หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น9 ไฮไลท์ทะเลสาบโทวาดะ (Towada) ที่คุณไม่ควรพลาดชม

9 ไฮไลท์ทะเลสาบโทวาดะ (Towada) ที่คุณไม่ควรพลาดชม

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) เป็นทะเลสาบสวยที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือสุดของเกาะฮอนชู ตัวทะเลสาบถือว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ดังนั้นถ้าคุณมีโอกาสมาเที่ยวอาโอโมริ ที่นี่เป็นสถานที่อันดับต้นๆ ที่คุณไม่ควรพลาดครับ

นอกเหนือจากทะเลสาบโทวาดะแล้ว ใกล้ๆ ยังมีสถานที่เที่ยวอื่นที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง จะมีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

ทะเลสาบโทวาดะ
ทะเลสาบโทวาดะ by higrace/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบโทวาดะ (Towada) ทำอย่างไร

การเช่ารถขับคือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการไปทะเลสาบโทวาดะ เพราะการเดินทางซับซ้อนและมีรถบัสบริการไม่มากนัก และยังเปิดโอกาสให้คุณได้ออกเส้นทางหลักได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดีคุณไม่จำเป็นต้องขับรถมาจากโตเกียวครับ คุณสามารถเช่ารถที่เมืองอาโอโมริ (Aomori City) และขับมาที่ทะเลสาบโทวาดะได้เช่นกัน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษครับ (ประมาณ 80 กิโลเมตร) หลังจากนั้นคุณสามารถขับไปเที่ยวเมืองอื่นอย่างเช่นฮิโรซากิได้อีกด้วย

วิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่ช่วยให้คุณชมทะเลสาบได้ในช่วงฤดูหนาว เพราะไม่มีขนส่งสาธารณะใดๆ ให้บริการในช่วงดังกล่าว แต่การขับรถในช่วงนั้นถือว่ายากพอสมควร คุณจะต้องใช้ snow tires ซึ่งช่วยให้คุณขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้นครับ

สำหรับช่วงอื่นนั้น คุณสามารถใช้บริการของ Tohoku Shinkansen จากโตเกียวมายัง Hachinohe Station หลังจากนั้นก็ต่อ JR Tohoku Bus ไปยังทะเลสาบโทวาดะ (Towadako) ซึ่งมีท่ารถบัสอยู่ที่เมืองเล็กๆ ชื่อยาสุมิยะ (Yasumiya) ครับ ถ้าคุณซื้อ JR Rail Pass มาแล้วจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ

อ้างอิงจาก Japan Guide และ Lake Towada Park National Association แต่ข้อมูลส่วนนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทางเพื่อความแน่ใจครับ

อุปสรรคและความซับซ้อนอันดับต้นๆ ของการเดินทางไปเที่ยวที่นี่คือ ข้อมูลของขนส่งสาธารณะหาเป็นภาษาอังกฤษได้ยากมาก และข้อมูลที่มีอยู่แทบจะไม่มีประโยชน์ใดๆ อีกด้วย ผมจึงมองว่าขับรถไปเองง่ายกว่ามากครับ

ไปเที่ยวทะเลสาบโทวาดะช่วงไหนดี?

ช่วงที่น่าสนใจแน่นอนว่าคือฤดูใบไม้ร่วง เพราะคุณสามารถชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ และทัศนียภาพโดยรวมยังงดงามอย่างมากอีกด้วยครับ การเดินทางนั้นถึงแม้ว่าจะซับซ้อน แต่ก็ไม่มีปัญหา ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุด

ในช่วงฤดูหนาวนั้นจะไม่มีขนส่งมวลชนใดๆ ที่พาคุณเดินทางไปยังทะเลสาบโทวาดะได้ และหิมะจะลงหนักจนต้องปิดถนนบางเส้นทาง แม้ว่าทิวทัศน์อาจจะสวยงาม และมีเทศกาลหิมะ แต่การเข้าถึงนั้นยากมากครับ

ทะเลสาบโทวาดะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
by Chen Min Chun/ShutterStock
Tip

