หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวยุโรป7 ที่เที่ยวโลคาร์โน (Locarno) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

7 ที่เที่ยวโลคาร์โน (Locarno) และกิจกรรมน่าสนใจไม่ควรพลาด

-

เพิ่มเพื่อน

โลคาร์โน (Locarno) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางใต้ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ โดยตั้งอยู่ในเขตที่มีการใช้ภาษาอิตาเลียน ตัวเมืองมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก เพราะตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Maggiore และแวดล้อมไปด้วยแนวเทือกเขา Swiss Alps ครับ

แม้ว่าจะมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับหมู่บ้านหรือเมืองอื่นๆ ของสวิสเซอร์แลนด์อย่างเช่นอินเตอร์ลาเก้น (Interlaken) หรือเซอร์แมท (Zermatt) ทำให้ที่นี่เหมาะมากสำหรับนักเดินทางที่ไปเที่ยวสวิสเป็นครั้งที่ 2 หรือ 3 แล้ว และอยากได้ที่สวยๆ แห่งใหม่ครับ

รู้จักโลคาร์โน (Locarno)

สภาพภูมิศาสตร์ของโลคาร์โนตั้งอยู่ตอนใต้ของประเทศ และแนวภูเขาสูง ทำให้อากาศของที่นี่อบอุ่นกว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของสวิสเซอร์แลนด์ และยังได้รับแสงแดดเป็นอันดับต้นๆ ด้วย (มากถึง 2,300 ชั่วโมงต่อปี) พื้นที่โดยรอบเมืองแห่งนี้จึงเป็นพื้นที่เพาะปลูกชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นมะนาวหรือปาล์มครับ

ความเป็นมาของเมืองโลคาร์โนย้อนไปได้ถึงก่อนสมัยโรมัน โดยนักโบราณคดีได้ค้นพบหลุมศพขนาดใหญ่พร้อมโบราณวัตถุจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่บริเวณนี้มีอารยธรรมตั้งแต่สมัยยุคสำริด ก่อนที่จะกลายเป็นเมืองในสมัยโรมัน น่าเสียดายที่ค้นพบซากโบราณคดีนั้นช้าไป ทำให้พื้นที่โบราณสถานถูกทำลายไปเพราะการเพาะปลูกครับ

เมืองโลคาร์โน (Locarno)
Image by Paul Wellauer from Pixabay

โลคาร์โนได้มีฐานะเป็นเมืองตลาด (Market Town) ของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในช่วงศตวรรษที่ 12 ทำให้ตัวเมืองมั่งคั่งขึ้นอย่างมาก โดยมีการสร้างปราสาทขึ้นมาหลายแห่งขึ้นมาป้องกันเมืองจากผู้รุกราน เช่นเดียวกับโบสถ์และมหาวิหารหลายแห่งอีกด้วย

ทว่าในช่วงศตวรรษที่ 16 ได้เกิดความวุ่นวายทางศาสนาระหว่างนิกายคาทอลิกและโปรแตสแตนท์ ชาวเมืองจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะคหบดีตระกูลใหญ่ผู้มั่งคั่งจึงย้ายออกจากเมืองไปถึง 2 ใน 3 แต่ตัวเมืองก็ยังคงอยู่มาได้หลังจากนั้น โดยได้กลายเป็นส่วนของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในช่วงศตวรรษที่ 19 ครับ

เมืองโลคาร์โนตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Lago Maggiore
by A S/Flickr/ CC By 2.0

ช่วงเวลาศตวรรษที่ 19-20 เป็นช่วงที่โลคาร์โนเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมือง ไปจนถึงการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล แต่โดยภาพรวมแล้ว เมืองโลคาร์โนถือว่าสงบกว่าเมืองอื่นๆ ในยุโรปมาก เพราะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 นั่นเองครับ

ปัจจุบันโลคาร์โนได้เป็นเมืองท่องเที่ยวของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และเป็นสถานที่จัดเทศกาลภาพยนตร์อย่าง Locarno International Film Festival ที่จัดขึ้นในทุกปีครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปโลคาร์โน (Locarno) ทำอย่างไร?

