หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น7 ที่เที่ยวหมู่เกาะมิยาโกะ (Miyako Islands) และกิจกรรมน่าสนใจต่างๆ

7 ที่เที่ยวหมู่เกาะมิยาโกะ (Miyako Islands) และกิจกรรมน่าสนใจต่างๆ

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

หมู่เกาะมิยาโกะ (Miyako Island) หรือมิยาโกะจิม่า (Miyakojima) เป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโอกินาว่าของญี่ปุ่น ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องหาดทรายสีขาว และน้ำทะเลสี turquoise ที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ รวมไปถึงเป็นสถานที่ดำน้ำตื้นและลึกชั้นนำของญี่ปุ่นด้วยครับ

ในบทความนี้จึงจะมาแนะนำหมู่เกาะแห่งนี้ให้คุณรู้จักคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเกาะมิยาโกะ (Miyako Island)

หมู่เกาะมิยาโกะเป็นหมู่เกาะที่มีพื้นที่เป็นลำดับที่ 4 ในจังหวัดโอกินาว่า โดยหมู่เกาะนั้นประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย แต่ประชากรทั้งหมดจะอาศัยอยู่ในเกาะใหญ่เพียง 8 แห่งเท่านั้น โดยเฉพาะเกาะมิยาโกะ (Miyako Island) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ครับ

ในสภาพทางภูมิศาสตร์นั้น เกาะมิยาโกะอยู่ห่างจากเกาะโอกินาว่าอันเป็นที่ตั้งของนาฮะ เมืองหลวงของจังหวัดถึง 300 กิโลเมตรทางตอนใต้ เพราะฉะนั้นจะใกล้กับไต้หวันและจีนมากกว่าเกาะใหญ่ทั้งสี่ของญี่ปุ่นมากกว่าอีกครับ

หมู่เกาะมิยาโกะนั้นมีประวัติศาสตร์ย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 14 เป็นอย่างน้อย บันทึกทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หยวน (หรือราชวงศ์มองโกล) ได้บันทึกไว้ว่ามีชาวมิยาโกะไปขึ้นฝั่งที่เมืองเวินโจวในปี ค.ศ.1317 ครับ

ชาวริวกิวจากเกาะโอกินาว่าได้เข้ามาปกครองหมู่เกาะมิยาโกะในช่วงศตวรรษที่ 17 แต่หลังจากนั้นไม่นานโอกินาว่าก็ได้ถูกรุกรานโดยตระกูลซัทสุมะแห่งคาโกชิม่า ทำให้ต้องส่งบรรณาการจำนวนมากมายในแต่ละปี รัฐบาลริวกิวจึงขึ้นภาษีชาวเกาะมิยาโกะอย่างมหาศาล ชาวเกาะจึงมีวิถีชีวิตที่แร้นแค้นแสนสาหัส

ในปี ค.ศ.1771 ได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5-8.5 ริกเตอร์ (นักธรณีวิทยาไม่แน่ชัดว่าความรุนแรงเท่าใดแน่) แต่ที่แน่ๆ ได้ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดยักษ์ที่ทำให้ชาวเกาะเสียชีวิตไปถึง 12,000 คนหรือว่าเกินครึ่งของประชากรทั้งหมด แถมคลื่นดังกล่าวได้ส่งผลให้ดินบนเกาะกลายเป็นดินเค็มที่ไม่สามารถเพาะปลูกได้เหมือนแต่ก่อน

ช่วงศตวรรษที่ 19 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ล้มล้างระบอบกษัตริย์ของชาวริวกิว และยึดหมู่เกาะมิยาโกะและหมู่เกาะอื่นๆ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ หลังจากนั้นเกาะมิยาโกะจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโอกินาว่าครับ

ทว่าในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลญี่ปุ่นก็ใช้ที่นี่เป็นฐานทัพสำหรับส่งเครื่องบินกามิกาเซ่ และเตรียมทหารไว้ป้องกันถึงสามหมื่นกว่าคน ทำให้กองทัพสหรัฐต้องทุ่มกำลังเข้าโจมตี แต่ยังยึดไม่ได้สำเร็จ สงครามก็สงบลงเสียก่อน เพราะได้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าและนางาซากิ ระหว่างที่โซเวียตเตรียมยกพลขึ้นบกที่ฮอกไกโด

หลังสงครามสงบ รัฐบาลสหรัฐได้เข้ายึดครองที่นี่ไว้จนกระทั่งในปี ค.ศ.1972 ที่ได้มอบกลับไปให้ญี่ปุ่น ปัจจุบันหมู่เกาะมิยาโกะจึงได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแทน ด้วยความที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะมิยาโกะจึงอบอุ่นตลอดทั้งปี และเป็นสถานที่หนีหนาวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของชาวญี่ปุ่นครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปหมู่เกาะมิยาโกะทำอย่างไร?

