หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น9 ไฮไลท์พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace) น่าไปชม

9 ไฮไลท์พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace) น่าไปชม

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace) หรือโคเกียว (Kokyo) เป็นสถานที่ประทับของจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์ปัจจุบัน และเชื้อพระวงศ์ระดับสูง รวมถึงเป็นสถานที่สำหรับองค์พระจักรพรรดิในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามโบราณราชประเพณี เช่นเดียวกับที่ตั้งของสำนักพระราชวัง และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระราชวังครับ

ปัจจุบันบางส่วนของพระราชวังอิมพีเรียลนั้นเปิดให้เข้าชมได้ โดยเฉพาะสวนตะวันออกหรือ East Gardens ที่สวยงามยิ่งครับ

รู้จักพระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

พื้นที่บริเวณพระราชวังอิมพีเรียลในปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของปราสาทเอโดะ (Edo Castle) ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 15 แต่หลังจากนั้นบริเวณเมืองเอโดะได้มีการสัประยุทธ์และเปลี่ยนมือกันอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 17 ที่แผ่นดินญี่ปุ่นอยู่ในกำมือของโชกุนตระกูลโตกุกาวะอย่างเบ็ดเสร็จจึงได้มีการสร้างเอโดะเป็นสถานที่พำนักอย่างถาวร

ด้วยเหตุนี้พื้นที่บริเวณปราสาทเอโดะจึงถูกขยายออกด้วยการถมทะเล และมีการสร้างอาคารมากมายขึ้นสำหรับโชกุนในการเป็นสถานที่ว่าราชการ ซึ่งกำลังเงินและผู้คนก็มาจากไดเมียวจากท้องที่ต่างๆ อันที่จริงแล้วนี่เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งที่ทำให้เหล่าไดเมียวนั้นอ่อนแอลง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาคบคิดกันเป็บกบฏนั่นเอง

พระราชวังอิมพีเรียล
by Tooykrub/ShutterStock

เมื่อสร้างเสร็จแล้วปราสาทเอโดะจึงได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่เป็นอันดับหนึ่งแห่งยุค โดยโชกุนโตกุกาวะพำนักอยู่ที่นี่สืบเนื่องกันไปจนสิ้นสุดสมัยเอโดะ หลังจากที่รัฐบาลเมจิได้ก่อตั้งขึ้น โตกุกาวะ โยชิโนบุ โชกุนคนสุดท้ายของญี่ปุ่นและครอบครัวได้รับคำสั่งให้ย้ายออกเพื่อรองรับองค์จักรพรรดิเมจิและพระบรมวงศานุวงศ์ที่จะเสด็จย้ายมาจากเกียวโตเพื่อมาประทับอยู่ที่นี่เป็นการถาวร

ในปัจจุบันอาคารสมัยที่เป็นปราสาทเอโดะไม่หลงเหลือมากนัก เพราะถูกทำลายโดยไฟไหม้และแผ่นดินไหว หรือไม่ก็ถูกรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่ในสมัยเมจิ แต่ส่วนที่สร้างในยุคเมจิก็ไม่เหลือแล้วเช่นกัน เพราะถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงปลายสงครามนั้น องค์พระจักรพรรดิถึงกับต้องเสด็จไปประทับที่บังเกอร์ใต้ดินครับ

พระราชวังอิมพีเรียล
by TierneyMJ/ShutterStock

ปัจจุบันอาคารส่วนใหญ่ที่เราเห็นในพระราชวังอิมพีเรียลนั้นเป็นส่วนที่สร้างใหม่เกือบทั้งหมดในช่วงทศวรรษ 1960 ครับ ซึ่งความหรูหราอลังการงานสร้างนั้นเทียบไม่ได้กับในอดีต ทุกวันนี้องค์พระจักรพรรดิประทับอยู่ในพระราชวังฟุคิอาเกะ (Fukiage Palace) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์ครับ

ทั้งนี้คุณสามารถเข้าชมบางส่วนของพระราชวังอิมพีเรียลได้ (แต่ส่วนมากจะไม่ได้เปิดให้เข้าชม) ทั้งนี้คุณสามารถเข้าร่วมทัวร์ที่จัดโดยสำนักพระราชวังญี่ปุ่น (Imperial Household Agency) เพื่อชมส่วนที่ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าชมได้ครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปพระราชวังอิมพีเรียลทำอย่างไร?

วิธีการไปที่ง่ายที่สุดคือเดินทางไปที่สถานีโตเกียวที่ย่านมารุโนะอุจิ หลังจากนั้นก็เดินไปประมาณ 10 นาทีครับ แต่ถ้าคุณจะไปเข้าชมกับทัวร์ที่ทางสำนักพระราชวังจัดไว้ จุดนัดพบจะอยู่ที่ประตูคิเคียว (Kikyo Gate) ซึ่งจะใกล้กับสถานี Otemachi หรือ Nijubashi-mae มากกว่าครับ

ที่พัก

การพักใกล้กับพระราชวังอิมพีเรียลถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะตัววังตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ใกล้กับสถานีโตเกียวและในที่พักบางแห่ง คุณยังชมวิวมุมสูงของพระราชวังได้อีกด้วย ใครที่สนใจผมแนะนำให้อ่านบทความที่พักใกล้สถานีโตเกียวของผมเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

ส่วนที่เข้าชมได้อย่างอิสระ

1. East Gardens

East Gardens คือส่วนเดียวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้โดยไม่ต้องพึ่งทัวร์ใดๆ ด้านในสวนแห่งนี้นั้นมีอาคารที่สำคัญอยู่หลายแห่ง แต่สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปที่นี่คือ ซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ

by Pop Navy/ShutterStock

การเข้าชมในส่วนแห่งนี้นั้นไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ดังนั้นถ้าคุณเดินทางไปโตเกียวในสองช่วงเวลาดังกล่าว การไปชมสวนแห่งนี้ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียวครับ

2. เท็นชูได

เท็นชูได (Tenshudai) เป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ของหอคอยหลักของปราสาทเอโดะ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสูงถึง 58 เมตรและมีด้วยกัน 5 ชั้นด้วยกัน ถ้าว่ากันตามขนาดแล้วถือว่าใหญ่เป็นอันดับ 1 ตลอดหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

เท็นชูได
by Thumniap Chaorenkul/ShutterStock

ทว่าตัวอาคารถูกไฟไหม้ใหญ่ทำลายราบในปี ค.ศ.1657 และไม่เคยได้รับการสร้างใหม่ เหลือแต่เพียงฐานหินที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตเท่านั้นครับ

3. โรงน้ำชาสุวาโนะชายะ

โรงน้ำชาสุวาโนะชายะ (Suwano-chaya Teahouse) เป็นโรงน้ำชาแบบญี่ปุ่นซึ่งในสวนที่สวยงามและมีบรรยากาศที่ร่มรื่น ตัวโรงน้ำชาที่เราเห็นทุกวันนี้นั้นเป็นของสร้างใหม่ขึ้นแทนที่ของเดิมที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1912 ครับ

โรงน้ำชาสุวาโนะชายะ
by Photo Spirit/ShutterStock

4. จุดตรวจไดเมียว

ในอดีตนั้นเหล่าไดเมียวต่างเดินทางมาเฝ้าโชกุนที่ปราสาทเอโดะ ดังนั้นจึงมีการสร้างอาคารขึ้นเพื่อใช้ตรวจสอบเหล่าไดเมียวที่เข้าประตูโอเตมงมา โดยซามูไรที่เป็นองครักษ์ของโชกุนจะดูแลจุดนี้อย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะให้เข้าไปถึงตัวปราสาทส่วนในครับ

by Serg Zastavkin/ShutterStock

ปัจจุบันอาคารที่เป็นจุดตรวจทั้งสองแห่งยังอยู่ได้แก่ โดชิน-บันโช (Doshin-Bancho) และยาคุนินบันโช (Hyakunin-Bancho) ครับ ซึ่งอาคารหลังนั้นจะใหญ่กว่าเพราะว่ามีซามูไรและทหารประจำการอยู่ถึงหนึ่งร้อยคนเลยครับ

5. เซ็นโนมารุ โชโซคัง

เซ็นโนมารุ โชโซคัง (Sennomaru Shozokan) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บโบราณวัตถุและผลงานศิลปะตลอดจนของมีค่าขององค์จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์รวมแล้วเกือบหนึ่งหมื่นชิ้น ซึ่งพระองค์ได้มอบให้กับรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการศึกษา รัฐบาลญี่ปุ่นจึงสร้างที่นี่ขึ้นเพื่อเก็บรักษาสิ่งของดังกล่าว และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ครับ

แน่นอนว่าใครที่ชอบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

ส่วนที่ต้องเข้าชมผ่านทัวร์

6. หอคอยฟูจิมิยากุระ

หอคอยฟูจิมิยากุระ (Fujimi-Yagura Keep) เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างของเดิมน้อยแห่งที่หลงเหลืออยู่ในพระราชวังแห่งนี้ แม้ว่าจะได้รับการบูรณะมาหลายครั้งก็ตาม

หอคอยฟูจิมิยากุระ
by David Carillet/ShutterStock

หอคอยนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมไหน รูปร่างของมันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ที่นี่ได้รับสมญาว่าเป็นหอคอยแปดด้านครับ

7. คิวเด็น

คิวเด็น (Kyuden) คือพระราชวังหลวงอันเป็นสถานที่ซึ่งพระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ตัววังนั้นแบ่งออกเป็น 7 ส่วน และสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1968 ครับ

ด้านในประกอบด้วยห้องทรงงานขององค์จักรพรรดิ ห้องจัดเลี้ยงและห้องอาหารขนาดใหญ่ ไปจนถึงห้องโถงสำหรับให้การต้อนรับผู้นำประเทศครับ ใกล้กับวังแห่งนี้เป็นที่ตั้งของพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ชื่อ Kyuden Totei Plaza อันเป็นจุดที่มวลชนชาวญี่ปุ่นเดินทางมารวมตัวกันเพื่อพบพระพักตร์ขององค์พระจักรพรรดิที่จะเสด็จออก ณ หอโจวะเด็น (Chowaden Hall) ในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันปีใหม่ครับ

8. สะพานนิจูบาชิ

สะพานนิจูบาชิ (Nijubashi Bridge) เป็นสะพานที่ข้ามคูน้ำและนำไปสู่พระราชฐานส่วนใน จุดนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดที่สวยที่สุดในส่วนที่คุณสามารถเข้าถึงเลยก็ว่าได้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายรูปครับ

by nest557/ShutterStock

9. หอคอยฟูชิมิยากุระ

หอคอยฟูชิมิยากุระ (Fushimi-yagura Keep) เป็นหอคอยที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในพระราชวังอิมพีเรียล โดยเดิมทีนั้นหอคอยนี้ตั้งอยู่ที่ปราสาทฟูชิมิที่เกียวโต แต่ได้รับการแยกชิ้นส่วนและนำไปปลูกสร้างใหม่ขึ้นที่พระราชวังแห่งนี้ตามคำสั่งของโชกุนโตกุกาวะ อิเอมิตสึครับ

References

  • Imperial Household Agency

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!