หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น7 สถานที่เที่ยวคุชิโระ (Kushiro) และกิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาด

7 สถานที่เที่ยวคุชิโระ (Kushiro) และกิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

คุชิโระ (Kushiro, 釧路) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะฮอกไกโด และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในพื้นที่แถบนี้ ตัวเมืองมีความโดดเด่นในเรื่องพื้นที่ชุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึงทะเลสาบอันสวยงามที่เป็นสถานที่ตกปลาใต้น้ำแข็งชื่อดังครับ

ในบทความนี้ ผมจะแนะนำความเป็นมาของเมืองนี้คร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

ความเป็นมาของเมืองคุชิโระ (Kushiro)

คุชิโระไม่ต่างอะไรกับเมืองอื่นๆ ในเกาะฮอกไกโด นั่นคือไม่ได้มีประวัติความเป็นมายาวนานเท่าไรนัก เพราะว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่งเข้าผนวกเกาะแห่งนี้ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 เท่านั้นเองครับ

อย่างไรก็ดีคุชิโระได้เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 สาเหตุสำคัญก็เพราะรัฐบาลญี่ปุ่นได้เปิดเมืองท่าแห่งนี้ให้ชาติตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเข้ามาค้าขายได้ ซึ่งเหล่าพ่อค้าก็ชอบเมืองนี้เสียด้วย เพราะสามารถค้าขายได้ตลอดปีจากการที่น้ำทะเลแทบจะไม่แข็งตัวเลยครับ

เมืองคุชิโระ (Kushiro) ในปัจจุบัน
by senshin/ShutterStock

ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเมืองคุชิโระ เพราะนอกจากจะโดนทิ้งระเบิดจนได้รับความเสียหายอย่างมากแล้ว สหภาพโซเวียตที่ชนะสงครามและยึดครองหมู่เกาะคูริลไปได้แล้วต้องการเมืองแห่งนี้ แต่ด้วยการช่วยเหลือของสหรัฐอเมริกา ทำให้เมืองนี้ยังอยู่ในการครอบครองของญี่ปุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันคุชิโระยังคงเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจผูกพันกับการประมงเหมือนกับครั้งอดีต แต่ก็เพิ่มเติมด้วยการท่องเที่ยว เพราะคุชิโระติดกับอุทยานแห่งชาติถึงสองแห่ง แม่น้ำสามแห่ง และทะเลสาบอีกห้าแห่ง ทำให้เป็นแดนสวรรค์ของใครที่รักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเลยครับ

พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ
by Shawn.ccf/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปยังเมืองคุชิโระทำอย่างไร?

ในกรณีที่คุณต้องการเดินทางไปยังเมืองคุชิโระโดยตรงจากเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นนอกเกาะฮอกไกโด อย่างเช่น โตเกียวหรือโอซาก้า คุณสามารถบินมาลงสนามบิน Kushiro Airport ได้โดยตรง หลังจากนั้นก็ต่อรถบัส (Akan Bus) เข้าเมือง วิธีนี้ถือว่าเร็วและซับซ้อนน้อยที่สุดครับ

แต่ถ้าคุณอยู่ในฮอกไกโดอยู่แล้ว คุณมีทางเลือกดังต่อไปนี้

จากซัปโปโรหรือเมืองอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ (เช่นโอตารุ หรือโนโบริเบทสึ)

  • บิน + รถบัส – คุณสามารถเดินทางไปยังสนามบิน New Chitose Airport หรือ Okadama Airport แล้วบินไปยัง Kushiro Airport แล้วต่อรถบัสเข้าคุชิโระได้ครับ
  • รถไฟ – อีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและประหยัดลงมาคือ ใช้บริการรถไฟ Limited Express Super Ozora ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงไปยังสถานี JR Kushiro Station ครับ รถไฟผ่านทั้งสถานีกลางซัปโปโร และสถานี Minami-Chitose (เชื่อมกับสนามบิน New Chitose Airport) ดูเวลารถได้ที่ JR Hokkaido ครับ
  • รถบัส – ตัวเลือกที่ใช้เวลามากกว่ารถไฟ แต่ถูกกว่า คุณสามารถนั่งรถบัสได้จากซัปโปโรไปยังคุชิโระได้โดยตรงครับ เวลาที่ใช้จะอยู่ที่ 5.30-6 ชั่วโมง