เครื่องบินเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับการเดินทางไปหมู่เกาะมิยาโกะ ทั้งนี้คุณสามารถบินไปลงที่ Miyako Airport ได้จากเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างเช่น โตเกียว,โอซาก้า, นาโกย่า หรือว่าฟุกุโอกะ เช่นเดียวกับนาฮะซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดครับ

การสัญจรบนเกาะมิยาโกะทำอย่างไร?

โดยมากแล้วถ้าคุณเลือกพักในเกาะมิยาโกะ ที่พักส่วนใหญ่จะให้บริการรถรับส่งจากสนามบิน เช่นเดียวกับการเดินทางไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่นดำน้ำ แต่ถ้าคุณอยากได้อิสระในการเดินทาง การเช่ารถเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดครับ ส่วนอีกวิธีที่สะดวกแต่แพงแน่นอนว่าคือแท็กซี่ครับ

1. ชมชายหาดต่างๆ

ข้อควรทราบเรื่องความปลอดภัย

หาดต่างๆ บนเกาะมิยาโกะนั้นไม่ได้มีไลฟ์การ์ดมากเหมือนกับหาดทั่วไปในญี่ปุ่น แถมบางแห่งยังเป็นหาดร้างที่ไม่มีไลฟ์การ์ดควบคุม ดังนั้นการว่ายน้ำต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ทางเว็บไซต์ทางการแนะนำอย่างยิ่งให้หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในหาดร้าง และควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด อย่างตอนที่มีลมแรงนั้นไม่ควรลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด

อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพึงระวังหรือแมงกะพรุนที่จะถูกพัดเข้าหาฝั่งช่วงที่มีลมรุนแรงครับ

เกาะมิยาโกะนั้นมีชื่อเสียงว่าเป็นเกาะที่มีชายหาดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ดังนั้นการไปเที่ยวชมหาดจึงเป็นกิจกรรมอันดับ 1 ของนักเดินทางที่ไปเยี่ยมเยือนที่นี่ หาดที่น่าสนใจมีดังต่อไปนี้

ชายหาดเกาะมิยาโกะ
by 7maru/ShutterStock

หาดมาเอะฮามะ (Maehama Beach) – หาดทรายขาวที่มีความยาวถึง 7 กิโลเมตร น้ำบริเวณชายหาดแห่งนี้ตื้นและใสสะอาดจนเห็นพื้นทรายเบื้องล่าง ที่นี่จึงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามสำหรับการทำเล่นน้ำและกิจกรรมทางน้ำครับ นอกจากนี้การชมตะวันตกดินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเช่นกัน

หาดโยชิโนะ (Yoshino Beach) – หาดทรายสีขาวที่มีปะการังและสัตว์น้ำอันอุดมสมบูรณ์ที่อยู่ไม่ไกลจากฝั่ง ทำให้ที่นี่เป็นจุดดำน้ำตื้นที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเกาะครับ การว่ายน้ำก็ทำได้เช่นกันเพราะคลื่นลมไม่รุนแรงมากนัก แต่มีความเสี่ยงจะไปเหยียบปะการัง ทำให้ไปว่ายเป็นหาดมาเอะยามะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

Sunset Beach – อีกหนึ่งหาดทรายสีขาวของเกาะมิยาโกะ โดยที่นี่เป็นจุดชมวิวตะวันตกดินที่ยอดเยี่ยม และยังเห็นสะพานอิราบุได้อีกด้วย

หาดซุนะยามะ (Sunayama Beach) – หาดทรายสีขาวที่มีแลนด์มาร์กคือถ้ำขนาดเล็กบริเวณริมหาด เหมาะต่อการถ่ายรูป อย่างไรก็ดีการว่ายน้ำบริเวณนี้ไม่ปลอดภัยเท่าไรนัก เพราะพื้นทะเลจะลาดลึกลงไปอย่างรวดเร็วครับ การไปว่ายที่หาดอื่นจะปลอดภัยกว่าครับ

by 7maru/ShutterStock

หาดพาอิกานามะ (Painagama Beach) – หาดสวยที่อยู่ใกล้กับเมืองมิยาโกะจิม่า ตัวเมืองบนเกาะมิยาโกะมากที่สุด ที่นี่ได้รับการป้องกันด้วยตาข่ายกันแมงกะพรุน ทำให้เป็นตัวเลือกการว่ายน้ำที่ดีไม่น้อยครับ

2. Ingya Marine Garden

Ingya Marine Garden เป็นสวนหาดที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะมิยาโกะ โดยพื้นที่บริเวณนี้จะเป็นเกาะแก่งที่มีหาดทรายสีขาว บริเวณนี้มีปะการังและสัตว์น้ำอื่นๆ ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นอีกจุดที่ได้รับความนิยมในการดำน้ำตื้นครับ

by nikosto/ShutterStock

3. ดำน้ำตื้นและลึก

หมู่เกาะมิยาโกะถือว่าเป็นสรวงสวรรค์สำหรับการดำน้ำตื้นและลึกของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบนเกาะนั้นมีไดฟ์ช้อปหลายแห่งที่เปิดขายทัวร์ที่นำคุณขึ้นเรือไปยังจุดดำน้ำตื้นและลึกระดับท็อปๆ ของหมู่เกาะ บางแห่งจะอยู่ห่างออกจากฝั่งไปพอสมควรเลยครับ