บริเวณทะเลสาบโทวาดะและในพื้นที่อุทยานโทวาดะ-ฮาจิมันไตนั้นมีบรรยากาศดีมาก เหมาะต่อการพักสักคืนหนึ่ง สำหรับใครที่สนใจ โปรดอ่านบทความนี้เพื่อช่วยให้คุณเลือกที่พักที่เหมาะสมครับ

1. ชมความงามของทะเลสาบโทวาดะ

ทะเลสาบโทวาดะ (Lake Towada) เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการยุบตัวของหลุมปล่องภูเขาไฟขนาดยักษ์เมื่อสองแสนปีก่อน หรือที่เรียกกันว่า caldera lake ครับ ทั้งนี้ทะเลสาบโทวาดะเป็น caldera lake ที่ใหญ่ที่สุดในเกาะฮอนชูครับ

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง โดยรอบทะเลสาบจะมีจุดชมวิวอยู่หลายแห่ง แต่ถ้าจะชมให้ได้ครบจบกระบวนความจริงๆ การล่องเรือชมทะเลสาบแน่นอนว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ ถ้าสนใจสามารถจองได้จากลิงค์นี้ครับ (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ค่าล่องเรืออยู่ที่ 1,430 เยนต่อคน

by Piith Hant/ShutterStock

นอกจากเรือใหญ่ที่ผมแนะนำไปแล้วนั้น คุณยังสามารถล่องเรือแบบ speedboat รวมไปถึงเช่าเรือแคนู หรือแม้กระทั่งเรือเป็ดเพื่อถีบเล่นและชมทะเลสาบไปพร้อมๆ กันได้อีกด้วยครับ

ถีบเรือเป็ดที่ทะเลสาบโทวาดะ
by shawn.ccf/ShutterStock

2. สักการะศาลเจ้าโทวาดะ

ศาลเจ้าโทวาดะ (Towada Shrine/Towadajinja) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองยาสุมิยะ (Yasumiya) ซึ่งเป็นเมืองที่ JR Bus นำคุณมาถึงนั่นเอง โดยจุดที่ศาลเจ้าตั้งอยู่คือบริเวณคาบสมุทรที่งอกเข้าไปในบริเวณทะเลสาบครับ

ความเป็นมาของศาลเจ้าย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 9 โดยเชื่อกันว่าสร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้าแห่งสายน้ำแห่งโทโฮคุ หรืออีกตำนานก็ว่าสักการะพระรูปหนึ่งที่เปลี่ยนร่างของตนเองเป็นมังกรหลังจากที่มีชัยเหนือปีศาจร้ายที่อยู่ในทะเลสาบครับ ศาลเจ้านี้จึงเป็นที่นับถืออย่างมากของศาสนิกในภูมิภาคนี้

บรรยากาศของศาลเจ้าเงียบสงบ โดยเฉพาะถนนสู่ตัวศาลเจ้าที่มีสนซีดาร์เรียงรายสองข้างทาง ด้านในศาลเจ้ามีจุดเสี่ยงชะตาที่ชาวเมืองมักจะมาทำนายทายทักอีกด้วย ถ้าคุณเป็นสายมู แน่นอนว่าไม่ควรพลาดครับ

3. โตรกโออิราเสะ

โตรกโออิราเสะ (Oirase Gorge) เป็นอีกหนึ่งจุดสวยของทะเลสาบโทวาดะ โดยตัวโตรกยาว 14 กิโลเมตร และมีลำธารที่ไหลเชี่ยว รวมไปถึงน้ำตกที่มีสายน้ำหลั่งไหลอย่างหลายแห่ง ซึ่งแหล่งน้ำเหล่านี้ถูกล้อมรอบโดยป่าไม้เมืองหนาวที่อุดมสมบูรณ์มาก ที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดอาโอโมริครับ

