หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น5 ไฮไลท์ที่เที่ยวมาเอะบาชิ (Maebashi) และกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

5 ไฮไลท์ที่เที่ยวมาเอะบาชิ (Maebashi) และกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

มาเอะบาชิ (Maebashi, 前橋) เป็นเมืองหลวงของจังหวัดกุนมะ ตัวเมืองไม่ใหญ่โตมากนัก และถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองเล็กของญี่ปุ่นที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนักครับ

บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับเมืองมาเอะบาชิโดยคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเมืองมาเอะบาชิ (Maebashi)

มาเอะบาชิเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ติดแม่น้ำโทเนะ และมีภูเขาอกางิ (Mt.Akagi) เป็นสัญลักษณ์ของเมือง และขนาบด้วยภูเขาเมียวงิและฮารุนะครับ

ตัวเมืองมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคนารา โดยในสมัยนั้นเมืองมีนามว่าอุมายะบาชิ (Umayabashi) ครับ

ในช่วงศตวรรษที่ 15 ตระกูลนากาโน่ที่ปกครองตัวเมืองได้สร้างปราสาทอิชิคุระขึ้น ทำให้อุมายะบาชิได้กลายเป็นเมืองปราสาทที่สำคัญแห่งหนึ่งของภูมิภาคคันโต

เมืองมาเอะบาชิ (Maebashi)
by Nicholas Courtney/ShutterStock

ต่อมาภูมิภาคนี้เป็นการขับเคี่ยวกันของตระกูลใหญ่แห่งยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นตระกูลอุเอะสึกิ โฮโจ และทาเคดะ เพราะฉะนั้นตัวเมืองจึงสลับเปลี่ยนมือไปหลายครั้งในช่วงยุคเซ็นโกกุครับ

ต่อมาในสมัยเอโดะ ด้วยความที่อยู่ใกล้โตเกียวมาก รัฐบาลโชกุนโตกุกาวะจึงมอบเมืองแห่งนี้ให้อยู่ในการดูแลของตระกูลซากาอิ ซึ่งพวกตนไว้วางใจมากที่สุด ตระกูลซากาอิได้ปกครองที่นี่ไปอีกถึง 7 ชั่วคน และช่วงเวลานี้เองที่ตัวเมืองเปลี่ยนชื่อจากอุมายะบาชิเป็นมาเอะบาชิครับ

ในช่วงศตวรรษที่ 18 รัฐบาลโชกุนได้ให้ตระกูลมัตสึไดระมาปกครองที่นี่แทน แต่ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมบ่อยครั้ง ทำให้ไดเมียวตระกูลนี้ย้ายศูนย์กลางปกครองดินแดนของตนไปอยู่ที่คาวาโกเอะ แต่ที่นี่ก็ยังรุ่งเรืองอยู่ดี เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าผ้าไหมที่มั่งคั่งครับ

สวนซากุระในเมืองมาเอะบาชิ
สวนซากุระในเมืองมาเอะบาชิ by Chen Min Chun

ช่วงปลายยุคเอโดะนั้นเป็นช่วงที่มาเอะบาชิได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ เพราะรัฐบาลโชกุนระแวงว่าเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน) อาจจะคุกคามโดยมหาอำนาจตะวันตก ดังนั้นจึงพัฒนาเมืองนี้หวังว่าจะเป็นที่พำนักต่อไปถ้าเอโดะถูกคุกคาม

อย่างไรก็ดีหลังจากที่โครงการพัฒนาเมืองดำเนินไปเกือบเสร็จสิ้น สงครามโบชินก็ได้ปะทุขึ้น และนำมาซึ่งการล่มสลายของรัฐบาลโชกุน อาคารต่างๆ ของปราสาทมาเอะบาชิที่เพิ่งสร้างเสร็จสิ้นไม่กี่ปีกลับถูกรื้อทิ้งโดยรัฐบาลใหม่จนเกือบหมดครับ

มาเอะบาชิเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดกุนมะในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เพราะฉะนั้นอาคารแบบดั้งเดิมจึงแทบไม่หลงเหลืออยู่ในปัจจุบันครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเมืองมาเอะบาชิทำอย่างไร?

มาเอะบาชินั้นเดินทางไปไม่ยากจากโตเกียว โดยคุณมีตัวเลือกดังต่อไปนี้ครับ

ชินคันเซน + รถไฟ – ขั้นแรกคุณจะต้องนั่ง Hokuriku Shinkansen จากโตเกียวไปลงที่สถานี Takasaki Station (นั่งขบวน Asama ได้ทุกขบวน แต่ถ้าจะนั่งขบวน Hakutaka จะจอดแค่บางขบวนเท่านั้น) หลังจากนั้นก็ต่อรถไฟ JR Ryomo Line ไปยังเมืองมาเอะบาชิครับ

วิธีนี้สามารถใช้กับเมืองที่ Hokuriku Shinkansen ผ่านเช่นกัน ดังนั้นคุณสามารถใช้วิธีไปเที่ยวมาเอะบาชิจากเมืองอย่างคารุอิซาวะได้ครับ

รถไฟ – สำหรับใครที่อยากประหยัดค่าใช้จ่ายลงมา คุณสามารถใช้บริการ JR Urban Rapid Service จากสถานีอุเอโนะไปยังมาเอะบาชิได้ ซึ่งจะไม่ต้องเปลี่ยนรถใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้เวลามากกว่าวิธีแรกครับ

