หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น5 ที่เที่ยวซาวาระ (Sawara) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

5 ที่เที่ยวซาวาระ (Sawara) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ซาวาระ (Sawara) เป็นเมืองโบราณที่ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของเมืองคาโตริ (Katori) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดชิบะ ด้วยความที่มีอาคารโบราณอันสวยงาม ทำให้ซาวาระมีสมญาว่าว่าเอโดะน้อย (Koedo) เช่นเดียวกับเมืองอย่างคาวาโกเอะครับ

ในบทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับเมืองซาวาระคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเมืองซาวาระ (Sawara)

พื้นที่บริเวณเมืองซาวาระนั้นมีมนุษย์อาศัยอยู่มาอย่างยาวนานแล้ว ซึ่งไม่น่าแปลกใจเพราะบริเวณนี้ตั้งอยู่ใกล้กับปากแม่น้ำโทเนะ (Tone River) ที่ไหลลงสู่มหาสมุทร

ด้วยเหตุนี้บริเวณเมืองจึงอุดมสมบูรณ์มาก ในอดีตผู้คนต่างมาหาอาหารทะเลรวมไปถึงล่าสัตว์กันที่นี่ เมื่อเวลาผ่านไปที่นี่จึงกลายเป็นชุมชน และได้มีการสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อขอให้ชุมชนห่างไกลจากภัยพิบัติ ตัวเมืองซาวาระจึงเกิดขึ้นรอบๆ บริเวณศาลเจ้านั่นเองครับ

ในช่วงยุคนาราและเฮอัน ซาวาระได้กลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญของภูมิภาค และมีการเกษตรที่มั่งคั่ง แต่ก็เผชิญกับน้ำท่วมอยู่มาทุกยุคทุกสมัย

เมืองซาวาระ (Sawara) จังหวัดชิบะ
by nishi317/ShutterStock

ดังนั้นในปี ค.ศ.1590 โตกุกาวะ อิเอยาสึได้ปกครองบริเวณเมืองนี้ และได้เริ่มโครงการใหญ่ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางการเดินของน้ำให้ไหลไปลงทะเลที่โชชิ (Choshi) แทนที่จะเป็นอ่าวโตเกียวเหมือนแต่ก่อน

โครงการนี้ใช้เวลาเกือบ 7 ทศวรรษกว่าจะแล้วเสร็จ แต่หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว เมืองซาวาระก็แทบไม่เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมอีกเลย และได้กลายเป็นเมืองการค้าและสถานที่ขนถ่ายอาหาร (โดยเฉพาะข้าวสาร) ให้กับเมืองหลวงอย่างเอโดะ (โตเกียวในปัจจุบัน)

สมัยเอโดะเป็นช่วงที่ซาวาระมีชื่อเสียงเรื่องคลองและการเดินทางทางน้ำมาก แต่พอยุคโชวะ (กลางศตวรรษที่ 20) เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็เข้ามา ทำให้วิถีชีวิตแบบเดิมๆ เริ่มหายไป

เมืองโบราณซาวาระ
by Jatuphon.PTH/ShutterStock

อย่างไรก็ดีซาวาระได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม การสัญจรด้วยเรือผ่านคลองต่างๆ ของเมืองจึงยังคงอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ เพราะใช้รองรับนักท่องเที่ยวครับ

ในปี ค.ศ.2006 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เปลี่ยนรูปแบบการปกครองเมืองเสียใหม่ โดยรวมเมืองซาวาระเข้ากับอีกสามเมืองในเขตคาโตริ และกลายเป็นเมืองใหม่ในนามเมืองคาโตริ (Katori) ครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเมืองซาวาระ (Sawara) ทำอย่างไร?

รถไฟ – วิธีที่ซับซ้อนน้อยที่สุดคือ นั่งรถไฟ JR Sobu Line จากสถานีโตเกียวไปยัง Narita Station หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรถไฟแบบ local (Narita Line) เข้าเมืองซาวาระครับ

รถบัส – รถบัสเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ คุณสามารถนั่งรถบัสจากสถานีโตเกียวไปยังซาวาระได้โดยตรงเลยครับ

