หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น6 สถานที่เที่ยวมุโระรัง (Muroran) และกิจกรรมต่างๆที่คุณไม่ควรพลาด

6 สถานที่เที่ยวมุโระรัง (Muroran) และกิจกรรมต่างๆที่คุณไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

มุโระรัง (Muroran, 室蘭) เป็นเมืองริมทะเลที่อยู่ค่อนมาทางใต้ของเกาะฮอกไกโด ลักษณะของภูมิประเทศของที่นี่เป็นแหลมที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟใต้ทะเล ก่อให้เกิดคาบสมุทรที่เว้าแหว่งที่สวยทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนครับ

ในบทความนี้ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับเมืองมุโระรังโดยคร่าวๆ ก่อนที่จะว่ากันถึงสถานที่ท่องเที่ยวและจุดสวยเป็นลำดับต่อไปครับ

ความเป็นมาของมุโระรัง (Muroran)

เนื่องจากมุโระรังอยู่ทางใต้ของเกาะฮอกไกโด ทำให้พัฒนาการของเมืองแตกต่างจากส่วนอื่นของเกาะ กล่าวคือชาวญี่ปุ่นได้เข้าครอบครองพื้นที่ส่วนนี้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แล้วครับ

ตระกูลมัตสึมาเอะคือตระกูลที่เข้าครอบครองพื้นที่ส่วนนี้ และได้พัฒนาขึ้นเป็นเมืองท่าที่ใช้ค้าขายระหว่างชาวญี่ปุ่นกับชาวไอนุ

เมืองมุโระรัง
by scott mirror/ShutterStock

หลังจากที่รัฐบาลเมจิเข้าผนวกเกาะฮอกไกโด มุโระรังได้ถูกเปิดเป็นเมืองท่าที่ใช้ค้าขายกับสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ตัวเมืองได้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมของฮอกไกโด และยังมีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่รุ่งโรจน์อีกด้วย

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มุโระรังจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการยิงถล่มของกองเรือและการทิ้งระเบิด แต่ตัวเมืองก็ได้ฟื้นคืนมาตามลำดับหลังจากสงคราม และยังคงสถานะเป็นเมืองท่าและเมืองค้าขายที่สำคัญของฮอกไกโดครับ

สะพานฮาคุโจ
by scott mirror/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปยังมุโระรังทำอย่างไร?

มุโระรังเป็นเมืองที่เดินทางมาง่ายและสะดวกสบายครับ โดยคุณจะมีตัวเลือกต่อไปนี้

จากซัปโปโรและ New Chitose Airport

  • รถไฟ JR Hokkaido มีบริการรถไฟ Limited Express จากเมืองซัปโปโรและสนามบิน Chitose Airport (สถานี Minami-Chitose) ไปยังมุโรรังทุกวันครับ วิธีนี้ถือว่าไม่ซับซ้อนและสะดวกสบายมาก
  • รถบัส – ผู้ให้บริการอย่าง Donan Bus มีบริการรถบัสจากสถานีซัปโปโรและ New Chitose Airport ไปยังมุโระรัง เวลาที่ใช้จะมากกว่ารถไฟเล็กน้อย แลกกับการที่ราคาถูกกว่าครับ

ในกรณีที่คุณไปเที่ยวโนโบริเบทสึ คุณสามารถนั่งรถบัสของ Donan Bus จากเมืองออนเซ็นดังกล่าวไปยังมุโระรังได้เลยเช่นกันครับ

อีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการเช่ารถขับ เพราะคุณจะไม่ต้องพะวงในการเดินทาง และยังสามารถขับรถไปที่เที่ยวอื่นๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนรถอีกด้วย อย่างเช่นทะเลสาบโทยะเป็นต้นคครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก Muro-kanko เว็บไซต์ทางการของการท่องเที่ยวมุโระรัง ก่อนออกเดินทาง โปรดตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเพราะข้อมูลการเดินรถจะเปลี่ยนได้ตลอดครับ

ไปเที่ยวมุโระรังช่วงไหนดี?

มุโระรังนั้นเที่ยวได้ทุกฤดูครับ ในแต่ละช่วงจะมีจุดที่น่าสนใจที่ต่างกัน อากาศของที่นี่จะต่างจากส่วนอื่นของฮอกไกโด ช่วงฤดูหนาวจะไม่ค่อยหนาวเท่าไรนัก ส่วนช่วงฤดูร้อนก็จะไม่ร้อนเหมือนกับส่วนอื่นๆ ของญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นมุโรรังเป็นเมืองที่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีครับ

1. ท่าเรือมุโระรัง

ท่าเรือมุโระรัง (Muroran Port) เป็นท่าเรือที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเมืองหรือแม้กระทั่งเกาะฮอกไกโดทั้งหมด ปัจจุบันตัวท่าเรือก็ยังคงคับคั่งไปด้วยเรือและคลังสินค้าครับ

ท่าเรือมุโระรัง
by scott mirror/ShutterStock

โดยมากแล้วนักท่องเที่ยวมักจะไปที่จุดชมวิวเพื่อชมความสวยของท่าเรือที่มีแสงไฟสว่างไสวในช่วงกลางคืนครับ

อีกหนึ่งวิธีชมวิวที่ได้รับความนิยมมากคือการล่องเรือครับ ซึ่งจะล่องในช่วงกลางคืนประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 3,000 เยน

