่งนี้ หลังจากตามล่าทหารไทระครับ

อย่างไรก็ดีไม่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์เล่มใดที่บ่งบอกว่าตำนานเหล่านี้เป็นจริง แต่ที่แน่ๆ ในยุคเซ็นโกกุนั้น คุซัทสึได้กลายเป็นออนเซ็นยอดนิยมไปแล้ว เพราะน้ำจากที่นี่ถูกนำไปรักษาเหล่าซามูไรที่บาดเจ็บอยู่บ่อยๆ

คุซัทสึออนเซ็น
by cowardlion/ShutterStock

เมื่อเข้าสู่สมัยเอโดะ คุซัทสึออนเซ็นได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม จนถึงกับเป็นเมืองออนเซ็นยอดนิยมของญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเพราะการเติบโตของย่านโคมแดงในเอโดะที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากขึ้น คุซัทสึจึงกลายเป็นเมืองออนเซ็นที่มีผู้มาใช้บริการมหาศาล เพราะเชื่อว่ารักษาโรคเหล่านี้ได้

ความรุ่งโรจน์ของคุซัทสึดำเนินต่อไปถึงปี ค.ศ.1869 ซึ่งเป็นปีที่เมืองได้รับความเสียหายหนักมากที่สุด เพราะไฟไหม้ได้ทำลายพื้นที่ส่วนใหญ่อย่างยับเยิน และทำให้หลักฐานความยิ่งใหญ่ช่วงยุคเอโดะไม่ได้ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันครับ

อย่างไรก็ดีตัวเมืองก็ได้ผ่านการสร้างขึ้นใหม่ และมีชื่อเสียงในฐานะเมืองออนเซ็นและท่องเที่ยวสืบต่อมา ช่วงศตวรรษที่ 20 ก็ได้มีการสร้างสกีรีสอร์ทขึ้น ทำให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาเยือนที่นี่ในแต่ละปีครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปคุซัทสึออนเซ็นทำอย่างไร?

วิธีการเดินทางไปคุซัทสึออนเซ็นจากโตเกียวสามารถทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

  • รถบัส – ทางเลือกที่ซับซ้อนน้อยที่สุด และประหยัดที่สุด โดยคุณจะสามารถนั่งรถบัสของ JR Bus Kanto จากสถานีชินจูกุไปยังคุซัทสึออนเซ็นได้โดยตรง เวลาที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมงเศษ ส่วนค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 3,550 เยนครับ
  • ชินคันเซน + รถบัส – ขั้นแรกคุณจะต้องนั่ง Hokuriku Shinkansen ไปลงที่เมืองคารุอิซาวะ หลังจากนั้นก็ต่อรถบัสของ Seibu Bus หรือ Kusakaru Kotsu ไปยังคุซัทสึออนเซ็นครับ เวลาที่ใช้ (รวมการรอรถ) จะน้อยกว่าการนั่งรถบัส แต่แพงกว่าเกินสองเท่าครับ
  • รถไฟ + รถบัส – อีกทางเลือกหนึ่งคือนั่งรถไฟ Limited Express Kusatsu/Shiman จากสถานีอุเอโนะ ไปลงที่ Naganohara-Kusatsuguchi Station หลังจากนั้นก็ต่อ JR Bus เข้าเมืองออนเซ็นครับ ราคาจะแพงกว่ารถบัส แต่จะใช้เวลาน้อยกว่า (ไม่มาก)
  • เช่ารถขับ – คุซัทสึออนเซ็นอยู่ห่างโตเกียวประมาณ 200 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นสามารถเช่ารถมาจากสนามบินนาริตะหรือโตเกียว แล้วขับมาที่นี่ได้เช่นกันครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวคุซัทสึออนเซ็น ผมแนะนำให้ตรวจสอบเพิ่มเติมที่ต้นทาง เพราะข้อมูลรถไฟรถบัสสามารถเปลี่ยนได้ตลอดครับ

การสัญจรในคุซัทสึออนเซ็น

เนื่องจากเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มากนัก คุณสามารถเดินเท้าไปสถานที่ต่างๆ ได้ แต่ถ้าขี้เกียจเดินจริงๆ คุณสามารถใช้บริการของ Kusatsu Loop Bus ได้อย่างสะดวกสบายครับ

