หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น8 ไฮไลท์ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ (Asahidake) ที่คุณไม่ควรพลาด

8 ไฮไลท์ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ (Asahidake) ที่คุณไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

อาซาฮิดาเกะ (Asahidake) เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในฮอกไกโดด้วยความสูงมากกว่า 2,200 เมตร รายล้อมภูเขามีธรรมชาติที่สวยงาม ตลอดจนเป็นสถานที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งที่น่าตื่นเต้นหลายต่อหลายแห่ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่ครับ

ในบทความนี้ผมจะแนะนำให้คุณรู้จักกับยอดเขาอาซาฮิดาเกะคร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นลำดับต่อไปครับ

รู้จักยอดเขาอาซาฮิดาเกะ (Asahidake)

ยอดเขาอาซาฮิดาเกะเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นของเกาะฮอกไกโด โดยมีประวัติปะทุครั้งสุดท้ายเมื่อปี ค.ศ.1739 โดยมีแนวโน้มว่าจะปะทุทุกๆ 500-1000 ปีครับ ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยจากการปะทุน่าจะไม่ต้องกังวลเท่าไรนัก

ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ
ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ by Xi Kou

ปัจจุบันตัวภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติไดเซทสึซัง (Daisetsuzan National Park) และอยู่ใกล้กับเมืองฮิกาชิกาวะ (Higashikawa) ที่อยู่ตอนกลางของเกาะฮอกไกโดครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปยังยอดเขาอาซาฮิดาเกะทำอย่างไร?

  • รถบัส – รถบัสเป็นตัวเลือกเดียวที่มีอยู่ถ้าคุณเลือกขนส่งสาธารณะ โดยรถจะออกจากสถานีเมืองอาซาฮิคาวะ (Asahikawa) ไปยังสถานีอาซาฮิดาเกะออนเซ็น (Asahidake Onsen) ครับ โดยจะแวะที่สนามบินอาซาฮิคาวะก่อนด้วยครับ ถ้าสนใจสามารถจองได้ที่นี่
  • เช่ารถขับ – การเช่ารถขับเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบายที่สุด โดยเฉพาะถ้าคุณอยากไปเที่ยวส่วนอื่นของอุทยาน รวมไปถึงจุดสวยๆ ในเมืองฮิกาชิกาวะครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการของ Asahidake Ropeway ก่อนออกเดินทางผมแนะนำให้ตรวจสอบที่ต้นทางอีกทีหนึ่ง เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนได้ครับ

ไปเที่ยวยอดเขาอาซาฮิดาเกะช่วงไหนดี?

ยอดเขาอาซาฮิดาเกะนั้นสวยทุกฤดู โดยจะมีหิมะเกือบตลอดทั้งปี (กันยายนถึงมิถุนายน) แต่ถ้าชอบเล่นสกีนั้น ฤดูหนาวจะเหมาะที่สุด เพราะว่าหิมะในอาณาบริเวณจะมีเป็นจำนวนมาก และยังมีชื่อเสียงเรื่องความนุ่มที่เทียบได้กับแป้งครับ

อย่างไรก็ดีถ้าจะไปที่นี่ในช่วงนี้ต้องเตรียมเครื่องแต่งกายให้ดี เพราะอากาศหนาวเอาเรื่องเลยทีเดียว (อาจติดลบได้ถึง -15 องศาหรือต่ำกว่า)

ส่วนช่วงอื่นนั้นรายรอบภูเขาจะมีใบไม้เปลี่ยนสี ตลอดจนดอกไม้บานให้ได้ชมกันครับ แต่ถ้าคุณอยากจะเดินเทรคหรือปีนเขา ช่วงฤดูร้อนจะเหมาะที่สุดครับ

1. Asahidake Ropeway

Asahidake Ropeway เป็นกระเช้าที่จะนำคุณไปยังสถานีสุกาตามิ (Sugatami Station) ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,600 เมตรครับ ระหว่างที่อยู่ในกระเช้าคุณจะได้เห็นสวยๆ แบบ 360 องศาเลยครับ