จากอาซาฮิคาวะ และสถานที่เที่ยวอื่นๆ ที่อยู่รายรอบ (เช่นโซอุนเคียวออนเซ็น หรืออาซาฮิดาเกะ)

  • รถบัส – มีรถบัสบริการจากอาซาฮิคาวะไปยังคุชิโระโดยตรง ทำให้การเดินทางสะดวกสบายครับ

นอกเหนือจากวิธีการเหล่านี้แล้ว คุณสามารถเช่ารถที่เมืองใหญ่อย่างเช่นซัปโปโร และอาซาฮิคาวะและขับมาเที่ยวคุชิโระได้เช่นกัน วิธีนี้มีข้อดีคือทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องไม่มีรถไปสถานที่เที่ยวต่างๆ ที่ส่วนใหญ่อยู่นอกเมือง และยังสามารถไปเที่ยวสถานที่อื่นๆ อย่างเช่น อาบาชิริ หรือ ชิเรโตโกะอีกด้วย

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวคุชิโระ ก่อนออกเดินทางหรือจองตั่ว โปรดตรวจสอบอีกครั้งเพราะมีบางเคสที่เส้นทางรถไฟเปลี่ยนไปทั้งหมดครับ

ไปเที่ยวคุชิโระช่วงไหนดี?

คุชิโระเที่ยวได้ทุกฤดู แต่ละช่วงจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่นช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงของการชมนกกระเรียนและการตกปลาในทะเลสาบน้ำแข็ง หรือกิจกรรมฤดูหนาวอื่นๆ ส่วนช่วงฤดูร้อนจะเป็นช่วงของเทศกาล และการชมพื้นที่ชุ่มน้ำอันเขียวชอุ่มครับ

ที่พัก

ถ้าคุณยังไม่ได้จองที่พัก ผมแนะนำให้อ่านบทความที่พักคุชิโระน่าจองของผมเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

1. พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ

พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ (Kushiro Wetland) เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ขนาดของมันสามารถบรรจุกรุงโตเกียวได้ทั้งหมดอย่างสบายๆ ครับ ดังนั้นที่นี่จึงมีระบบนิเวศที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ โดยเฉพาะนกกระเรียนมงกุฏแดง หรืออีกชื่อว่านกกระเรียนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัตว์สงวนหายากครับ

พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระ
by 7maru/ShutterStock

วิธีการชมพื้นที่แห่งนี้มีหลายแบบด้วยกัน แต่ที่ง่ายและได้รับความนิยมคือ การไปชมที่จุดชมวิวอย่าง Hosooka Obseravatory เพราะเวลาคุณมองออกไป คุณจะเห็นเป็นพื้นที่ราบลุ่มอันเขียวชอุ่มแบบสุดลูกลูกตา ซึ่งสวยงามมากเลยครับ

วิวสวยๆ จาก Hosooka Observatory
วิวพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระจาก Hosooka Observatory by 7maru/ShutterStock

อีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมคือนั่งรถไฟ ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมจะมีรถไฟชมวิวอย่าง Norokko Train ให้บริการ แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวนั้น คุณจะได้นั่งรถจักรไอน้ำอย่าง Fuyu-no-Shitsugen และชมทุ่งราบที่เต็มไปด้วยหิมะอันขาวโพลนครับ

แต่ถ้าคุณอยากลงไปชมใกล้ๆอย่างใกล้ชิด คุณสามารถล่องเรือแคนู (หรือจะพายเองก็ได้ แต่ต้องมีผู้นำทาง) เข้าไปชมสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำ ซึ่งให้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่งเลยครับ