ที่พัก

การพักที่ออนเซ็นแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากสำหรับการผ่อนคลายร่างกาย ถ้าคุณยังไม่ได้จอง ผมแนะนำให้อ่านบทความที่พักคุซัทสึออนเซ็นดีๆ ของผมเพิ่มเติมครับ

1. ยุบะตาเกะ

ยุบะตาเกะ (Yubatake) เป็นสระน้ำร้อนขนาดใหญ่ใจกลางเมืองที่ให้น้ำแร่คุณภาพเยี่ยมกับเมืองออนเซ็นขนาดนี้มานานหลายร้อยปี ปริมาณน้ำแร่ที่ไหลลงมานั้นมีมากถึง 4,000 ลิตรต่อนาที ซึ่งยากที่มีออนเซ็นใดมาเทียบได้ครับ

ยุบะตาเกะ คุซัทสึออนเซ็น
by Rockzheart/ShutterStock

น้ำของยุบะตาเกะนั้นมีความเป็นกรดสูงมาก และมีประสิทธิภาพในการรักษาโรค ด้วยเหตุนี้คุซัทสึออนเซ็นจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามสุดยอดออนเซ็นของญี่ปุ่น เคียงคู่กับเกโระออนเซ็น และอาริมะออนเซ็นครับ

ปัจจุบันที่นี่เป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวมักจะมาถ่ายรูป และสัมผัสบรรยากาศ รวมไปถึงว่าปักธงว่าได้มาถึงที่นี่แล้วครับ

2. แช่ออนเซ็น

การแช่ออนเซ็นเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงเมื่อมาถึงคุซัทสึออนเซ็น การแช่นั้นสามารถทำได้ในโรงอาบน้ำสาธารณะหรือเรียวกังที่คุณเลือกจองไว้ล่วงหน้า สำหรับโรงอาบน้ำทั่วไปนั้น ค่าใช้บริการจะอยู่ที่ 600-2,000 เยน โดยมีให้เลือกทั้งแบบในร่มและกลางแจ้งครับ โดยแห่งที่น่าสนใจได้แก่

  • Sai-no-kawara Outdoor Bath – สระน้ำขนาดยักษ์ที่รองรับผู้แช่ได้มากถึง 100 คนพร้อมกัน แต่ที่นี่จะมีการแยกโซนหญิงชายไว้ด้วย (ไม่ได้เหมือนกับนิวโตะออนเซ็นที่ให้แช่รวมครับ)
  • Netsu-no Yu – โรงอาบน้ำเก่าแก่ของคุซัทสึที่มีการแสดงให้ชม อย่างเช่นยุโมะมิ (Yumomi) หรือกรรมวิธีโบราณในการลดอุณหภูมิของน้ำร้อนให้อยู่ในระดับที่แช่ได้ รวมไปถึงการเต้นระบำพื้นเมืองครับ
  • Goza-no Yu – โรงอาบน้ำมีชื่อมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ที่คุณสามารถแช่ออนเซ็นในน้ำที่มีที่มาจากสองแหล่งด้วยกันครับ
  • Otaki-no Yu – โรงอาบน้ำยอดนิยมที่มีออนเซ็นให้แช่หลากหลายรูปแบบ
ยุโมะมิที่คุซัทสึออนเซ็น
ยุโมะมิที่คุซัทสึออนเซ็น by yu_photo/ShutterStock

สำหรับใครที่ไม่ได้อยากแช่ทั้งตัว คุณสามารถเลือกแช่เท้าในบ่อได้ครับ ซึ่งแช่ได้ในฟรีในบ่อสาธารณะที่มีอยู่หลายแห่งในตัวเมืองครับ นอกจากนี้คุณจะซื้อไข่มาต้มก็ได้เช่นกัน

ต้มไข่ที่คุซัทสึออนเซ็น
by odegoro/ShutterStock

3. สวนซาอิ โนะ คาวาระ

สวนซาอิ โนะ คาวาระ (Sai-no-Kawara Park) เป็นสวนที่ครอบคลุมพื้นที่หุบเขาทางด้านทิศตะวันตกของคุซัทสึออนเซ็น ซึ่งในสวนจะมีบ่อน้ำร้อนหลายแห่งที่คุณเดินชมได้ตามเส้นทางที่จัดไว้แล้วครับ ตัวสระน้ำร้อนใหญ่ที่ผมกล่าวถึงไปด้านบนก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ครับ