โลคาร์โนเชื่อมกับเมืองใหญ่อื่นๆ ของสวิสเซอร์แลนด์ด้วยรถไฟ ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดในการเดินทางไปยังโลคาร์โนครับ สำหรับตั๋วและการจองต่างๆ สามารถทำได้ผ่านเว็บ Omio ครับ

1. Madonna Del Sasso

Madonna Del Sasso เป็นอารามที่ได้รับการเคารพนับถือสูงสุดในหมู่ชาวคริสต์ที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพราะว่าพระแม่มารีเคยปรากฏกายให้นักบวชผู้หนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 15 ชาวเมืองจึงช่วยกันสร้างโบสถ์และอารามขึ้นบนพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่เหนือเมืองโลคาร์โนและทะเลสาบ Lake Maggiore ครับ

Madonna Del Sasso
by Boris Stroujko/ShutterStock

ปัจจุบันด้านในอารามเก็บรักษาผลงานศิลปะที่มีค่าหลายชิ้น อาทิเช่น Flight into Egypt ของ Bramantino แต่สิ่งที่ตื่นตาที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือระเบียงของอารามที่เห็นทะเลสาบได้อย่างสวยงามยิ่ง เหมาะต่อทั้งการชมวิวและถ่ายรูปครับ

by Eva Bocek/ShutterStock

2. Piazza Grande

เมืองโลคาร์โนอยู่ใกล้กับประเทศอิตาลี เพราะฉะนั้นชาวเมืองจึงรับวัฒนธรรมอิตาเลียนมาไม่น้อย ตัวเมืองจึงมีจัตุรัส Piazza Grandeอันเป็นศูนย์กลางของเมืองขนาดใหญ่เช่นเดียวกับที่มิลานหรือฟลอเรนซ์ นอกจากนี้จัตุรัสแห่งนี้ยังมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ด้วยครับ

Piazza Grande เมืองโลคาร์โน
Image by Hermann Traub from Pixabay

รอบจัตุรัสเป็นที่ตั้งของร้านค้าและร้านอาหารจำนวนมาก เช่นเดียวกับคาเฟ่ให้หาของว่างและเครื่องดื่มรับประทาน นอกจากนี้ที่นี่ยังใช้จัดเทศกาลสำคัญด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลฉายภาพยนตร์ช่วงเย็นของ Film Festival ที่เปลี่ยนจัตุรัสแห่งนี้เป็นโรงภาพยนตร์แบบกลางแปลงที้สวยที่สุดแห่งหนึ่ง หรือคอนเสิร์ต Moon & Stars ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปีครับ

3. Lake Maggiore

Lake Maggiore เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่หลายเมืองของสวิสเซอร์แลนด์แอละอิตาลี โดยเมืองโลคาร์โนนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของทะเลสาบ และจัดว่าเป็นจุดที่ชมวิวได้สวยที่สุดด้วย

Lake Maggiore
by Makalu/Pixabay

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวนิยมไปเดินเล่น หรือปั่นจักรยานชมวิวที่ Locarno Lake Promenade ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการปูทางอย่างดี ช่วยให้ทั้งเดินและปั่นจักรยานได้อย่างสะดวกสบายครับ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางยังมีร้านอาหารไม่น้อย ช่วยให้คุณนั่งจิบกาแฟคลายเหนื่อย หรือว่าทานไอศกรีมได้ด้วยครับ

แต่ถ้าคุณไม่อยากเดิน คุณสามารถขึ้นกระเช้าไปชมวิวที่จุดที่เรียกว่า Cardada Cimetta ได้ โดยจากด้านบน คุณจะเห็นทั้งตัวทะเลสาบ และ Valais Alps ที่สวยงดงามยิ่ง นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทาง hiking ด้วยครับ สำหรับราคาจะขึ้นอยู่ว่าคุณขึ้นจากส่วนไหน อ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บ Official ครับ

ส่วนทางเลือกสุดท้ายก็คือล่องเรือนั่นเองครับ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการรับส่งระหว่างเมืองโลคาร์โน และเมืองอื่นๆ รอบทะเลสาบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณสามารถนั่งเรือเหล่านี้เพื่อชมวิวมุมต่างๆ ของทะเลสาบได้ครับ

บริเวณริมทะเลสาบแห่งนี้มีหาดทรายชื่อ Lido Locarno ซึ่งชาวเมืองใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเล่นกิจกรรมทางน้ำ เพราะมีทั้งสระว่ายน้ำระดับโอลิมปิก สระน้ำอุ่น สระว่ายน้ำในร่ม สไลด์เดอร์และอื่นๆ อีกมากมายเลยครับ