Oirase Gorge
by patchiya wasitworapol/ShutterStock

โดยมากแล้วนักท่องเที่ยวมักจะเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางจากเนโนะกุจิ (Nenokuchi) ไปยังยาเคะยามะ (Yakeyama) ซึ่งมีความยาวประมาณ 9 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินเกือบ 3 ชั่วโมง เนื่องจากตลอดเส้นทางมีป้ายรถบัสอยู่ตลอด คุณสามารถนั่งรถแทนได้ถ้าเดินไม่ไหว หรือว่านั่งรถบัสกลับได้ครับ

4. ภูเขาฮักโกดะ

ภูเขาฮักโกดะ (Mt.Hakkoda) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน Towada-Hachimantai National Park สถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากทั้งแทบทุกฤดูครับ ตัวภูเขาอยู่ห่างจากทะเลสาบประมาณ 30-40 กิโลเมตรครับ

นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมขึ้นกระเช้า (Hokkoda Ropeway) ที่ยังจุดชมวิวที่ความสูงกว่า 1,320 เมตร ซึ่งตลอดเส้นทางจะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีอย่างงามยิ่ง เพราะป่าเมืองหนาวของที่นี่อุดมสมบูรณ์เป็นที่สุดเลยครับ แต่ถ้าอยากสัมผัสแบบใกล้ชิดก็แน่นอนว่าต้องเดินเทรคตามเส้นทางที่ทางอุทยานได้จัดไว้ครับ

ภูเขาฮักโกดะ
by Wipark Kulnirandorn/ShutterStock

ถ้าเป็นช่วงฤดูหนาว คุณจะได้เห็นปรากฏการณ์สัตว์ประหลาดหิมะ (Snow Monster หรือ Juhyo) ถ้าให้อธิบายง่ายๆ คือ หิมะจะเกาะต้นไม้จนดูเหมือนกับว่าป่าเป็นกองทัพสัตว์ประหลาด ปรากฏการณ์นี้เหมือนกับที่ซาโอะออนเซ็นครับ

by apisgogo/ShutterStock

นอกเหนือจากกระเช้าแล้ว คุณยังสามารถชมวิวได้ที่หลายจุดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • สะพานโจกะคุระ โอฮาชิ (Jogakura Ohashi Bridge) – สะพานข้ามเขาทรงโค้งที่สูงถึง 360 เมตร และยาวถึง 255 เมตร สองข้างของสะพานมีป่าเมืองหนาวที่มีทั้งต้นบีช เมเปิ้ล โอ้ค ฯลฯ ซึ่งจะสวยสุดจะพรรณนาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  • บึงซุยเร็นนุมะ (Suirennuma Pond) – บึงสวยๆ ซึ่งคุณสามารถชมภาพสะท้อนของภูเขาฮักโกดะเหนือพื้นน้ำได้อย่างสวยงาม
  • ทะเลสาบสึตะนุมะ (Tsutanuma Lake) – ทะเลสาบสวยๆ ที่โอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งจะเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีส้ม สีเหลืองในเดือนตุลาคมครับ
  • โตรกโจกะคุระ (Jogakura Gorge) – โตรกสวยๆ ที่มีลำธารไหลผ่าน และยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก เพราะแทบไม่มีนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีลำธารดังกล่าวนั้นไม่มีปลาเลยสักตัวเดียว เพราะว่าน้ำมีความเป็นกรดสูงครับ
สะพานโจกะคุระ โอฮาชิ
by vichie81/ShutterStock

5. ชมความสวยงามที่ Hakkoda-Towada Gold Line

Hakkoda-Towada Gold Line เป็นอีกชื่อหนึ่งของถนนหมายเลข 103 (National Route 103) ซึ่งเชื่อมทะเลสาบโทวาดะกับเมืองอาโอโมริ ตลอดเส้นทางนี้วิวจะสวยมาก เพราะจะผ่านทั้งทะเลสาบโทวาเดะ และแนวภูเขาฮักโกดะ ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นจะสวยที่สุด เพราะสองข้างถนนจะมีแต่ต้นไม้สีส้ม สีเหลือง สีแดงครับ