Asahidake Ropeway
by makieni/ShutterStock

นอกจากนี้วิวยอดเขาอาซาฮิดาเกะจากสถานีแห่งนี้นั้นสวยงามมาก ถ้าคุณมาในช่วงฤดูร้อน คุณจะเห็นดอกไม้หลากชนิดบานสะพรั่ง ตลอดจนมีนกและสัตว์ต่างๆ ให้ชมอีกด้วยครับ แต่ถ้ามาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสีครับ

ค่าบริการจะอยู่ที่ 2,200 เยนสำหรับการนั่งกระเช้าไปกลับในช่วง Regular Season (ปลายเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม) และ 3,200 เยนในช่วงอื่นๆ ครับ อย่างไรก็ดีคุณสามารถเลือกแบบ One-way ได้เช่นกัน (อย่างเช่นนั่งขาขึ้นอย่างเดียว ส่วนขากลับเดินลงมาเองเป็นต้น)

2. ชมบึงต่างๆ

บริเวณโดยรอบยอดเขาอาซาฮิดาเกะมีบึงสวยๆ อยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

by T.Kingfisher/ShutterStock
  • บึงสุกาตามิ (Sugatami Pond) – มีชื่อเสียงเรื่องการชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งจะมีให้ชมตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกันยายน (แห่งแรกๆ ในญี่ปุ่น) ครับ นอกจากนี้ในวันฟ้าใส คุณมีโอกาสเห็นตัวยอดเขาสะท้อนลงบนผืนน้ำอีกด้วย
  • Meoto Pond – บึงสองแห่งที่อยู่คู่กัน (คากามิและสุริบาชิ) ถ้ามองลงมาจากมุมสูงจะสวยงามมากเลยทีเดียว และในวันที่แสงแดดเพียงพอ และลมสงบ วิวของยอดเขาจะปรากฏบนผืนน้ำให้ได้เห็นเช่นกัน
by ikuyan/ShutterStock

3. เดินเทรคและปีนเขา

ยอดเขาอาซาฮิดาเกะมีหลายเส้นทางเทรคที่เดินไม่ยากนัก และตลอดเส้นทางสวยงามมาก เส้นทางมีให้เลือกหลายเส้น แต่ส่วนมากจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นใครที่อยากได้วิวที่สวยแปลกตา และใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น การเดินเทรคถือว่าน่าสนใจมากครับ

เส้นทางเทรค ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ
by LeeSensei/ShutterStock

สำหรับใครที่สภาพร่างกายพร้อม ใจพร้อม คุณสามารถพิชิตจุดสูงสุดของยอดเขาอาซาฮิดาเกะได้ครับ โดยมากแล้วนักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นจากสถานีกระเช้าสุกาตามิ และเดินหรือปีนขึ้นไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมงครับ

อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเลือกปีน ผมแนะนำให้ไปสอบถามสภาพอากาศที่ Asahidake Visitor Center ไว้ก่อน เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงได้ง่ายมาก และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ไม่ยากเลยครับ ก่อนออกเดินทางโปรดอ่าน infographic นี้จากเว็บทางการครับ

ในช่วงฤดูหนาว คุณจะต้องระวังมากขึ้นเป็นพิเศษหลายเท่า ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการแสดงให้เห็นว่ามีนักเดินทางหายไป (และเสียชีวิต) หลายครั้งแล้ว เพราะฉะนั้นโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และห้ามออกนอกเส้นทางเด็ดขาด (ควรโหลด app แผนที่และ GPS ไว้ล่วงหน้า เพราะบางจุดไม่มีสัญญาณครับ)

ถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือหลงทาง หมายเลขฉุกเฉินคือ 110 ครับ ทางเจ้าหน้าที่แนะนำให้โทรทันที โดยไม่ต้องรีรอครับ (เพราะมีบางจุดเดินเข้าไปแล้วกลับยากหรือกลับไม่ได้เลยก็มี ทางคู่มือใช้คำว่า “You will not be able to get back.” ครับ)

4. ชมทะเลสาบชูเบ็ตสึ

ทะเลสาบชูเบ็ตสึ (Lake Chubetsu) เป็นทะเลสาบที่ชาวเมืองและนักเดินทางมักมาทำกิจกรรมทางน้ำและพายเรือเล่น นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวยอดเขาอาซาฮิดาเกะชั้นเลิศอีกด้วยครับ