เช่ารถขับ – มาเอะบาชิเป็นเมืองที่ไม่ได้อยู่ไกลจากโตเกียวมากนัก โดยห่างออกไปแค่ 130 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ดังนั้นสามารถเช่ารถและขับไปได้ไม่ยากครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก JNTO โปรดตรวจสอบที่ต้นทางอีกครั้งก่อนที่จะออกเดินทาง เพราะระบบรถไฟในญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดครับ

1. Akagi Nanmen Senbonzakura Park

Akagi Nanmen Senbonzakura Park เป็นสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาอกางิ ที่นี่มีต้นซากุระเรียงรายไปสองข้างทางกว่า 1,000 ต้น ตามระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร

Akagi Nanmen Senbonzakura Park
by Chen Min Chun/ShutterStock

นอกจากนี้ในสวนยังมีสวนดอกนาโนฮานะซึ่งจะมาบรรจบกับแนวต้นซากุระอีกด้วย เกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าถ่ายรูปอย่างมากเลยครับ ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่สวนแห่งนี้จะได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 100 ของจุดชมซากุระที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นครับ

สวนซากุระเมืองมาเอะบาชิ
by Chen Min Chun/ShutterStock

เช่นเดียวกับสวนซากุระอื่นๆ นั่นคือช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟส่องสว่าง ทำให้บรรยากาศและความสวยงามต่างออกไปจากช่วงกลางวันครับ

2. ภูเขาอกางิ

ภูเขาอกางิ (Mt.Akagi) เป็นภูเขาไฟแสนสวยที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดกุนมะ บริเวณภูเขานั้นมีทะเลสาบแสนสวยอยู่หลายแห่งอย่างเช่นทะเลสาบโอนุมะ (Lake Onuma) ซึ่งใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้

Mt.Akagi
by siyogistudio/ShutterStock

ชาวญี่ปุ่นมักจะมาทำกิจกรรมกลางแจ้งกันที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่จะมีเทศกาลตกปลาจากทะเลสาบน้ำแข็ง (เหมือนกับที่คุชิโระในฮอกไกโดครับ)

ช่วงฤดูร้อนนั้นภูเขาอกางิก็มีดอกไม้สวยๆ ที่ขึ้นตามธรรมชาติให้ชม แต่ช่วงที่ฮิตจริงๆ คือช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมครับ

3. ศาลเจ้าอกางิ

ริมทะเลสาบโอนุมะนั้นมีศาลเจ้าอกางิ (Akagi Shrine) ตั้งอยู่ด้วย ซึ่งมีสะพานสีแดงส้มเป็นเอกลักษณ์ วิวบริเวณนี้จะสวยเป็นพิเศษเวลาที่ทะเลสาบโอนุมะแข็งเป็นน้ำแข็งครับ

สะพานสีแดงส้มของศาลเจ้าอกางิ
by WildSnap/ShutterStock

สำหรับตัวศาลเจ้านั้น ถ้าคุณเคยไปเที่ยวญี่ปุ่นอาจจะเคยได้ยินชื่ออยู่บ้าง แต่ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าแม่ของศาลเจ้าชื่อเดียวกันอีก 300 แห่งในญี่ปุ่นครับ

ศาลเจ้าอกางิ
by janken/ShutterStock

ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าหญิงคนใดที่เดินทางมาสักการะและขอพรที่นี่จะให้กำเนิดบุตรที่หน้าตางดงามในไม่ช้าครับ

4. ชมดอกไม้ที่สวนต่างๆ

อีกหนึ่งไฮไลท์ของมาเอะบาชินั้นอยู่ที่สวนดอกไม้หลายแห่งที่มีดอกไม้สวยหลากหลายชนิดให้ชมกันได้ตลอดปี อย่างเช่น

Gunma Flower Park – สวนดอกไม้ขนาด 184,000 ตารางเมตรที่มีดอกไม้หลากชนิด ตั้งแต่ทิวลิปไปจนถึง hydrangea จุดเด่นของที่นี่คือในช่วงฤดูหนาวจะมีเทศกาล Illumination Festival ที่สวยงดงามครับ (คล้ายกับที่อาชิคางะ)

Shikishima Park – สวนสไตล์ยุโรปที่มีดอกกุหลาบให้ชมหลายพันดอก และบรรยากาศโดยรอบยังสวยงามโรแมนติกอีกด้วย

5. Rinkokaku

Rinkokaku เป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 19 และถือว่าเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดของสถาปัตยกรรมช่วงนี้ ที่นี่ถูกใช้เป็นบ้านพักแขกบ้านแขกเมืองของญี่ปุ่น อย่างไรก็ดีจักรพรรดิเมจิของญี่ปุ่นเองก็เคยเสด็จมาประทับที่นี่เช่นกัน

ด้านในอาคารนั้นคล้ายกับเรียวกังโบราณที่ปูเสื่อทาทามิอย่างดี แต่ขนาดนั้นใหญ่กว่าหลายเท่า ใครที่ชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไม่ควรพลาดที่นี่เลยครับ

References

  • JNTO
  • Visit Gunma
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!