หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวยุโรป11 ที่เที่ยวเซียน่า (Siena) และกิจกรรมน่าสนใจที่ห้ามพลาด

11 ที่เที่ยวเซียน่า (Siena) และกิจกรรมน่าสนใจที่ห้ามพลาด

-

ต่อไปบทความของผมจะหาพบได้ยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

เซียน่า (Siena) เป็นเมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคทัสคานี (Tuscany) ของประเทศอิตาลี ตัวเมืองเคยเป็นหนึ่งในเมืองการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดของอิตาลีในช่วงปลายยุคกลางถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา เมืองนี้จึงยังหลงเหลือสิ่งก่อสร้างที่สวยงามมากมาย และจัดว่าเป็นเมืองสวยอีกแห่งหนึ่งของอิตาลีครับ

บทความนี้จะนำคุณไปรู้จักกับเมืองเซียน่าคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักเซียน่า (Siena)

เซียน่าเป็นเมืองโบราณที่มีมนุษย์อาศัยมาอยู่ตั้งแต่ช่วง 900 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว โดยตำนานเล่าว่าบุตรชายสองคนของรีมุส (หนึ่งในสองผู้ก่อตั้งกรุงโรม) นามว่า Senius และ Aschlus ได้หลบหนีมาที่นี่หลังจากที่บิดาถูกสังหาร และได้ก่อร่างสร้างเมืองใหม่ขึ้นครับ

หลังจากอาณาจักรโรมันเข้าปกครองพื้นที่ทั้งหมดของอิตาลี เซียน่าก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร แต่ว่าไม่ได้รุ่งเรืองเท่าไรนัก เพราะที่ตั้งของเมืองห่างจากถนนสายหลัก ดังนั้นจึงไม่มีปัจจัยทางเศรษฐกิจมาเกื้อหนุนให้เมืองเจริญเติบโตเท่าใดนัก

เซียน่าจะเจริญขึ้นมาเพราะชนเผ่า Lombard ได้เข้าคุกคามพื้นที่แถบนี้ในช่วงศตวรรษที่ 5 และได้เข้าครอบครองพื้นที่ตรงนี้ หลังจากที่ปกครองได้สักพักก็ถูกคุกคามโดยทหารไบแซนไทน์ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวถนนที่ใช้ค้าขายมาให้ผ่านเมืองเซียน่าแทน นับตั้งแต่บัดนั้นเซียน่าจึงเจริญขึ้นตามลำดับครับ

เมืองเซียน่า (Siena) ในปัจจุบัน
by Rasto SK/ShutterStock

ช่วงศตวรรษที่ 8 ผู้ปกครองชาว Lombard พ่ายแพ้ต่อจักรพรรดิ Charlemagne ของชาวแฟรงก์ ดินแดนบริเวณเซียน่าอยู่ในจักรวรรดิแฟรงก์อยู่หลายสิบปี ก่อนที่จะมาอยู่ในการปกครองของรัฐใหม่นามว่า March of Tuscany เป็นเวลานานถึงสามร้อยกว่าปี

ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 12 ดินแดนของ March of Tuscany ได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ และมีการปกครองตนเอง ซึ่งช่วงนี้เองชาวเมืองเซียน่าก็ได้สถาปนาการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐ ในนามว่าสาธารณรัฐเซียน่า (Republic of Siena)

ยุคสาธารณรัฐเป็นยุคที่ตัวเมืองรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด เพราะเป็นเมืองการค้าที่สำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือการธนาคาร เซียน่าถือเป็นเมืองที่วัฒนธรรมธนาคารอย่างแข็งแกร่ง หนึ่งในธนาคารที่ถือกำเนิดในช่วงนี้อย่าง Monte del Paschi Bank เปิดกิจการในช่วงปี ค.ศ.1472 และยังดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน

เมืองเซียน่าในปัจจุบัน
by Caterina Belova/ShutterStock

ประชากรของเซียน่าในช่วงสาธารณรัฐนั้นถือว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป โดยมีมากถึง 50,000 คน หรือเรียกได้ว่าสูสีกับเมืองใกล้ๆ ที่แข่งบุญแข่งอำนาจกันฟลอเรนซ์เลยทีเดียว

