หน้าแรกโรงแรม14 โรงแรมที่พักฮาโกเน่ (Hakone) น่าจอง | ครบทุกสิ่งที่ควรทราบ

14 โรงแรมที่พักฮาโกเน่ (Hakone) น่าจอง | ครบทุกสิ่งที่ควรทราบ

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ฮาโกเน่ (Hakone) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ในแต่ละปีมีนักเดินทางนับล้านหลั่งไหลมาชมความงามของทัศนียภาพที่นี่ แต่ทริปของคุณยากที่จะสมบูรณ์แบบ ถ้าคุณไม่ได้สัมผัสกับโอโมโตะนาชิ หรือการบริการแบบญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อลือชาในสถานที่แห่งนี้ครับ

ดังนั้นนักเดินทางมักจะพักที่นี่ประมาณ 1-2 วันเพื่อชมวิวสวยๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศ บทความนี้จึงจะมาแนะนำที่พักที่น่าสนใจในฮาโกเน่เพื่อช่วยคุณตัดสินใจเลือกที่พักที่เหมาะสมที่สุดครับ

Affiliate Disclosure: เพื่อความโปร่งใส ผมขอแจ้งให้ทราบว่าในบทความมี Affiliate Links อยู่ นั่นแปลว่าผมอาจจะได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากผู้ให้บริการ ถ้าคุณจองโรงแรมผ่านทางลิงค์ในบทความครับ

by Sakarin Sawasdinaka/ShutterStock

Table of Contents

ข้อควรทราบ

พักริมทะเลสาบอาชิ vs. พักส่วนอื่นๆของฮาโกเน่

สำหรับการพักริมทะเลสาบอาชินั้น ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือการได้ชมวิวสวยๆ ของทะเลสาบอาชินั่นเองครับ ซึ่งจะให้ประสบการณ์อันน่าประทับใจอย่างแน่นอน แต่การเดินทางนั้นจะต้องใช้พาหนะของโรงแรมเป็นหลัก (ยกเว้นคุณเช่ารถมาด้วย)

นอกเหนือจากริมทะเลสาบแล้ว จุดที่นิยมไปพักกันคือโกระออนเซ็น (Gora Onsen) เมืองรีสอร์ทระดับ luxury ของฮาโกเน่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาหลังจากที่ได้มีการค้นพบน้ำพุร้อนในพื้นที่บริเวณนี้ เพราะฉะนั้นใครที่ชอบการแช่ออนเซ็นหรือว่าอยากได้ประสบการณ์การพักระดับสุดยอด โกระถือเป็น option ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ

อีกข้อดีของการพักที่โกระออนเซ็นคือเดินทางง่ายและสะดวก เพราะคุณสามารถใช้บริการได้ทั้ง Hakone Ropeway, Hakone Tozan Line และ Hakone Tozan Cable Car ไปส่วนต่างๆ ของเมือง หรือว่าเดินทางไปกลับไปโอดาวาระ (ซึ่งมีสถานีชินคันเซนก็ไม่ยากนักอีกด้วย) แต่เรื่องวิวนั้นจะเห็นแต่ภูเขา เพราะฉะนั้นจะสู้การพักที่ริมทะเลสาบไม่ได้ครับ

อย่างไรก็ดีในบทความนี้จะรวมที่พักในจุดอื่นๆ ของฮาโกเน่ไว้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางจะไม่ได้ง่ายเท่ากับที่โกระออนเซ็น และวิวย่อมไม่สวยเท่าที่ทะเลสาบอาชิ แต่จะเงียบสงบกว่า และเปิดโอกาสให้คุณใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่า รวมไปถึงสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมมากกว่าด้วยครับ

เกณฑ์การเลือกที่พักในบทความ
  • ตัวโรงแรมหรือที่พักจะต้องอยู่ในฮาโกเน่ (Hakone)
  • ที่พักควรอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ หรือว่ามีบริการรับส่งช่วยให้การเดินทางไม่ยากจนเกินไป
  • ราคาที่พักต่อคืนต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ + ขนาดห้องไม่ควรเล็กเกินไป
  • ต้องได้คะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักบนแพลตฟอร์มจองที่พักต่างๆ มากกว่า 80% ขึ้นไป และได้คะแนนสูงเป็นลำดับต้นๆ ของที่พักระดับเดียวกัน
  • ที่พักทุกแห่งต้องมีแอร์
  • ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก (ทั้งในและนอกห้อง) เหมาะสมกับระดับของโรงแรม
  • ที่พักจะต้องไม่มีปัญหาเรื่องความสะอาดหรือเสียง (อ้างอิงจากรีวิวต่างๆ)
  • มี Wi-Fi ฟรีให้กับผู้เข้าพักใช้บริการ
  • ถ้าผมเคยเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว ผมต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีเท่านั้น