4. Verzasca Valley

Verzasca Valley เป็นหุบเขาใกล้กับโลคาร์โนที่มีจุดเด่นตรงที่มีแม่น้ำสีเขียวราวกับว่าเป็นสีหยกไหลผ่าน ทำให้เกิดการกัดเซาะเป็นหินรูปร่างที่สวยงาม เหมาะต่อการเดินชมวิว และถ่ายรูปครับ แต่ไฮไลท์ของที่นี่คือสะพานหินชื่อ Ponte dei salti ซึ่งมีมีความหมายตรงตัวว่าสะพานกระโดด (Jump Bridge) ครับ

Verzasca Valley
Image by Klaus Stebani from Pixabay

สำหรับใครที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจ หรือว่าอยากเท่เหมือนกับเจมส์ บอนด์ ใกล้กับหุบเขาแห่งนี้มีเขื่อนชื่อ Verzasca Dam (อีกชื่อว่า Contra Dam) ซึ่งในอดีตเคยใช้ถ่ายภาพยนตร์ James Bond ภาค GoldenEye โดยพระเอกของเรื่องได้กระโดดจากความสูงกว่า 220 เมตรลงไปสู่พื้นน้ำเบื้องล่างที่นี่

ปัจจุบันทางเขื่อนได้จัดกิจกรรม 007 Bungee Jump ให้คุณได้กระโดดบันจี้จัมพ์แบบเดียวกับเจมส์ บอนด์ในภาพยนตร์เลยครับ รับรองได้ว่าสนุก ตื่นเต้น อะดรีนาลินหลั่งแน่นอน เพราะคุณจะลอยอยู่บนอากาศนานถึง 71.5 วินาทีเลยครับ แต่ค่ากระโดดนั้นแรงมากจนอาจจะทำให้รู้สึกสะท้านกว่าโดดจริง โดยอยู่ที่ 255 CHF ครับ

5. Visconteo Castle

Visconteo Castle เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นโดยตระกูล Visconti จากเมืองมิลาน ซึ่งช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์เคยมีอิทธิพลเหนือเมืองโลคาร์โน เอกสารบางฉบับให้ข้อมูลว่าปราสาทหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของเลโอนาร์โด ดาวินชี หนึ่งในนักวิชาการแบบ polymath (เก่งเทพทุกอย่าง) คนหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ดีตัวปราสาทในปัจจุบันกับของเดิมที่ออกแบบโดยดาวินชีอาจจะไม่ได้เหมือนกันเท่าไรนัก เพราะว่าปราสาทหลังเดิมถูกทำลายไปแล้ว โดยของปัจจุบันที่เห็นเป็นการสร้างในช่วงหลังครับ ทั้งนี้คุณสามารถเข้าชมด้านในได้ โดยค่าเข้าอยู่ที่ 15 CHF ครับ

6. Vigezzina – Centovalli Railway

Vigezzina – Centovalli Railway เป็นเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างสองประเทศ นั่นคือ Locarno ในฝั่งสวิสเซอร์แลนด์ และ Domodossola ในฝั่งอิตาลี ตัวทางรถไฟนั้นมีความยาวแค่ 50 กิโลเมตร แต่ข้ามสะพานมากถึง 83 แห่ง และผ่านหุบเหวริมแม่น้ำกว่าร้อยแห่ง เช่นเดียวกับผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์

ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปนั่งรถไฟชมวิว เช่นเดียวกับเดิน hiking ซึ่งถ้าคุณอยากชมสวิสเซอร์แลนด์ที่จุดที่ต่างออกไป นี่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเลยครับ

7. Camellia Park

Camellia Park เป็นสวนดอกไม้ที่มีดอก Camellia มากถึง 850 สายพันธุ์ให้เลือกชม ซึ่งเต็มไปด้วยสายพันธุ์หายากมากมาย แถมตัวดอกยังบานถึง 9 เดือนในแต่ละปีด้วย ทำให้นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวเมืองนิยมไปพักผ่อนหย่อนใจ

ตัวกลางของสวนมีโรงมหรสพขนาดเล็กซึ่งสร้างขึ้นเป็นสถานที่สำหรับนั่งพัก จากจุดนี้คุณจะเห็นวิวทะเลสาบ เช่นเดียวกับห้อมล้อมด้วยดอก Camellia นานาชนิด บรรยากาศตรงนี้จึงโรแมนติกทีเดียวครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

Most Popular

error: Content is protected !!