หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวยุโรป6 ที่เที่ยวปอร์โตฟิโน่ (Portofino) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

6 ที่เที่ยวปอร์โตฟิโน่ (Portofino) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

ต่อไปบทความของผมจะหาพบได้ยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ปอร์โตฟิโน่ (Portofino) เป็นหมู๋บ้านชาวประมงในเขต Liguria ของประเทศอิตาลี และเป็นส่วนหนึ่งของ Italian Riviera ที่แสนจะโด่งดัง ด้วยอาคารสีพาสเทลของหมู๋บ้านที่ตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งทะเล วิวของปอร์โตฟิโน่นั้นคล้ายคลึงกับ Cinque Terre หรือโปซีตาโน ทว่าปอร์โตฟิโน่นั้นจะมี “ความหรูหรา” มากกว่า เพราะว่าในช่วงศตวรรษที่ 19 ที่นี่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชนชั้นสูงยุโรปครับ

บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับปอร์โตฟิเน่อย่างคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักปอร์โตฟิโน่ (Portofino)

ปอร์โตฟิโน่นั้นมีสถานะเป็นหมู่บ้านมาทุกยุคทุกสมัย แต่ในอดีตก็คงรุ่งโรจน์ไม่น้อย เพราะปรากฏในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เขียนโดย Pilny the Elder นักประวัติศาสตร์โรมันชื่อดัง วิถีชีวิตของชาวบ้านก็ไม่มีอะไรซับซ้อน พวกเขาให้บริการเหล่าเรือประมงที่มาจอดพัก ณ ท่าเรือของหมู่บ้านครับ

เมืองปอร์โตฟิโน่
by Sean Pavone/ShutterStock

ในช่วงยุคกลางและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยานั้น ปอร์โตฟิโน่เปลี่ยนมือไปมาระหว่างนครรัฐเจนัว ฟลอเรนซ์ ซาร์ดิเนีย จนสุดท้ายในปี ค.ศ.1861 ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลีที่เพิ่งรวมประเทศได้ใหม่ๆ

หลังจากที่เป็นส่วนหนึ่งของอิตาลีแล้ว ปอร์โตฟิโน่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่ชนชั้นอีลิทของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ตลอดจนเศรษฐีผู้ร่ำรวย กลุ่มคนเหล่านี้ได้มาเที่ยวที่ปอร์โตฟิโน่แล้วรู้สึกชื่นชอบในทัศนียภาพและความสวยงาม ทำให้พวกเขามาซื้อบ้านราคาแพงไว้เป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่นั้นปอร์โตฟิเน่จึงเป็นจุดหมายสำคัญของเหล่าไฮไซหรือเซเลปผู้ร่ำรวยครับ

ปอร์โตฟิโน่ (Portofino)
by Olena Znak/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเมืองปอร์โตฟิโน่ทำอย่างไร?

เมืองใหญ่ที่ใกล้กับปอร์โตฟิโน่มากที่สุดคือเจนัว ดังนั้นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางไปจากเมืองนี้ ทว่าคุณสามารถไปปอร์โตฟิโน่จากเมืองอื่นๆ ในอิตาลีและฝรั่งเศสได้เช่นกัน

ตัวเลือกในการเดินทางไปยังปอร์โตฟิโน่มีด้วยกันหลายรูปแบบ ตั้งแต่รถบัส รถไฟ หรือแม้กระทั่งเรือ แต่ที่ง่ายดายที่สุดคือนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Santa Margherita Ligure – Portofino station ครับ สำหรับการจอง ดูตาราง และเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ สามารถทำได้ที่เว็บ Omio ครับ

อีกหนึ่งช่องทางในการเดินทางไปปอร์โตฟิเน่หรือการขับรถ แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไรนัก เพราะนอกจากจะหาที่จอดรถยากมากๆ แล้ว ถนนยังแคบเสี่ยงกับอุบัติเหตุด้วยครับ

จุดห้ามอู้

ในปี 2023 หมู๋บ้านปอร์โตฟิโน่ได้ออกกฎว่าในบริเวณท่าเรือนั้นจะเป็นจุดห้ามอู้ (no-waiting/no-lingering zones) ในช่วงเวลา 10.30-18.00 หรือหมายความว่าคุณจะไม่สามารถยืนถ่ายรูปเซลฟี่อ้อยอิ่งเป็นเวลานานได้ เพราะจะกีดขวางนักท่องเที่ยวและชาวบ้านทั่วไป ผู้ฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงถึง 275 ยูโร อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

1. Piazzetta

Piazzetta เป็นจัตุรัสที่มีอาคารสีพาสเทลที่อยู่ติดกับบริเวณท่าเรือหลักของหมู่บ้านปอร์โตฟิโน่ ที่นี่เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของเมือง ซึ่งปรากฏอยู่ในรูปถ่ายรวมไปถึงโปสการ์ดมากมาย นอกจากนี้ยังเป็นจุดยอดฮิตอันดับ 1 ของนักเดินทางที่ปรารถนาที่จะเก็บภาพทัศนียภาพอันสวยงามของที่นี่