สำหรับที่พักแต่ละแห่งในบทความนี้ ผมจะระบุถึงจุดเด่นของแต่ละที่ด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งผมได้สรุปมาจากรีวิวของผู้เข้าพักจริงจากแพลตฟอร์มจองโรงแรมต่างๆ ผมเชื่อว่าข้อมูลส่วนนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่พักที่เหมาะสมได้มากขึ้นครับ

เรื่องร้านอาหาร

จริงอยู่ว่าฮาโกเน่เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมากมาย แต่ว่าย่ามชุมชนของเมืองนั้นจะกระจัดกระจาย ทำให้คุณหาอะไรรับประทานได้ไม่ง่ายนัก (โดยเฉพาะในช่วงเช้า และโรงแรมของคุณเลือกจองอยู่นอกเขตชุมชน) เพราะฉะนั้นการซื้อแพคเกจแบบพร้อมอาหารเช้า (หรือเย็น) ไปเลยถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจครับ

เรื่องรถรับส่ง

โรงแรมทุกแห่งในบทความจะมีบริการรถรับส่งฟรีไปยังสถานที่ต่างๆ ในฮาโกเน่ ซึ่งจะช่วยให้การเดินทางง่ายขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คุณจะต้องจองกับทางโรงแรมล่วงหน้าก่อนใช้บริการครับ

การเปรียบเทียบราคาที่พัก

ที่พักในฮาโกเน่ที่เปิดให้จองใน Agoda และ Booking นั้นอาจจะมีราคาต่อคืนที่ต่างกันมากได้ แม้ว่าระดับโรงแรมจะแทบไม่ห่างกัน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะที่พักบางแห่งจะรวมอาหารเช้าเย็น (เป็นแบบ Half-board) ขณะที่บ่างแห่งจะมีแค่ห้องพักอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งอาจจะทำให้การเปรียบเทียบไม่สมบูรณ์ได้ครับ

ตัวเลือกอื่นๆ

ในกรณีที่ที่พักในฮาโกเน่นั้นยังไม่ถูกใจคุณ คุณอาจจะเลือกไปพักที่อาตามิออนเซ็นที่ห่างออกไปไม่ไกลนักแทนได้ครับ

ที่พักริมทะเลสาบอาชิ

Top Pick

Hakone Ashinoko Hanaori

  • Location ดี ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง
  • วิวทะเลสาบอาชิจากโรงแรมสวยมาก
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบเครื่อง
  • การบริการยอดเยี่ยม

1. Hakone Ashinoko Hanaori

Hakone Ashinoko Hanaori หรือเรียกสั้นๆ ว่า Hanaori ตั้งอยู่บริเวณตอนเหนือของทะเลสาบอาชิ และอยู่ใกล้กับสถานีแรกของ Hakone Ropeway และท่าเรือโทเกนได (Togendai Port) ที่เป็นจุดขึ้นเรือโจรสลัดเพื่อล่องทะเลสาบอาชิ ทำให้สะดวกสบายต่อนักท่องเที่ยวอย่างมากเลยครับ

ใกล้กับโรงแรมพอจะมีร้านอาหารอยู่ 2-3 ร้าน แต่เนื่องด้วยโรงแรมอยู่ติดกับป้ายรถบัส (เดินประมาณ 2-3 นาที แต่ไม่ได้แสดงใน Google Map) คุณสามารถไปหาอะไรรับประทานที่ส่วนอื่นของฮาโกเน่ได้อย่างไม่ยากนักครับ

  • ที่ตั้ง: 160, Motohakone Togendai, Hakone-machi, Ashigarashimo-gun, Kanagawa, 250-0522, Japan
  • Check-in/out: 15.00/10.00

ห้องพัก

ห้องของที่นี่มีคอนเซปต์ว่าเป็นการผสมผสานความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นให้เข้ากันอย่างกลมเกลียวที่สุด อย่างไรก็ดีในเรื่องดีไซน์ ความเป็นโมเดิร์นของตะวันตกจะเป็นฝั่งที่โดดเด่นออกมาชัดเจนกว่า

กล่าวคือห้องพักทุกห้องมีเตียง และพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย แต่ความเป็นญี่ปุ่นก็ยังเห็นได้ชัดเจนพอสมควรผ่านเสื่อทาทามิและอ่างอาบน้ำแบบญี่ปุ่นที่มีอยู่แทบทุกห้องให้คุณได้แช่ออนเซ็นแบบส่วนตัวอย่างฟินสุดๆ ครับ

รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกประกอบด้วยดังต่อไปนี้

  • Casual Twin – 23 ตร.ม. ไม่เห็นวิวทะเลสาบ
  • Lakeside Standard – 31.5 ตร.ม. เห็นวิวทะเลสาบ
  • Lakeside Japanese Western Deluxe – 47.5 ตร.ม. มีวิวทะเลสาบและออนเซ็นส่วนตัว

สำหรับห้อง Casual Twin และ Lakeside Standard นั้น คุณสามารถเลือกจองห้องที่มีออนเซ็นส่วนตัวได้ครับ แต่แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายต่อคืนย่อมสูงกว่าห้องที่ไม่มี

ด้านพื้นที่ใช้สอยนั้นถือว่าอยู่ในระดับพอใช้ นั่นคือใหญ่เพียงพอสำหรับผู้เข้าพัก 2-3 ท่าน แต่ที่นี่จะไม่มีห้องระดับสวีทให้จอง ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ห้องแบบหรูหราหรือว่ากว้างกว่านี้ ที่อื่นน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าครับ ทว่าเรื่อง room facilities นั้น ที่นี่ก็ไม่ได้แพ้ที่ใด รองเท้าแตะ อุปกรณ์อาบน้ำ ชากาแฟ ฯลฯ ทุกอย่างมีพร้อมสำหรับอำนวยความสะดวกให้กับคุณครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ห้องอาหาร (พร้อมวิวทะเลสาบอาชิ) และคาเฟ่
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ open-air (มีห้องแบบส่วนตัวให้จองด้วย แต่ต้องจ่ายเพิ่ม) และบ่อแช่เท้า
  • Open-air Terrace สำหรับนั่งเล่น
  • บริการนวดและทรีตเมนต์
  • บริการเครื่องดื่มฟรีที่ล็อบบี้
  • ร้านขายของฝากของโรงแรม
  • บริการรับส่งจากสถานีรถไฟโอดาวาระ
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • Location ดี ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ เช่นเดียวกับ Hakone Ropeway และจุดขึ้นเรือโจรสลัด
  • วิวทะเลสาบอาชิจากโรงแรมสวยงามมาก
  • ทุกห้องเป็นแบบงดสูบบุหรี่
  • ห้องพักสะอาดและมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดี
  • ในทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น (บุฟเฟต์ทั้งหมด) + อาหารของโรงแรมอร่อยและหลากหลาย
  • พนักงานน่ารัก เอื้อเฟื้อ และเอาใจใส่เป็นอย่างดี

Hanaori คืออีกหนึ่งที่พักทำเลยอดเยี่ยมที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ ห้องของที่นี่สวยงามแต่ก็คงความเรียบง่ายในสไตล์ตะวันตก ขณะที่สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบเครื่อง ด้านอาหารและการบริการล้วนแต่เป็นที่ประทับใจในหมู่ผู้เข้าพัก ทำให้โดยรวมเป็นโรงแรมที่น่าสนใจมากทีเดียว

ถึงกระนั้นรอบๆ โรงแรมไม่ค่อยมีอะไรรับประทานเท่าไรนัก แต่ยากที่จะเป็นปัญหาเพราะในแพคเกจที่จองจะรวมอาหารเช้าเย็นอยู่แล้วครับ

2. Odakyu Hotel de Yama Hakone Lake Side

Odakyu Hotel de Yama Hakone Lake Side เป็นรีสอร์ทระดับ upscale ที่มีจุดเด่นอยู่ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ โดยที่นี่เป็นโรงแรมหรูที่เกิดกิจการมานานแล้วกว่า 80 ปี ทั้งนี้ในอดีตที่นี่เคยเป็นวิลล่าของหลานชายของผู้ก่อตั้งบริษัทมิตซูบิชิ แต่ได้เปลี่ยนเป็นโรงแรมในเวลาต่อมา เพราะฉะนั้นตัวอาคารจะยังคงความคลาสสิคแม้ว่าจะถูก renovate ให้ทันสมัยมาแล้วก็ตามครับ

สำหรับทำเลที่ตั้งนั้นบอกได้เลยว่าอยู่ในจุดที่ชมวิวทะเลสาบอาชิได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง และอยู่ห่างจากศาลเจ้าฮาโกเน่ (Hakone Shrine) อันเป็นที่ตั้งของเฮย์วะ โนะ โทริอิ ประตูกลางน้ำอันเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ไปแค่ 500 เมตรครับ