เช่ารถขับ – สำหรับใครที่เช่ารถมาเที่ยวเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่น และวางแผนจะคืนรถที่สนามบินนาริตะ แน่นอนว่าคุณสามารถขับไปเที่ยวเมืองซาวาระเป็นการเที่ยวปิดท้าย แล้วค่อยคืนรถครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจากเว็บ Suigo-Sawara Tourist Association และ JNTO ผมแนะนำให้ตรวจสอบที่เว็บทางการก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนได้ครับ

1. เมืองเก่าซาวาระ

ย่านเมืองเก่าซาวาระ (Sawara Historical District) นั้นเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำโอโนะ ซึ่งมีบ้านพักโบราณของเหล่าพ่อค้าสมัยเอโดะเรียงรายกันไปตลอดระยะทางกว่า 500 เมตร ปัจจุบันสภาพของบ้านเหล่านี้ยังสมบูรณ์มาก สาเหตุหนึ่งเพราะไม่ได้โดนทำลายในช่วงสงครามครับ

ในย่านนี้นั้นจะมีสะพานอยู่หลายแห่ง แต่สะพานที่โดดเด่นที่สุดคือสะพานจาจา (Jaja Bridge) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าสะพานโตโย (Toyo Bridge)

Jaja Bridge
by tbbstudio/ShutterStock

สมัยเอโดะตัวสะพานนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบระบายน้ำ เพื่อขนถ่ายน้ำไปยังนาข้าวครับ เวลาไหนที่ไม่ต้องการใช้น้ำ ตัวสะพานก็จะระบายน้ำลงแม่น้ำโอโนะได้ นับว่าเป็นนวัตกรรมโบราณที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านวิศวกรรมของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีครับ

สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศเมืองอย่างเต็มอิ่ม คุณสามารถล่องเรือไปตามสายน้ำของเมืองเพื่อชมวิวของทั้งสองฝั่งได้ครับ (ค่าบริการอยู่ที่ 1,300 เยนต่อครึ่งชั่วโมง) หรือว่าจะเดินช้อปปิ้งไปตามร้านค้าต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในบ้านโบราณได้เช่นกัน

เรือพายที่ย่านเมืองเก่าซาวาระ
by nishi317/ShutterStock

ภายในย่านเมืองเก่านั้นมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือพิพิธภัณฑ์อิโนะ ทาดาทากะ (Ino Tadataka Museum) ซึ่งเขาเป็นนักสำรวจที่ทำแผนที่ประเทศญี่ปุ่นที่แม่นยำที่สุดในยุคนั้นให้กับรัฐบาลโชกุนครับ บ้านของเขานั้นตั้งอยู่ในซาวาระและได้ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งคุณสามารถเข้าชมได้ครับ

2. ศาลเจ้าคาโตริ

ศาลเจ้าคาโตริ (Katori Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนแถบนี้มาตั้งแต่โบราณ ตามตำนานตัวศาลเจ้าน่าจะสร้างขึ้นตั้งแต่ 643 ปีก่อนคริสตกาลครับ (ปรากฏในเอกสารโบราณทุกเล่ม) และเป็นศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าชื่อเดียวกันอีก 400 แห่งทั่วทั้งญี่ปุ่น

ศาลเจ้าคาโตริ
by Guitar Photographer

ตัวศาลเจ้านั้นสถิตเทพเจ้าฟุสึนุชิ โนะ มิโคโตะ (Futsunushi no Mikoto) เทพเจ้าแห่งดาบและสายฟ้าที่มีสถานะเป็นเทพเจ้าผู้พิทักษ์ของดินแดนญี่ปุ่นด้วย ในช่วงยุคเมจิ ที่นี่ได้สถานะเป็นศาลเจ้าอันดับ 1 เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับองค์พระจักรพรรดิครับ

อย่างไรก็ดีอาคารเก่าแก่ของยุคโบราณนั้นไม่หลงเหลืออยู่แล้ว ตัวอาคารในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นช่วงยุคเอโดะในสไตล์ฮิวาดะ บูกิซึ่งสวยงามมาก ด้านในปลูกต้นไม้ไว้อย่างมากมาย ทำให้เป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีชั้นยอดของเมืองซาวาระครับ

3. สวนซุยโกะ ซาวาระ อายาเมะ

สวนซุยโกะ ซาวาระ อายาเมะ (Suigo Sawara Ayame Park) เป็นสวนในซาวาระที่เป็นสถานที่จัดเทศกาลดอกไอริสช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งในสวนจะมีดอกไอริสสีขาวและสีม่วงมากถึง 1.5 ล้านดอกจาก 400 สปีชีส์ด้วยกัน เรียกได้ว่ามากที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ยังมีดอกอื่นๆ อย่างเช่นดอกบัวและ wisteria ครับ

