หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น5 ไฮไลท์ชิมะออนเซ็น (Shima Onsen) ที่คุณไม่ควรพลาด

5 ไฮไลท์ชิมะออนเซ็น (Shima Onsen) ที่คุณไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ชิมะออนเซ็น (Shima Onsen) เป็นหนึ่งในออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดกุนมะ เคียงคู่กับคุซัทสึออนเซ็นและอิคาโฮะออนเซ็น ครับ

จุดเด่นของชิมะออนเซ็นนั้นอยู่ที่ความเงียบสงบที่ให้นักเดินทางได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างไม่มีอะไรมาขวางกั้น เช่นเดียวกับเรียวกังอันสวยงามที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับอนิเมะชื่อดังอย่าง Sen to Chihiro no Kamikakushi หรือในชื่อภาษาอังกฤษอย่าง Spirited Away ครับ

ในบทความนี้ผมจะนำคุณไปรู้จักกับเมืองออนเซ็นแห่งนี้โดยคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักชิมะออนเซ็น (Shima Onsen)

ชิมะออนเซ็นเป็นหนึ่งในออนเซ็นที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น โดยมีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 10 ความพิเศษของที่นี่นั้นอยู่ที่ว่าแหล่งน้ำแร่นั้นมีมากถึง 40 แห่งด้วยกัน ซึ่งต่างจากออนเซ็นบางแห่งที่จะมีแค่แห่งเดียวหรือไม่กี่แห่งเท่านั้น

นอกจากนี้ตามตำนานเล่าว่าน้ำแร่ของชิมะออนเซ็นมีความพิเศษ กล่าวถึงมีสรรพคุณรักษาโรคได้กว่า 40,000 ชนิดด้วยกัน ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงมาทุกยุคทุกสมัย และมีการสร้างโรงอาบน้ำขึ้นตั้งแต่ยุคเซ็นโกกุแล้วครับ

ทะเลสาบชิมะ (Lake Shima) ชิมะออนเซ็น
by ike-yama/ShutterStock

ต่อมาในสมัยเอโดะที่นี่ก็ได้กลายเป็นออนเซ็นยอดนิยม ทำให้ชิมะออนเซ็นมีอาคารหลายหลังที่มีอายุหลายศตวรรษ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศครับ

ปัจจุบันตัวเมืองชิมะออนเซ็นแบ่งออกเป็นสามส่วนได้แก่ Upper Town, Central Town และ Lower Town ครับ

ชิมะออนเซ็น (Shima Onsen)
by Junki Asano/ShutterStock

ในส่วนของ Upper Town นั้นจะเก่าแก่ที่สุด โดยเป็นที่แรกที่มีการพบน้ำพุร้อนในพื้นที่บริเวณนี้ ส่วน Central Town จะเป็นศูนย์กลางของตัวเมืองในปัจจุบัน ทำให้มีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย ส่วน Lower Town นั้นจะเงียบที่สุด แต่ก็มีเรียวกังริมแม่น้ำให้เลือกพักหลายแห่งด้วยกันครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปยังชิมะออนเซ็นทำอย่างไร?

ชิมะออนเซ็นสามารถเดินทางไปได้อย่างง่ายดายจากโตเกียว โดยมีวิธีการดังต่อไปนี้

  • รถบัสKanetsu Bus มีบริการรถบัสจาก Tokyo Station ไปยังชิมะออนเซ็นโดยตรง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง วิธีนี้ถือว่าประหยัดและง่ายที่สุด แต่รถจะมีออกแค่เช้าและบ่ายอย่างละเที่ยวเท่านั้นครับ
  • รถไฟ + รถบัส รถไฟ Limited Express Kusatsu-Shima นั้นเป็นรถไฟของ JR East ที่ให้บริการจากสถานีโตเกียวและอุเอโนะไปยังออนเซ็นชื่อดังทั้งสามแห่งจังหวัดกุนมะ เพราะฉะนั้นคุณสามารถนั่งจากโตเกียวไปลงที่ Nakanojo Station หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นรถบัสเข้าชิมะออนเซ็นครับ
  • ชินคันเซน + รถไฟ + รถบัส – วิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วกว่ารถบัสอยู่บ้าง แต่ราคาแพงเพราะฉะนั้นเหมาะกับใครที่มี JR Rail Pass อยู่แล้วเท่านั้นครับ ขั้นแรกคุณจะต้องนั่ง Joetsu Shinkansen หรือ Hokuriku Shinkansen จากสถานีโตเกียวหรืออุเอโนะไปลงสถานี Takasaki Station หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น JR Agatsuma Line เพื่อไปยังสถานี Nakanojo Station และปิดท้ายด้วยการนั่งรถบัสเข้าชิมะออนเซ็นครับ
  • เช่ารถ – ชิมะออนเซ็นอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 150 กิโลเมตร ดังนั้นคุณสามารถเช่ารถจากในเมืองหรือว่าสนามบินนาริตะและขับได้โดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง นอกจากนี้คุณยังไปเที่ยวที่อื่นในกุนมะได้อย่างเช่นมินาคามิหรือคุซัทสึออนเซ็นได้อย่างสะดวกสบายครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก Visit Gunma และ JR East ผมแนะนำให้ตรวจสอบที่ต้นทางก่อนที่จะออกเดินทาง เพราะรอบรถไฟและรถบัสอาจเปลี่ยนได้ตลอดเวลาครับ

ไปเที่ยวชิมะออนเซ็นช่วงไหนดี?