ในช่วงศตวรรษที่ 16 สาธารณรัฐเซียน่าถูกคุกคามโดยกองกำลังของสเปนและฟลอเรนซ์ ผู้ปกครองเมืองจึงหันไปหาฝรั่งเศสให้ช่วยเหลือ ทำให้ฝ่ายสเปนส่งกำลังเข้าตีเมืองเซียน่า แม้ว่าชาวเมืองจะสู้ป้องกันเมืองได้ถึง 18 เดือน แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ สาธารณรัฐเซียน่าจึงถึงกาลอวสาน

สนธิสัญญาระหว่างสเปนและฝรั่งเศสได้ทำให้เซียน่าอยู่ในการปกครองของตระกูลเมดิซีผู้ยิ่งใหญ่แห่งฟลอเรนซ์ที่ได้สถาปนาดินแดนในปกครองของตนเป็นรัฐใหม่นามว่า แกรนด์ดัชชีแห่งทัสคานี (Grand Duchy of Tuscany)

เมืองเซียน่า (Siena)
by Rasto SK/ShutterStock

ภายใต้แกรนด์ดัชชีนั้น เซียน่าก็ยังเป็นเมืองสำคัญอยู่ แต่ไม่ได้รุ่งโรจน์เท่ากับในอดีต หลังจากที่แกรนด์ดัชชีสูญสิ้นไป และความวุ่นวายในยุคสงครามนโปเลียนสิ้นสุดลง ชาวเมืองต่างๆ ในอิตาลีได้สนับสนุนให้รวมเมืองต่างๆ ในดินแดนรองเท้าบู้ตแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเซียน่าได้เป็นเมืองแห่งแรกในทัสคานีได้รวมเข้ากับประเทศใหม่ครับ

นับตั้งแต่บัดนั้นเซียน่าได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิตาลีมาจนถึงปัจจุบัน ตัวเมืองได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกขององค์การยูเนสโก เซียน่าจึงกลายเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ซึ่งนักท่องเที่ยวมักเดินทางมาจากเมืองฟลอเรนซ์ครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเมืองเซียน่า (Siena) ทำอย่างไร?

รถบัส – ผู้ให้บริการอย่าง Flixbus มีบริการรถบัสจากเมืองใหญ่ๆ ในอิตาลี อย่างเช่นฟลอเรนซ์ โบโลญญ่า หรือแม้กระทั่งโรมหรือมิลานครับ

รถไฟ – คุณสามารถนั่งรถไฟจากสถานี Santa Maria Novella Station ของเมืองฟลอเรนซ์ไปยังเมืองเซียน่าได้โดยตรงครับ

เช่ารถขับ – คุณสามารถเช่ารถที่เมืองใหญ่ของอิตาลี แล้วขับมาเที่ยวเมืองเซียน่าได้เช่นกัน แต่คุณจะไม่สามารถขับเข้ามาในตัวเมืองเก่าที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ได้ครับ เพราะบริเวณนั้นจะไม่ให้รถเข้าถึง

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจากเว็บไซต์ Visit Siena หรือเว็บไซต์ท่องเที่ยวของเมือง ผมแนะนำให้ตรวจสอบที่ต้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนไปได้ครับ

การสัญจรในเมืองเซียน่าทำอย่างไร

ในย่านเมืองเก่านั้น รถต่างๆ จะไม่สามารถผ่านได้ ดังนั้นคุณจะต้องเดินเท้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นการสวมใส่รองเท้าเดินที่ดีเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่ง

แต่ส่วนอื่นของเมืองนั้น คุณใช้บริการของมินิบัส (Pollicino) เพื่อเดินทางไปไหนมาไหนได้ รวมไปถึงรถประจำทางและแท็กซี่ครับ

1. Piazza del Campo

Piazza del Campo เป็นจัตุรัสอันเป็นศูนย์กลางของเมืองเก่าเซียน่า และได้รับการยกย่องบ่อยครั้งว่าเป็นจัตุรัสที่สวยที่สุดของโลก

Piazza del Campo
by Catarina Belova/ShutterStock

ตัวจัตุรัสนั้นเป็นรูปเปลือกหอยที่มีเก้าแฉกด้วยกัน ซึ่งมีที่มาจากผู้ปกครองทั้งเก้า (Nove Signori) ในช่วงสาธารณรัฐครับ ตรงกลางของจัตุรัสมีหอคอยสูงตระหง่านชื่อ Torre del Mangia ตั้งอยู่

Torre del Mangia
by SCStock/ShutterStock

หอคอยนี้จัดว่าสูงถึง 102 เมตร ซึ่งสูงมากถ้าเทียบกับสิ่งก่อสร้างช่วงนั้น และเปรียบเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองครับ

จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมสำคัญๆ ของเมืองมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาล Palio di Siena ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 2 กรกฎาคมและ 16 สิงหาคมของทุกปี

 Palio di Siena
by M.Rohana/ShutterStock

เทศกาลแห่งนี้มีหัวใจหลักคือการแข่งม้าครับ ซึ่งดำเนินมานานถึงเกือบ 400 ปีแล้วด้วยกัน แน่นอนว่าถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวเซียน่าในช่วงนั้น การไปชมเทศกาลนี้เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเลยทีเดียว

2. Palazzo Pubblico

Palazzo Pubblico เป็นส่วนหนึ่งของ Plazza del Campo และเคยเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองนครแห่งนี้ เพราะว่าที่นี่เคยเป็นสถานที่ว่าการเมือง (City Hall) รวมไปถึงสถานที่พำนักของผู้ปกครองเมืองครับ

ตัวอาคารสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 ครับ แม้ว่าจะเก่าแก่มากแล้วแต่สภาพด้านในยังสมบูรณ์ดี ทั้งนี้ด้านในจะตบแต่งด้วยภาพเขียนสีเฟรสโกหลายภาพด้วยกัน

Palazzo Pubblico
by ermess/ShutterStock

ภาพที่ดังที่สุดเห็นจะเป็น The Allegory of Good and Bad Government ซึ่งเป็นผลงานของ Ambrogio Lorenzetii ที่แสดงถึงผลกระทบของการปกครองที่ดีและไม่ดีและรัฐบาล เจตจำนงก็คือเตือนใจให้เหล่าผู้ปกครองตระหนักว่าการตัดสินใจของพวกเขามีผลกระทบอย่างยวดยิ่งต่อชาวเมืองเซียน่าครับ

ด้านในอาคารแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์อยู่ด้วยชื่อ Siena Civic Museum หรือ Museo Civico ซึ่งมีภาพเขียนสีเฟรสโกอันสวยงามให้ชมอีกมากมาย รวมไปถึงจุดชมวิว Loggia dei Nove ที่คุณชมวิวมุมสูงของ Piazza del Campo ได้อีกด้วยครับ

3. Siena Cathedral

มหาวิหารเซียน่า (Siena Cathedral) หรือ Duomo di Santa Maria Assunta ถือเป็นมหาวิหารทรง Gothic-Romanesque ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ตัวมหาวิหารสร้างเสร็จตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 12 ครับ แต่ก็ได้รับการแต่งเติมด้วยช่างฝีมือตลอดช่วงยุคสาธารณรัฐก่อนที่จะเกิดกาฬโรคระบาดในปี ค.ศ.1348 ที่ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดลงไป

ด้านหน้าหรือ Façade ของมหาวิหารนั้นสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนอย่างดี การสร้างเป็นผลงานของสถาปนิกสองคนในสไตล์สองแบบที่ต่างกัน ดังนั้นรูปลักษณ์ของมหาวิหารจะสวยโดดเด่นต่างจากที่อื่นอย่างชัดเจนครับ

Siena Cathedral
by Rasto SK/ShutterStock

ส่วนด้านในนั้นจะมีโครงสร้างแบบมหาวิหารทรงโกธิคทุกกระเบียดนิ้ว และได้รับการตบแต่งอย่างประดับประดาอย่างประณีต เมื่อคุณก้าวย่างเข้าไปจะสัมผัสได้ว่าโทนสีนั้นจะเป็นสีขาวดำ ซึ่งเป็นสีประจำเมืองของเซียน่าครับ

สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นออกมาคือผลงานศิลปะต่างๆ ที่ภาพเขียนสีและรูปปั้นที่เป็นผลงานของสุดยอดศิลปินของยุคกลางและยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยา

ด้านในของ Siena Cathedral
by Marco Scisetti/ShutterStock

อย่างภาพเขียนสีเฟรสโกนั้นเป็นของ Pinturicchio และ Donatello ส่วนรูปปั้นนั้นก็มีหลากหลาย แต่ที่โ่ด่งดังเห็นจะเป็นรูปปั้นนักบุญในศาสนาคริสต์ที่เป็นผลงานของไมเคิลแองเจโลครับ

อีกหนึ่งสิ่งที่งดงามและทรงคุณค่าอย่างมากคือแท่นธรรมศาสน์ทรงแปดเหลี่ยมที่เป็นผลงานสุดอลังการของ Nicola Pisano ที่สร้างขึ้นจากหินอ่อนชั้นเลิศ และมีอายุเกือบ 800 ปีแล้วครับ