ทะเลสาบชูเบ็ตสึ
by osap/ShutterStock

หนึ่งจุดที่นักเดินทางมักไปชมกันคือน้ำพุเจ็ดสี (Nanairo Fountain) โดยน้ำพุนี้จะฉีดพ่นน้ำขึ้นมาสูงประมาณ 14.8 เมตรตามธรรมชาติ เวลาที่แสงแดดกระทบน้ำพุแห่งนี้จะเกิดรุ้งกินน้ำเจ็ดสีครับ

ใกล้กับทะเลสาบมีน้ำพุที่มีน้ำใสชื่อ Daisetsuzan Ashidake Spring Water ซึ่งใสสะอาดจนคุณสามารถตักมาดื่มได้ครับ

5. ชมโตรกเท็นนินเคียว

โตรกเท็นนินเคียว (Tenninkyo Gorge) เป็นแนวชั้นหินที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 30,000 ปีก่อน แนวชั้นหินที่เรียงรายสลับกันไปนี้มีแม่น้ำชูเบ็ตสึไหลผ่าน จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม

โตรกเท็นนินเคียว
by Satoshitada/ShutterStock

ช่วงที่สวยที่สุดน่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะว่าใบไม้ของต้นไม้ที่อยู่ตามช่องเขาจะเปลี่ยนสี ซึ่งจะตัดกับสีเทาดำของช่องเขาได้เป็นอย่างดีครับ

Hagoromo Falls
by T.Kingfisher/ShutterStock

ใกล้กับตัวโตรกมีน้ำตกชื่อฮาโกโรโมะ (Hagoromo Falls) ซึ่งมีสายน้ำหลั่งไหลลงมา บริเวณนี้จะสวยมากในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีครับ

6. สนุกกับกิจกรรมฤดูหนาวต่างๆ

ยอดเขาอาซาฮิดาเกะมีชื่อเสียงเรื่องความนุ่มเหมือนแป้งของหิมะ กล่าวคือหิมะของที่นี่จะแห้งกว่าที่อื่น เพราะความชื้นในอากาศค่อนข้างต่ำ ที่นี่จึงเป็นแดนสวรรค์ของใครที่ชอบเล่นหิมะไปจนถึงการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดครับ

เล่นสกีที่ยอดเขาอาซาฮิดาเกะ
by Chen Fangxiang/ShutterStock

กิจกรรมหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากคือ Backcountry Ski ซึ่งสนุก วิวสวย และท้าทายมาก แต่เนื่องจากอาจจะหลงทางได้ การจองทัวร์ล่วงหน้าเป็นตัวเลือกที่แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ

7. แช่ออนเซ็น

หลังจากที่เที่ยวมาทั้งวันแล้ว กิจกรรมสุดท้ายที่ฟินที่สุดน่าจะเป็นการแช่ออนเซ็นครับ ที่อาซาฮิดาเกะออนเซ็น (Asahidake Onsen) มีเรียวกังและโรงอาบน้ำหลายแห่งที่คุณสามารถไปใช้บริการได้

การแช่น้ำอุ่นในบรรยากาศที่หนาวเย็น และเห็นวิวสวยๆ ของภูเขาหิมะเป็นประสบการณ์ความฟินที่ยากจะหาอะไรมาเปรียบเลยครับ

8. ชิมกาแฟที่คาเฟ่ต่างๆ

ที่เมืองฮิกาชิกาวะมีคาเฟ่หลายแห่งด้วยกัน คาเฟ่เหล่านี้จะใช้น้ำจากบ่อน้ำพุที่ใสสะอาดและอุดมด้วยแร่ธาตุในการชงกาแฟสดรสชาติดี

เพราะฉะนั้นใครที่เป็นสาวกกาแฟ การชิมกาแฟพร้อมกับดื่มด่ำบรรยากาศโดยรอบไปด้วยถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณพลาดไม่ได้ครับ

References

  • Asahidake Ropeway Official Site
  • Welcome Higashikawa (เว็บไซต์ทางการของเมืองฮิกาชิกาวะ)
  • Official Higashikawa Town Guide
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!