พายแคนูที่คุชิโระ
by rayints/ShutterStock

ในช่วงฤดูหนาวนั้น พื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระจะมีกิจกรรมเพิ่มเติม อย่างเช่นการเล่นสเก็ตหรือใส่ Snowshoe และท่องไปตามทุ่งราบที่เต็มไปด้วยหิมะ

แต่กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ในช่วงนี้คือการชมนกกระเรียนครับ ซึ่งคุณสามารถไปชมตามจุดให้อาหารได้ (ต้องให้อาหารเพราะช่วงนี้อาหารตามธรรมชาติจะน้อยมาก) อย่างเช่นที่ Tsuruimidai/Tsurui-ito Sanctuary ครับ

นกกระเรียนที่คุชิโระ
by Shane WP Wongperk/ShutterStock

อีกหนึ่งจุดที่นิยมไปชมกันก็คือที่สะพานโอโตวะ (Otowa Bridge) อันเป็นจุดที่นกกระเรียนกลุ่มใหญ่มารวมตัวกันที่นี่ในช่วงเช้าครับ

นกกระเรียนที่สะพานโอโตวะ
by IamDoctorEgg/Shutterstock

ข้อควรทราบ

บางจุดในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำนั้นไม่มีรถสาธารณะเข้าไป ทางเดียวที่มีอยู่คือขับรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปครับ

2. ชมตะวันตกดิน

ในอดีตเหล่ากลาสีที่ล่องเรือไปทั่วโลกนั้นขนานนามว่าคุชิโระเป็นหนึ่งในจุดที่ชมตะวันตกดินได้อย่างสวยงามที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นถ้าคุณได้เดินทางมาที่นี่ กิจกรรมนี้เป็นสิ่งที่คุณห้ามพลาดเลยครับ

จุดชมตะวันตกดินอันดับ 1 แน่นอนว่าคือที่สะพานนุซะไม (Nusamai Bridge) ซึ่งในช่วงเย็นนั้นผืนน้ำจะกลายเป็นสีโทนส้มไปทั่วอาณาบริเวณ รับรองว่าสวยจนไม่มีวันลืมเลยครับ

สะพานนุซาไม
by Jung Hsuan/ShutterStock

อีกหนึ่งจุดยอดนิยมก็คือตามจุดชมวิวในเขตพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระครับ บรรยากาศที่ได้จะเป็นอีกแบบหนึ่ง เพราะดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าลงไปในผืนป่าลำเนาไพรนั่นเองครับ

3. ทะเลสาบอะคัง

ทะเลสาบอะคัง (Lake Akan) เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของคุชิโระ เพราะมีทัศนียภาพที่สวยงามตลอดปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างๆ ให้มาทำกิจกรรมสายลุยต่างๆ ครับ

ทะเลสาบอากัน เมืองคุชิโระ
by Ong.thanaong/ShutterStock

ตัวทะเลสาบเกิดขึ้นจากการปะทุของภูเขาไฟในช่วง 150,000 ปีก่อน และได้กลายเป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์จำนวนมาก โดยเฉพาะมาริโมะ (Marimo) หรือ Moss Balls มอสทรงกลมสีเขียวขนาดใหญ่ที่มีเพียงสองแห่งในโลกเท่านั้นครับ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ชาวไอนุจะมีเทศกาลมาริโมะ (Marimo Festival) โดยชาวไอนุจะนำมาริโมะจากทะเลสาบกลับคืนไปสู่ทะเลครับ

สำหรับใครที่เน้นชมวิวเป็นหลัก ที่นี่มีหลายวิธีให้เลือกชมตั้งแต่ไปที่จุดชมวิว Akanhokan Viewpoint หรือว่าจองทัวร์ล่องเรือ ซึ่งอย่างหลังจะใช้เวลาชม 85 นาที ส่วนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2000 เยนครับ ถ้าสนใจติดต่อได้ที่ Akan Sightseeing Cruise Company