ชิมะออนเซ็นนั้นสวยงามทุกฤดู แต่โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วงสวยงามที่สุด เพราะธรรมชาติรอบๆ จะช่วยเกื้อหนุนให้ตัวเมืองสวยงามยิ่งขึ้นไปอีกครับ

1. เซคิเซนคังเรียวกัง

เซคิเซนคังเรียวกัง (Sekizenkan Ryokan) คือแลนด์มาร์กของชิมะออนเซ็น และเป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนๆ อนิเมะเรื่องดังครับ

เซคิเซนคังเรียวกัง ชิมะออนเซ็น
by Wizard8492/ShutterStock

ตัวเรียวกังประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน ตัวอาคารหลักนั้นสร้างขึ้นจากไม้อย่างสวยงามมาก โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1691 ทำให้เป็นเรียวกังที่สร้างขึ้นจากไม้ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่หลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันครับ ขณะที่อาคารที่เหลือนั้นสร้างขึ้นในยุคหลัง แต่ก็สวยงามไม่แพ้กัน

เซคิเซนคังเรียวกัง
by Chen Min Chun/ShutterStock

นอกจากมาชมและถ่ายรูปแล้ว คุณยังสามารถเข้าพักและแช่ออนเซ็นที่เรียวกังแห่งนี้ด้วยครับ ซึ่งจะให้ประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่เหมือนกับออนเซ็นที่ใดแน่นอน

2. แช่ออนเซ็น

นอกเหนือจากเซคิเซนคังเรียวกังแล้วนั้น ทั้งสามส่วนของชิมะออนเซ็นยังมีโรงอาบน้ำและเรียวกังที่คุณสามารถไปแช่ออนเซ็น และสัมผัสกับน้ำแร่ที่เชื่อกันว่ารักษาโรคได้กว่า 40,000 ชนิดได้อย่างอิสระ โรงอาบน้ำที่น่าสนใจได้แ่ก่

  • Seiryu no Yu – ตั้งอยู่ที่ Lower Town ที่นี่มีจุดเด่นอยู่ที่ออนเซ็นกลางแจ้งริมแม่น้ำที่ผู้แช่สามารถชมวิวสวยๆ ไปได้ ระหว่างที่แช่น่ำครับ วิวฝั่งผู้หญิงจะเป็นภูเขาอันสวยงาม ส่วนวิวฝั่งผู้ชายจะเป็นแม่น้ำชิมะครับ แต่ถ้าไม่สะดวกจะแช่กลางแจ้ง คุณสามารถเลือกแช่ในร่มได้ครับ
  • Shima Tamura – เรียวกังเก่าแก่ที่อาจจะเป็นที่พักแห่งแรกในชิมะออนเซ็น โดยเปิดให้บริการมาตั้งแต่ในปี ค.ศ.1563 และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันครับ
  • Gomusonoyu – ตั้งอยู่ที่ Upper Town ที่นี่เป็นโรงอาบน้ำที่ได้น้ำแร่มาจากน้ำพุร้อนที่พบเป็นลำดับแรกของชิมะออนเซ็น
  • Kawaranoyu
  • Kashiwaya Ryokan
  • Yamaguchikan

3. ทะเลสาบชิมะ

ทะเลสาบชิมะ (Lake Shima) ห่างจากชิมะออนเซ็นประมาณ 8 กิโลเมตร ตัวทะเลสาบมีสีฟ้าอมเขียวที่สวยงามมาก แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติครับ

ทะเลสาบชิมะ
by takmat71/ShutterStock

กล่าวคือการสร้างเขื่อนนาคาโนโจได้ก่อให้เกิดทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นยอด แต่ช่วงฤดูร้อนเองก็สวยไม่เบา เพราะสีเขียวของพืชพรรณ จะตัดกับน้ำในทะเลสาบเกิดเป็น contrast ที่เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

ในช่วง green season นักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาพายเรือแคนูกันที่นี่ครับ

4. ทะเลสาบโอคุชิมะ

ทะเลสาบโอคุชิมะ (Lake Okushima) เป็นทะเลสาบอีกแห่งใกล้กับชิมะออนเซ็นที่มีน้ำสีฟ้าอมเขียวอันน่าหลงใหลครับ น้ำของที่นี่จะเป็นสีฟ้าที่สุดในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะหิมะจำนวนมหาศาลจะละลายและไหลลงมาในช่วงนี้ครับ

ทะเลสาบโอคุชิมะ
by Naima Niemand/ShutterStock

ทัศนียภาพรอบทะเลสาบโอคุชิมะนั้นสวยงามในทุกฤดู ไม่เว้นแม้แต่ช่วงฤดูหนาวที่รอบๆ ทะเลสาบถูกหิมะปกคลุมอย่างหนาแน่น ก่อเกิดเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ เลยทีเดียวครับ

5. ชิมะโอเก็ตสึ

ชิมะโอเก็ตสึ (Shima Potholes) เป็นหลุมขนาดใหญ่แปดแห่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพื้นแม่น้ำชิมะที่ไหลผ่านชิมะออนเซ็น หลุมเหล่านี้นั้นเกิดจากการกัดเซาะโดยธรรมชาติโดยกระแสน้ำต่อชั้นหินครับ

ชิมะโอเก็ตสึ
by jyugem/ShutterStock

ทั้งนี้หลุมที่ใหญ่ที่สุดกว้างถึง 2.9 เมตร และลึกถึง 1.5 เมตรด้วยกัน เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและแปลกตา น่าไปชมอย่างยิ่งครับ

ชิมอาหารแสนอร่อย

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!