Piazzetta เมืองปอร์โตฟิโน่
by Anton_Ivanov/ShutterStock

ปัจจุบันอาคารบ้านเรือนในแถบนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ตลอดจนร้านขายสินค้าต่างๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวครับ

2. Castello Brown

Castello Brown เป็นปราสาทเก่าแก่ที่ขึ้นมาตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ได้รับการขยายในช่วงยุคกลาง เพื่อใช้ป้องกันภัยคุกคามของกองเรือโจรสลัดที่ไล่ปล้นสะดมเมืองและหมู่บ้านต่างๆ รวมไปถึงกองทัพเรือของอาณาจักรต่างๆ ที่คุกคามนครรัฐเจนัว ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ปราสาทแห่งนี้แข็งแกร่งมาก และมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านกองทัพศัตรูไม่ได้รุกคืบเข้ามาได้หลายครั้งครับ

Castello Brown
by Alberto Masnovo/ShutterStock

อย่างไรก็ดีที่นี่ถูกเปลี่ยนเป็นวิลล่าในช่วงศตวรรษที่ 19 ตามมาด้วยการเป็นคุกของนักโทษการเมืองที่ต่อต้านกองทัพเยอรมันที่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนที่จะกลายเป็นโบราณสถานในปัจจุบัน

วิวสวยๆ จาก Castello Brown
by Gaspar Janos/ShutterStock

ทุกวันนี้ตัวปราสาทถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ ทว่าสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที่นี่คือ จากจุดนี้คุณจะเห็นวิวสวยๆ ของหมู่บ้านปอร์โตฟิโน่ได้อย่างพาโนรามาเลยครับ

3. ชมโบสถ์ต่างๆ

แม้ว่าจะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ (ปัจจุบันปอร์โตฟิโน่มีประชากรน้อยกว่า 500 คน) แต่ก็มีโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น Chiesa di San Giorgio โบสถ์ทรง Romanesque ที่คุณสามารถชมทัศนียภาพของท้องทะเลเบื้องล่างได้อย่างงดงามมาก หรือ Chiesa di San Martino โบสถ์ขนาดเล็กที่มีภาพ Madonna del Rosario ที่ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นคนวาด

Chiesa di San Giorgio by Luca Panarese/ShutterStock

4. Paraggi Beach

Paraggi Beach เป็นหาดทรายอีกไม่กี่แห่งที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านปอร์โตฟิโน่ หาดอื่นๆ ล้วนแต่เป็นหาดที่มีหินขรุขระที่ไม่เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ นอกจากนี้น้ำทะเลบริเวณหาดแห่งนี้ยังมีสีสวย และยังใสสะอาด ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำและชมวิวเป็นอย่างยิ่งเลยครับ

Paraggi Beach
by Simon Dannhauer/ShutterStock

5. San Fruttuoso Abbey

San Fruttuoso Abbey เป็นอารามโบราณที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10-13 (ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด) โดยถูกโอบล้อมอย่างแน่นหนาด้วยภูเขาสูงชัน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นท้องทะเล ทำให้เหมือนกับว่าตัวอารามตั้งอยู่บนเกาะร้างเลยครับ

San Fruttuoso Abbey
by Onyx9/ShutterStock

อย่างไรก็ดีคุณสามารถเดินตามเส้นทางเทรคกิ้งเพื่อเข้าไปที่ตัวอารามได้ หรือว่านั่งเรือเข้าไปได้เช่นกันครับ ปัจจุบันที่นี่จึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวครับ

6. Statue of Christ of the Abyss

ท้ายที่สุดถ้าคุณชื่นชอบการดำน้ำ คุณไม่ควรพลาดไดฟ์ที่ให้คุณได้ลงไปชมอนุสาวรีย์พระเยซูคริสต์ หรือ Christ of the Abyss ที่อยู่ใต้ท้องทะเลใกล้กับหมู่บ้านปอร์โตฟิโน่ ตัวอนุสาวรีย์สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1954 และได้รับการนำไปประดิษฐานอย่างท้องทะเลอย่างจงใจ (ไม่ใช่เพราะจมแต่อย่างใด) ณ จุดที่ Dario Gonzatti นักดำน้ำแบบ scuba คนแรกของอิตาลีเสียชีวิตในปี ค.ศ.1947 ครับ

Statue of Christ of the Abyss
by Lawrence Cruciana/ShutterStock

องค์พระเยซูจะผายพระหัตถ์ทั้งสองออก เพื่อเป็นสัญลักษณ์และการขอพรให้โลกมีความสงบสุข รวมไปถึงปกป้องนักดำน้ำและชาวทะเลให้พ้นจากภยันตรายครับ

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

Most Popular

error: Content is protected !!