ล่องเรือชมทะเลสาบอากัน
by Tanya Jones/ShutterStock

ในช่วงฤดูหนาวนั้นทัศนียภาพของที่นี่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะช่วงนี้จะมีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหายากอย่างดอกไม้น้ำแข็ง (Frozen Flowers) หรือพูดง่ายๆ คือไอน้ำในอากาศทำปฏิกิริยากับน้ำในทะเลสาบจนเกิดเป็นรูปร่างต่างๆ ที่ดูเหมือนกับดอกไม้ช่อเล็กเรียงรายตามกันไปครับ

ปรากฏการณ์ดอกไม้น้ำแข็ง
ปรากฏการณ์ดอกไม้น้ำแข็ง by Yurie Lily OGAWA/ShutterStock

แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนชอบมาที่นี่คือการตกปลาครับ ซึ่งจะตกได้ทั้งในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว แต่ที่พิเศษจริงๆ คือตกปลาวาคาซากิ (Japanese Smelt) ในทะเลสาบน้ำแข็งครับ

ตั้งแต้นท์ตกปลาที่ทะเลสาบอากัน
ตั้งแต้นท์ตกปลาที่ทะเลสาบอะคัง by chuck hsu/Shutterstock

ผู้ที่สนใจจะมาตั้งเต้นท์บนทะเลสาบอะคัง แล้วเจาะรูบนผืนน้ำแข็งด้วยสว่าน และหย่อนเบ็ดพร้อมเหยื่อลงไป หลังจากที่ได้ปลามาแล้ว คุณสามารถนำไปทอดได้ในกระท่อมใกล้ๆ ซึ่งปลาวากาซากิในทะเลสาบนั้นคุณภาพดีมาก เพราะฉะนั้นรสชาติยอดเยี่ยมสุดๆ ครับ

หย่อนเหยื่อตกปลาที่ทะเลสาบอะกัน
by so51hk/Shutterstock

ท้ายที่สุดใกล้กับทะเลสาบนั้นมีสกีรีสอร์ทอยู่ด้วย (Akankohan Ski Area) ซึ่งรองรับได้ตั้งแต่นักสกีหน้าใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ จุดเด่นของที่นี่คือระหว่างเล่น คุณจะได้ชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบอะคังและภูเขาไฟต่างๆ ได้ไปพร้อมๆกันครับ

4. หมู่บ้านไอนุ

ใกล้กับทะเลสาบอะคังนั้นมีหมู่บ้านไอนุ (Akanko Ainu Kotan) ที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ ชาวไอนุเป็นชาวพื้นเมืองของฮอกไกโดที่อาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่โบราณ พวกเขามีภาษา วัฒนธรรม ประเพณี เป็นของตนเองครับ

ที่หมู่บ้านแห่งนี้คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยม ผ่านบ้านเรือนแบบไอนุที่จำลองมาจากบ้านโบราณของพวกเขา

นอกจากนี้ยังด้านในยังมีโรงละครขนาดใหญ่ที่มีการแสดงเต้นรำ ซึ่งสะท้อนความเชื่อ ศาสนา และวัฒนธรรมของชาวไอนุที่สืบทอดมาหลายสิบชั่วคน ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้สัมผัสอีกด้วย ประสบการณ์แบบนี้ยากจะหาได้ ณ ที่อื่นๆ แม้ว่าจะเป็นในฮอกไกโดก็ตามครับ

ใครที่สนใจหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Akanko Ainu Kotan ครับ

5. อะคังโกะออนเซ็น

อะคังโกะออนเซ็น (Akanko Onsen) เป็นออนเซ็นที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของฮอกไกโด ซึ่งหลังจากที่คุณเที่ยวทะเลสาบหรือตกปลาเสร็จแล้ว คุณสามารถมาเข้าพักในโรงแรมในหมู่บ้านออนเซ็นแห่งนี้ได้