วิธีการชมดอกไอริสที่ดีที่สุดคือ ล่องเรือพายไปตามคลองครับ แต่เนื่องจากเป็นช่วงฤดูร้อน อากาศจะร้อนพอสมควร เพราะฉะนั้นต้องเตรียมเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมด้วยครับ

ช่วงเทศกาลไอริสนั้น ซึ่งชาวญี่ปุ่นมักมาจัดงานแต่งงานแบบโบราณตามวิถีชนบทที่เกี่ยวข้องกับสายน้ำกัน ถ้ามีโอกาสแน่นอนว่าคุณสามารถชมได้ครับ

4. ศาลเจ้าและวัดอื่นๆ

นอกเหนือจากศาลเจ้าคาโตริแล้ว เมืองซาวาระยังมีศาลเจ้าและวัดอีกหลายแห่งด้วยกันให้คุณไปเคารพสักการะได้ อย่างเช่น

ศาลเจ้ายาซากะ
ศาลเจ้ายาซากะ by PixHound/ShutterStock
  • ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) – ศาลเจ้าที่อุทิศให้กับโกสุ เท็นโน เทพเจ้าแห่งวัชพืชและโรคระบาด ชาวเมืองมักจะสวดขอพรให้เทพเจ้าคุ้มครองครับ
  • ศาลเจ้าสุวะ (Suwa Shrine) – สาขาหนึ่งของศาลเจ้าสุวะที่เมืองสุวะในจังหวัดนากาโน่
  • วัดคันคุปุจิ (Kankupuji Temple) – วัดนิกายชินงอนที่มีชื่อเสียงในเรื่องการปัดเป่าความชั่วร้าย และเป็นที่ฝังร่างของอิโนะ ทาดาทากะครับ

5. ชมเทศกาลต่างๆ

เทศกาลซาวาระ (Sawara Grand Festival) เป็นเทศกาลใหญ่ที่จัดขึ้นสองครั้งในทุกปี นั่นคือช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) ครับ

ช่วงฤดูร้อนจะเป็นการสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้ายาซากะซึ่งเชื่อกันว่าทำให้เกิดโรคระบาด ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะสักการะเทพเจ้าที่ศาลเจ้าสุวะเพื่อเป็นการขอบคุณที่มอบผลผลิตที่งอกงามมาให้ครับ

ตัวเทศกาลนั้นคล้ายกับที่ทาคายาม่าและจิจิบุ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว กล่าวคือจะเป็นการนำรถพื้นเมืองออกมาแห่ไปตามท้องถนน และประโคมด้วยการละเล่นและเครื่องดนตรีต่างๆ แต่จุดเด่นของที่นี่คือจะมีรูปปั้นขนาดใหญ่อยู่บนรถครับ บางตัวสูงถึง 4 เมตรเลยทีเดียว

อีกหนึ่งเทศกาลที่น่าสนใจคือ เทศกาลฮินะ (Hina Festival) เพื่อขอให้เทพเจ้าดูแลบุตรสาวให้ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดี ตัวเทศกาลจะเป็นการแห่ตุ๊กตาฮินะครับ ตุ๊กตาเหล่านี้มีอายุนับร้อยปีและได้รับการทำขึ้นมาอย่างประณีต ชาวเมืองจะสวมใส่ชุดพื้นเมืองและแห่ตุ๊กตาเหล่านี้ไปตามแม่น้ำในเมืองซาวาระครับ

เทศกาลตะเกียงไม้ไผ่
by masajla/ShutterStock

ท้ายที่สุดช่วงกลางเดือนสิงหาคมนั้น ย่านเมืองเก่าซาวาระจะมีเทศกาลตะเกียงไม้ไผ่ (Bamboo Lantern Festival) โดยชาวบ้านจะจุดไฟเพื่อต้อนรับดวงวิญญาณของสมาชิกในครอบครัวที่จากไปแล้ว และในวันสุดท้ายของเทศกาลจะมีการล่องท่อนไม้ไผ่ไปตามแม่น้ำเพื่อส่งดวงวิญญาณให้กลับไปครับ

References

  • Sawara Tourism Guide
  • JNTO
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!