แต่งานที่สุดยอดที่สุดเห็นจะเป็นพื้นหินอ่อนของมหาวิหารแบบ opus sectile ที่เป็นผลงานที่มีการสร้างเพิ่มเติมตลอด 500 ปีด้วยกัน ตัวพื้นนั้นจะแบ่งเป็น 56 ช่อง โดยตัวภาพจะเป็นเรื่องเล่าต่างๆ ของพระคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งได้รับการยกย่องว่าสวยงามตระการตาที่สุด อย่างแทบจะไม่มีที่ใดในอิตาลีมาเทียบได้เลยครับ

by kompassstudio/shutterstock

อย่างไรก็ดีพื้นนี้ไม่ได้เปิดให้ชมได้ตลอดทุกเดือน แต่จะเปิดเฉพาะช่วงหลังจากวันที่ 18 สิงหาคมไปจนถึงสิ้นสุดเดือนตุลาคมครับ

การชมด้านในมหาวิหารแห่งนี้ที่ดีที่สุดคือชมจากมุมสูงผ่านจุดที่เรียกว่า Porta del Cielo หรือแปลเป็นไทยว่าประตูแห่งสวรรค์ครับ แต่ประตูนี้จะต้องซื้อทัวร์เข้าไป และไม่ได้เปิดให้ชมได้ทุกวันครับ

ท้ายที่สุดในมหาวิหารแห่งนี้มีห้องใต้ดินด้วย ซึ่งเพิ่งจะค้นพบเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เอง ด้านในห้องใต้ดินได้รับการตบแต่งด้วยภาพเขียนสีในศิลปกรรมแบบยุคกลางที่สวยงามและสมบูรณ์แบบไม่น่าเชื่อ และเป็นของเดิมแบบ 100% จุดนี้จึงเป็นอีกจุดที่ห้ามพลาดเลยครับ

4. Baptistery of San Giovanni

ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิหารเซียน่า Baptistery of San Giovanni เป็นสถานที่ทำศีลจุ่มในเมืองเซียน่าที่สร้างไม่เสร็จสมบูรณ์เพราะโรคระบาดใหญ่ แต่ด้านในนั้นได้รับการตบแต่งอย่างอลังการงานสร้างด้วยภาพเขียนสีเหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏในชีวิตของนักบุญคนสำคัญ และรูปปั้นขององค์นักบุญตลอดจนเทวดาต่างๆ ครับ

ศิลปกรรมด้านในของที่นี่จะต่างกับ Baptistery ในราเวนนา โดยของราเวนนานั้นจะเป็นแบบ Early Christian Art ซึ่งจะเก่ากว่าของที่นี่ที่เป็นสไตล์ของยุคกลางครับ

5. Basilica of San Domenico

Basilica of San Domenico เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 และได้รับการขยายใหญ่ในช่วงศตวรรษต่อมา ซึ่งเป็นช่วงที่สาธารณรัฐเซียน่ารุ่งโรจน์ถึงขีดสุด

Basilica of San Domenico
by Aleksandr Stepanov/ShutterStock

สไตล์การสร้างวิหารแห่งนี้คือ Cistercian Gothic Style ครับ ส่วนด้านในได้รับการตบแต่งอย่างงามตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Chapel of the Vaults ที่อุทิศให้กับนักบุญแคทเทอรีนแห่งเซียน่า (Catherine of Siena) ครับ

6. Pinacoteca Nazionale

ครั้งหนึ่งเซียน่าเคยมีชื่อเสียงในฐานะเมืองศิลปะที่มีรูปแบบศิลปะเป็นของตนเอง (Sienese School) ซึ่งโดดเด่นไม่แพ้ที่ใดในอิตาลี ปัจจุบันผลงานของศิลปินจากเมืองเซียน่าได้ถูกเก็บรักษาไว้มากที่สุดในพิพิธภัณฑ์ Pinacoteca Nazionale ครับ

Pinacoteca Nazionale
by s74/Shutterstock

งานที่มีชื่อเสียงนั้นมีมากมายอย่างเช่น The Annunciation ของ Ambrogio Lorenzetii หรือ Madonna and Child ของ Simone Martini ครับ ถ้าคุณเคยเรียนศิลปกรรมตะวันตกมา ที่นี่ถือว่าเป็นอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดครับ

7. Santa Maria della Scala

Santa Maria della Scala เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจ เพราะเป็นสถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุที่แสดงถึงประวัติอันยาวนานของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี คุณจะได้เห็นสิ่งของต่างๆ ตั้งแต่ยุคอีทรัสกันและโรมันมาจนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาครับ

Santa Maria della Scala
by Route66/ShutterStock

ไฮไลท์ของที่นี่น่าจะเป็น Treasure of Santa Maria della Scala ซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุที่มาจากกรุงคอนสแตนติโนเปิล (อิสตันบูลในปัจจุบัน) ที่เหล่านักบวชได้ซื้อมาในช่วงศตวรรษที่ 14 ครับ

นอกจากโบราณวัตถุแล้ว ตัวสถานที่เองก็ไม่ธรรมดา ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่มาก่อน บางส่วนของตัวอาคารจึงได้รับการตบแต่งอย่างสวยงามด้วยภาพเขียนสีเฟรสโกอย่างภาพ Sala del Pellegrinaio ซึ่งแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพลเมือง และกิจกรรมของโรงพยาบาลครับ

8. Medici Fortress of Siena

Medici Fortress of Siena หรืออีกชื่อหนึ่ง Forte di Santa Barbara เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นโดยชาวสเปน ก่อนที่จะโดนชาวเซียน่าทำลายทิ้งหลังจากขับไล่ทหารสเปนออกไปได้สำเร็จ

อย่างไรก็ดีตัวป้อมได้รับการสร้างขึ้นใหม่โดยนครรัฐฟลอเรนซ์ของตระกูลเมดิซี หลังจากที่สาธารณรัฐเซียน่าแพ้สงคราม วัตถุประสงค์ก็คือควบคุมชาวเมืองเซียน่าไม่ให้ลุกฮือต่อต้าน ดังนั้นในอดีตชาวเมืองจึงมองป้อมแห่งนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ข่มเหงโดยชาวต่างนครครับ

วิวสวยๆจากป้อมปราการเมดิซี
วิวสวยๆจากป้อมปราการเมดิซี by Ikonya/ShutterStock

ปัจจุบันตัวป้อมเป็นจุดชมวิวเมืองเซียน่าที่ยอดเยี่ยม โดยคุณจะได้เห็นทั้งหอคอย Torre del Mangia, Siena Cathedral รวมไปถึง Basilica of San Domenico ในเฟรมเดียวกันครับ

9. Basilica of San Clemente in Santa Maria dei Servi

มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เนินเขาทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเซียน่า ตัวโบสถ์สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 แต่ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ กว่าจะได้รับการทำพิธีอย่างถูกต้องก็เข้าช่วงศตวรรษที่ 16 แล้วครับ

Basilica of San Clemente in Santa Maria dei Servi
by Dmitriy Yakovlev/ShutterStock

ด้านในได้รับการประดับประดาอย่างสวยงามเช่นเคย อย่างเช่นภาพเขียน Madonna and Child ของ Coppo di Marcovaldo รวมไปถึงภาพเฟรสโกฝีมือของศิลปินชื่อก้องของเมืองเซียน่าอีกหลายคนครับ

10. Sanctuary House of St. Catherine

ที่นี่เป็นอดีตบ้านเช่าของพ่อของนักบุญแคทเทอรีน และสถานที่พำนักขององค์นักบุญเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่แสวงบุญของผู้ศรัทธาในองค์นักบุญแห่งนี้ด้วย

ปัจจุบันที่นี่เป็นสถานที่เก็บรักษาไม้กางเขนของเธอ ตอนที่นักบุญแคทเทอรีนได้รับ stigmata (แผลเหมือนกับพระเยซูตอนที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน) ครับ

11. ชิมอาหารพื้นเมือง

Pici
Pici by Spottino69/ShutterStock

เซียน่าเป็นเมืองที่มีอาหารพื้นเมืองที่มีความโดดเด่นไม่แพ้เมืองใดในอิตาลี เมนูที่คุณไม่ควรพลาดได้แก่

  • Pici – พาสต้าแบบ handmade คล้ายกับสปาเกตตี้ แต่เส้นจะหนากว่า
  • Sienese Salami โดยเฉพาะที่ทำมาจากหมูสายพันธุ์ Cinta Senese ของเซียน่า
  • Ribollita soup – ซุปผัก
  • ขนมหวานอย่างเช่น Cavallucci, Ricciarelli และ Cantuccini

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

Most Popular

error: Content is protected !!