ที่โรงแรมแต่ละแห่งมักจะมีออนเซ็นให้บริการอีกด้วย ซึ่งการแช่น้ำร้อนไปพร้อมๆ กับสัมผัสลมหนาวไปพร้อมๆกันนั้นเป็นประสบการณ์ที่ฟินสุดๆ ยากที่จะหาอะไรมาเปรียบเลยครับ

สำหรับใครที่ไม่อยากจะแช่ทั้งตัว คุณสามารถเลือกแช่เท้าหรือแช่มือก็ได้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแช่มือที่เชื่อกันว่าเริ่มต้นที่ออนเซ็นแห่งนี้นี่เอง

6. ชมตลาดปลา

ตลาดวาโช (Washo Market) เป็นตลาดที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น 1 ใน 3 สุดยอดตลาดแห่งฮอกไกโดเคียงคู่กับตลาดนิโจแห่งซัปโปโร และตลาดเช้าแห่งฮาโกดาเตะครับ

คัตเตะด้ง by Jung Hsuan/ShutterStock

ภายใต้ตลาดมีขายอาหารทะเลมากมาย ซึ่งคุณสามารถลิ้มรสความอร่อยได้ไม่ว่าจะเป็นซูชิ หรือซาชิมิ แต่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเห็นจะเป็นคัตเตะด้ง ข้าวหน้าปลาดิบแสนอร่อยที่มีชื่อเสียงระบือไกลครับ

7. ลองชิมอาหารพื้นเมือง

คุณจะไปไม่ถึงคุชิโระถ้าไม่ได้ลองชิมอาหารพื้นเมืองครับ เมนูที่น่าสนใจประกอบด้วย

Robotayaki
by Top Photo Corporation/ShutterStock
  • โรโบตะยากิ (Robo tayaki) – ซีฟู้ดสดๆ จากทะเลย่างบนเตาถ่าน เหมือนกับ BBQ ครับ ด้วยความที่คุชิโระมีชื่อเสียงมากเรื่องอาหารทะเล ทำให้นี่เป็นสิ่งที่คุณพลาดไม่ลิ้มลองไม่ได้เลยครับ
  • คัตเตะด้ง (Kattedon) – ไคเซนด้งแบบของคุชิโระ
  • เส้นโซบะคุชิโระ (Kushiro Soba) – โซบะที่มีสีเขียวเป็นเอกลักษณ์ เพราะใส่สาหร่ายคลอเรลล่าเข้าไป เมนูนี้เป็นหนึ่งในเมนูที่ชาวเมืองภาคภูมิใจครับ
  • คุชิโระราเมง (Kushiro Ramen) – ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 4 ราเมงแห่งฮอกไกโด เส้นของที่นี่เป็นเส้นบางและเสิร์ฟในน้ำซุปที่ทำจากโชยุ พร้อมๆกับหมูชาชูแสนอร่อยครับ
  • ซุปะคัตสึ (Supakatsu) – เส้นสปาเกตตี้โปะหน้าด้วยทงคัตสึราดซอสแบบฉ่ำๆ
  • คุชิโระซันกิ (Kushiro Zangi) – ไก่ทอดแบบ deep-fried สไตล์คุชิโระ
ซุปะคัตสึ
ซุปะคัตสึ by Flayd Isoji/ShutterStock

ตัวอย่างแพลนทริปคุชิโระ

ด้านล่างคือ infographic ที่ผมจัดทำไว้แล้ว ซึ่งคุณสามารถนำไปใช้ได้เลยอย่างอิสระ และปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ข้อควรระวังมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือต้องตรวจสอบวิธีการเดินทางให้เรียบร้อยด้วยครับ

References

  • Kushiro – Lake Akan Travel Guide
  • Akanko Ainu Kotan
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!