2. จุดชมวิวโซคุเรียว

จุดชมวิวโซคุเรียว (Sokuryo Observatory) ตั้งอยู่บนภูเขาโซคุเรียว ซึ่งสูงแค่ 200 เมตร แต่ก็ถือว่าสูงที่สุดในเมืองแล้ว จากตรงนี้คุณจะเห็นวิวสวยๆ ของเมืองได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งทะเลสามด้านที่โอบล้อมเมืองมุโระรังอยู่ครับ

ในช่วงวันฟ้าใสนั้น คุณสามารถมองเห็นภูเขาสวยๆ หลายลูก ตั้งแต่ Mt.Yotei และ Mt.Komagatake ครับ

ตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟที่เสาแม่เหล็กไฟฟ้า 7 ต้นที่ยอดเขา ซึ่งเสาเหล่านี้ให้สีสันแก่ตัวเมือง

3. สะพานฮาคุโจ

สะพานฮาคุโจ (Hakucho Bridge) เป็นสะพานที่เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุโรรัง และเป็นสะพานแขวนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น โดยยาวถึง 1.38 กิโลเมตรเลยทีเดียวครับ

สะพานฮาคุโจ
by tkyszk/ShutterStock

ในช่วงกลางคืน สะพานแห่งนี้จะสวยเป็นพิเศษ เพราะว่ามีการเปิดไฟอันสว่างไสว โดยมากแล้วนักท่องเที่ยวมักจะขึ้นไปชมวิวที่ Shukuzu Park Observatory หรือว่า Shiomi Park Observatory ครับ

by senshin/ShutterStock

4. แหลมเอโตโมะ

แหลมเอโตโมะ (Cape Etomo) เป็นจุดปลายสุดของคาบสมุทรเอโตโมะ ที่นี่มีจุดชมวิวท้องทะเลอยู่ โดยเฉพาะอ่าวฟุนกะ (Funka Bay) ซึ่งสวยงาม และในวันฟ้าเปิด ถ้าคุณมองไกลๆ จะสามารถเห็นเมืองฮาโกดาเตะได้อีกด้วยครับ

จุดนี้เป็นที่ชาวพื้นเมืองเริ่มลงหลักปักฐานบนเกาะฮอกไกโดเมื่อประมาณ 6,000-7,000 ปีก่อน ใกล้กับบริเวณจุดชมวิวจึงมีอนุสรณ์ที่สร้างเพื่อระลึกถึงชาวพื้นเมืองตั้งอยู่ครับ

ใกล้กับแหลมเอโตโมะมีแนวหน้าผาชื่อ Ginbyobu ซึ่งจะสวยเป็นพิเศษในช่วงตะวันตกดิน เพราะเวลาแสงอาทิตย์ตกกระทบหน้าผาจะเกิดแสงสีเงินซึ่งงดงามมากครับ

5. แหลมชิคิว

แหลมชิคิว (Cape Chikyu) เป็นจุดชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งว่ากันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น บริเวณแหลมจะมีประภาคารสีขาวอายุกว่าหนึ่งร้อยปีตั้งอยู่ ซึ่งแสงจากประภาคารนั้นจะเห็นได้ไกลไปในท้องทะเลถึง 44 กิโลเมตรเลยทีเดียว ดังนั้นเป็นจุดให้สัญญาณที่สำคัญมาตั้งแต่ครั้งอดีตครับ

แหลมชิคิว
แหลมชิคิว by aki_tk/ShutterStock

จากแหลมชิคิวจะมีบริการล่องเรือชมโลมาและวาฬ ซึ่งคุณสามารถออกไปชมสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้ในราคา 6,000 เยนครับ โอกาสเจอโลมานั้นมากถึง 98% เพราะฉะนั้นใครอยากเห็นพวกมันแหวกว่ายในท้องทะเลแล้วละก็ ทัวร์นี้ถือว่าน่าสนใจอย่างมากเลยครับ

ใกล้กับแหลมชิคิวคือแนวหน้าผาชื่อ Kinbyobu ซึ่งเป็นหน้าผาแฝดกับ Ginbyobu แต่ความแตกต่างก็คือแสงที่ตกกระทบจะเป็นแสงสีทอง และจะชมได้ในช่วงเช้าครับ

ย้อนขึ้นเหนือไปเล็กน้อยจะมีแนวหน้าผาอีกแห่งชื่อ Tokkarisho ซึ่งคุณจะเห็นผืนหญ้าสีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีน้ำเงินอย่างสวยงาม ตัวหน้าผาก็มีรูปลักษณ์เป็นงามแหลมคม เพราะถูกกระแสคลื่นกัดเซาะอย่างยาวนานครับ

Tokkarisho
by koichi T/ShutterStock

6. ลองอาหารพื้นเมือง

มุโระรังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เพราะฉะนั้นที่นี่จึงมีวัฒนธรรมอาหารที่แข็งแกร่ง เมนูที่คุณควรจะลิ้มลองได้แก่

Muroran Yakitori – ยากิโทริของที่นี่จะต่างกับยากิโทริทั่วไป โดยจะใช้เนื้อหมูมาเสียบไม้คู่กับหัวหอม หลังจากนั้นก็นำไปราดซอสแล้วย่างบนเตาถ่าน เมนูนี้เป็นเมนูโปรดของเหล่าคนงานที่เป็นฟันเฟืองสำคัญของอุตสาหกรรมในเมืองมุโระรังครับ

Muroran Curry Ramen – ราเมงแกงกะหรี่ของมุโระรังอันมีชื่อเสียงเลื่องลือมาหลายสิบปี เพราะฉะนั้นถ้าได้มาถึงที่นี่ก็ไม่ควรพลาดครับ

References

  • Muro-Kanko
  • Muroran Official Travel Guide
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!