สวนซาอิ โนะ คาวาระ
by Lesley Photograph/ShutterStock

ตามตำนานเล่าว่าสวนแห่งนี้มีปีศาจอาศัยอยู่ เพราะฉะนั้นการไปเที่ยวที่นี่ไม่ควรใช้เสียงดัง เพราะปีศาจอาจจะปรากฏตัวให้เห็นได้ครับ

4. ศาลเจ้าชิราเนะ

ศาลเจ้าชิราเนะ (Shirane Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าอุทิศให้กับเจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ ซึ่งตามตำนานเล่าว่าค้นพบออนเซ็นแห่งนี้ครับ

ด้านบนสุดของศาลเจ้านั้นเป็นจุดชมวิวมุมสูงชั้นยอดของคุซัทสึออนเซ็น ซึ่งคุณจะเห็นทุกสิ่งในเมืองได้อย่างชัดเจนครับ

5. ถนนซาอิ โนะ คาวาระ

ถนนซาอิ โนะ คาวาระ (Sai-no-Kawara Street) เป็นถนนคนเดินที่เชื่อมระหว่างยุบะตาเกะกับสวนซาอิ โนะ คาวาระ

ทั้งสองข้างทางมีเรียวกังให้คุณใช้บริการ ตลอดจนร้านอาหารที่ขายอาหารพื้นเมืองทั้งคาวหวานให้เลือกชิมครับ

6. ภูเขาไฟชิราเนะ

ภูเขาไฟชิราเนะ (Mt.Shirane) หรือ คุซัทสึชิราเนะ (Kusatsu-Shirane) เป็นภูเขาไฟซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับคุซัทสึออนเซ็น บริเวณภูเขาไฟนั้นมีบ่อร้อน ตลอดจนผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ให้ชมอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวมักจะมาปีนเขา หรือเดินเทรคกันที่นี่ครับ

ภูเขาไฟชิราเนะ
by norikazu/shutterstock

จุดที่เป็นไฮไลท์ของทะเลสาบแห่งนี้คือทะเลสาบยุกามะ (Lake Yugama) ทะเลสาบสีเขียว-เทอร์คอยซ์ซึ่งมีน้ำที่มีคุณสมบัติเป็นกรด ซึ่งลึกถึง 30 เมตร แต่ไม่แข็งในช่วงฤดูหนาว เพราะมีบ่อกำมะถันอยู่ด้านล่างครับ

7. เล่นสกีและทำกิจกรรมฤดูหนาวที่สกีรีสอร์ท

Kusatsu Ski Resort เป็นสกีรีสอร์ทเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1931 เพราะฉะนั้นมีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว ปัจจุบันที่นี่ก็ยังมีกิจกรรมฤดูหนาวแทบทุกชนิดให้เล่น โดยเฉพาะสกีและสโนว์บอร์ดครับ

Kusatsu Ski Resort
by satapat/ShutterStock

ทั้งนี้ลานสกีของที่นี่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ ทำให้เป็นสถานที่ซึ่งเหมาะกับการเรียนเล่นสกีเป็นครั้งแรก ซึ่งที่นี่ก็มีสอนเช่นกันครับ

ค่าใช้จ่ายของที่นี่จัดว่าถูก ถ้าเทียบกับที่อื่นอย่างเช่นฮาคุบะ หรือ ยูซาวะ โดยตั๋วหนึ่งวันอยู่ที่ 4,400 เยน แต่ถ้าในช่วง Pre-season หรือ Off-season จะอยู่ที่ 3,000 เยนเท่านั้น (อ้างอิงจากเว็บของสกีรีสอร์ทครับ)

8. ขับรถชมวิวที่ Shiga-Kusatsu Kogen Route

Shiga-Kusatsu Kogen Route หรือชื่อทางการว่า Route 292 เป็นถนนความยาว 43 กิโลเมตร ซึ่งเชื่อมชิงะโคเก็น (สกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น) กับคุซัทสึออนเซ็น เส้นทางนี้นั้นมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก และมีโอกาสเห็นกำแพงหิมะเหมือนกับที่ Tateyama-Kurobe Alpine Route ได้อีกด้วย

Shiga-Kusatsu Kogen Route
by nakamura7/ShutterStock

เพราะฉะนั้นที่นี่มีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่ผู้ที่ชมขับรถเที่ยว ถ้าคุณเช่ารถขับ การมาขับชมวิวที่เส้นทางนี้คือเป็น a must ของคุณเลยครับ ทว่าเส้นทางนี้ไม่เปิดในช่วงฤดูหนาวครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!