สำหรับใครที่เคยมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว คุณอาจจะเลือกทัวร์ที่ specialized มากกว่านั้น เช่นการดำน้ำลึกเพื่อสำรวจถ้ำหรือช่องแคบใต้ทะเล (จัดว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่) หรือว่าชมเต่าทะเลครับ

4. แหลมฮิกาชิ-เฮนนาซากิ

แหลมฮิกาชิ-เฮนนาซากิ (Cape Higashi-Hennazaki) เป็นแหลมความยาว 2 กิโลเมตรที่ทะเลจีนตะวันออกบรรจบกับมหาสมุทรแปซิฟิก บริเวณปลายสุดของแหลมนั้นมีประภาคารสูง 24.5 เมตรตั้งเป็นเอกลักษณ์ครับ

บริเวณชายฝั่งของแหลมนั้นจะมีหินขรุขระมากมาย เช่นเดียวกับน้ำทะเลที่สวยงามมาก ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมวิวยอดนิยมแห่งหนึ่งของเกาะมิยาโกะครับ

5. ชมสะพานเชื่อมหมู่เกาะ

เกาะมิยาโกะเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะมิยาโกะ ซึ่งจากเกาะนี้จะมีสะพานเชื่อมเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้กัน โดยสะพานข้ามทะเลที่สวยงามและน่าไปชมได้แก่

สะพานอิราบุ (Irabu Bridge) – สะพานข้ามทะเลความยาว 3.5 กิโลเมตรที่นำนักเดินทางไปสู่เกาะอิราบุที่มีหาดสวยๆ ให้ชมเพิ่มเติม นอกจากนี้วิวสองฝั่งของสะพานก็สวยงามตระการตา เพราะน้ำใสช่วยให้เห็นท้องทะเลอย่างงดงามมากครับ

สะพานอิราบุ
by 7maru/ShutterStock

สะพานอิเคมะ (Ikema Bridge) – สะพานที่เชื่อมเกาะมิยาโกะกับเกาะอิเคมะ วิวบริเวณสะพานนั้นถือว่างดงามมาก โดยเฉพาะในวันฟ้าใสครับ

สะพานคุริมะ (Kurima Bridge) – สะพานที่นำคุณไปสู่เกาะคุริมะ เกาะที่มีหาดร้างอีกมากมายให้ได้ชม (แต่แน่นอนว่าไม่ควรไปว่ายน้ำครับ) จากบริเวณสะพาน คุณสามารถมองเห็นหาดมาเอะฮามะได้อีกด้วย

6. Higa Road Park

หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตที่นิยมทำกันที่หมู่เกาะมิยาโกะคือขับรถชมวิว ซึ่งหนึ่งในจุดที่สวยที่สุดคือ Higa Road Park ที่มีจุดที่หันหน้าไปยังทะเลจีนตะวันออก โดยตั้งอยู่บนหน้าผาที่สูงเกือบถึง 100 เมตร

จากจุดนี้คุณจะได้เห็นวิวแบบพาโนรามาของเกาะมิยาโกะและเกาะอื่นๆ โดยรอบอย่างสุดลูกหูลูกตา รวมไปถึงแนวปะการังและท้องทะเลที่งดงามอีกด้วย ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมคือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินครับ

7. ชิมอาหารพื้นเมือง

หมู่เกาะมิยาโกะนั้นมีหลากหลายเมนูที่น่าสนใจ นอกเหนือจากซีฟู้ดและอาหารโอกินาว่าที่มีชื่อเสียงแล้ว สิ่งที่คุณควรลองแน่นอนว่าคือเนื้อมิยาโกะ (Miyako Beef) ที่นุ่มลิ้นสุดจะพรรณนา ไปจนถึงมิยาโกะโซบะ (Miyako Soba) เมนูเส้นที่มีชื่อเสียงเลื่องลือครับ

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดคือผลไม้ต่างๆ ซึ่งผลไม้ที่นี่จะเป็นผลไม้เขตร้อนคล้ายกับประเทศไทย แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว อย่างเช่นมะม่วงหรือสับปะรดครับ ถ้าคุณอยากไปชมการปลูกผลไม้ของที่นี่ ไปจนถึงเก็บผลไม้และชิมผลิตภัณฑ์จากผลไม้ ผมแนะนำให้ไปที่ Maipari Miyakojima Tropical Fruit Farm (ค่าเข้าอยู่ที่ 700 เยนครับ)

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!