Hakkoda-Towada Gold Line
by LighrRecords/ShutterStock

ในช่วงวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม บริเวณถนนนี้มีกิจกรรมที่เรียกว่า Hakkoda Walk ซึ่งจะเปิดให้นักท่องเที่ยวมาเดินเล่นและถ่ายรูปชมวิวกำแพงหิมะที่สูงถึง 9 เมตร ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติจากการทับถมในช่วงฤดูหนาว (คล้ายๆ กับที่ทาเตยามะ) ครับ

6. เล่นกิจกรรมฤดูหนาว

ใกล้กับทะเลสาบโทวาดะมีสกีรีสอร์ทตั้งอยู่หลายแห่ง ซึ่งคุณสามารถเล่นสกีและกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ ได้ อาทิเช่น

ป่าใกล้กับภูเขาฮักโกดะ
by Yusheng Hsu/ShutterStock
  • Hakkoda Ski Resort – สกีรีสอร์ทขนาดเล็กที่นักเดินทางหลายคนชื่นชม เพราะวิวสวยเทพ และนักท่องเที่ยวน้อย นอกจากนี้หิมะยังหนาแน่นและนิ่มราวกับเป็นแป้งครับ ค่าเล่นอยู่ที่ 1,850 เยนต่อวันครับ
  • Towada Onsen Ski Resort

7. ชมเทศกาล Lake Towada Winter Festival

ในช่วงฤดูหนาวนั้นบริเวณทะเลสาบจะมีการจัดเทศกาลหิมะ หรือรู้จักกันในนาม Lake Towada Winter Festival โดยจะมีสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นจากหิมะถูกเนรมิตขึ้นมาที่นี่ รวมไปถึงยังมีการแสดงแสงสีเสียงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอีกด้วยครับ

8. แช่ออนเซ็น

ด้วยความที่บริเวณแถบนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านธรณีวิทยาสูงมาก ที่นี่จึงมีน้ำพุร้อนที่มีชื่อเสียง ซึ่งคุณสามารถลงอาบได้เพื่อบำรุงผิวพรรณ ฟื้นฟูร่างกาย และผ่อนคลายความเหนื่อยล้าครับ คุณสามารถไปใช้บริการที่เรียวกังหรือโรงอาบน้ำสาธารณะที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าแช่ได้ครับ

ซุกายุออนเซ็น
ซุกายุออนเซ็น by enken/ShutterStock

หนึ่งในออนเซ็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ซุกายุ ออนเซ็น (Sukayu Onsen) โรงอาบน้ำที่สร้างขึ้นด้วยไม้แบบเดิมของญี่ปุ่นที่มีความเป็นมากกว่า 300 ปี ถ้าคุณชอบวัฒนธรรมออนเซ็น และอยากสัมผัสกับบรรยากาศแบบเดิมๆ คุณห้ามพลาดที่นี่เลยครับ

9. ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง

ใกล้กับทะเลสาบโทวาดะมีร้านอาหารหลายแห่งที่เสิร์ฟอาหารพื้นเมืองรสชาติดี เมนูที่คุณควรลิ้มลองได้แก่

  • ปลาแซลมอนแดง (Himemasu หรือ Kokanee Salmon/Red Salmon) หรือปลาแซลมอนที่มีความพิเศษตรงที่ตัวปลาใช้ชีวิตอยู่ในน้ำจืดของทะเลสาบโทวาดะตลอดช่วงชีวิต เนื้อของมันหวานมันมาก และไม่ว่าจะกินดิบเป็นซูชิซาชิมิ หรือว่ากินสุกๆ เป็นสเต็กก็อร่อยครับ
  • ปลาสเมลท์ (Smelt) หรือวากาซากิ – ปลาสีเงินตัวเล็กจากทะเลสาบโทวาดะ ชาวญี่ปุ่นมักจะต้มและกินทั้งตัวครับ
  • อินานิวะอุด้ง (Inaniwa Udon)
  • โทวาดะบารายากิ (Towada Barayaki)

References

  • Amazing Aomori (เว็บไซต์ทางการของจังหวัดอาโอโมริ)
  • Towada-ko (เว็บไซต์ทางการของทะเลสาบโทวาดะ)
  • Tohoku Kanko
  • Hakkoda-ski
  • Japan Guide
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!