เนื่องจากโรงแรมนี้อยู่ในเครือ Odakyu ที่ให้บริการรับส่ง คุณสามารถนั่งรถบัส Odakyu Hakone Highway Bus จากชินจูกุมาลงที่โรงแรมได้โดยตรงเลยครับ

  • ที่ตั้ง: 80 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0522, Japan
  • Check-in/out: 15.00/12.00

ห้องพัก

ห้องพักของที่นี่จะเป็นรีสอร์ทแนวตะวันตกที่ตบแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลเป็นแกนหลัก (brown theme) ในห้องจะมีเตียงแบบตะวันตกและพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ทว่าก็ไม่ได้ทิ้งความเป็นญี่ปุ่น เพราะในบางห้องจะมีพื้นที่ซึ่งปูด้วยเสื่อทาทามิอย่างดี พร้อมด้วยโต๊ะญี่ปุ่นให้คุณรับประทานอาหารหรือว่าทำงานได้ครับ

จุดแข็งที่ทำให้ที่นี่ shine ออกมาเลยคือทุกห้องพักนั้นจะเห็นทะเลสาบอาชิ (บางห้องอาจจะเห็นน้อยหน่อยเพราะติดสวน ถ้าไม่อยากได้ห้องแบบนี้ โปรดหลีกเลี่ยงห้อง Garden View) ทำให้ตอบโจทย์ใครที่หลงรักการชมวิวอย่างมากเลยครับ

รูปแบบห้องที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Standard – 30 ตร.ม.
  • Corner Deluxe – 45 ตร.ม.
  • Mt.Fuji Deluxe Twin – 49.5 ตร.ม. เห็นทั้งทะเลสาบอาชิและภูเขาไฟฟูจิ
  • Premium Room with Hot Spring – 59-67 ตร.ม. ในห้องมีออนเซ็นในตัวให้แช่
  • Mt.Fuji Japanese Western Room – 80.5 ตร.ม.

ขนาดห้องของที่นี่กว้างขวางสมกับเป็นรีสอร์ทระดับ upscale นอกจากนี้ในห้องยังพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตั้งแต่ชุดชากาแฟพร้อมด้วย Drip Coffee แบบ original ของโรงแรม อุปกรณ์อาบน้ำและสกินแคร์ ฯลฯ ดังนั้นวางใจได้เลยว่าคุณจะได้รับความสบายอย่างที่สุดระหว่างที่พักผ่อนในห้องครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 2 แห่ง Lounge Bar และ ร้านของหวาน
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ open-air
  • บริการสปาและทรีตเมนต์
  • สวนขนาดใหญ่ถึง 130,000 ตารางเมตรที่มีดอกไม้ให้ชมในช่วงเดือนพฤษภาคม + จุดชมวิวทะเลสาบแบบส่วนตัว
  • ห้องประชุมและสัมมนา
  • บริการรถรับส่งฟรีไปยังจุดขึ้นเรือโจรสลัด (Motohakone-ko Pirate Ship)
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ
  • นั่งรถบัสจากชินจูกุไปถึงโรงแรมได้โดยตรง
  • ห้องทุกห้องเห็นทะเลสาบอาชิ + บางห้องเห็นภูเขาไฟฟูจิ
  • ห้องพักทุกห้องเป็นแบบงดสูบบุหรี่
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบเครื่องทั้งในและนอกห้อง
  • สวนของโรงแรมใหญ่และสวยงามมาก
  • อาหารของโรงแรมรสชาติดี
  • การบริการโดยรวมของพนักงานยอดเยี่ยม

Odakyu Hotel de Yama Hakone Lake Side เป็นตัวเลือกอันยอดเยี่ยมถ้าคุณกำลังมองหาที่พักริมทะเลสาบอาชิในเขตเมืองฮาโกเน่ วิวทะเลสาบที่งดงาม และสวนที่ใหญ่โตอลังการ (สวยเป็นพิเศษช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง) ได้ชนะใจนักเดินทางจำนวนมาก ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวก อาหาร และการบริการล้วนแต่อยู่ในระดับดีมากทั้งสิ้นครับ

ทว่าสิ่งที่อาจจะเป็นจุดด้อยของที่นี่นั้นมีอยู่สองข้อ อย่างแรกคือไม่ได้อยู่ในย่านชุมชน ทำให้ไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนักในการหาอะไรรับประทานนอกโรงแรม ส่วนอีกข้อหนึ่งคือในแพคเกจมาตรฐานของที่นี่จะยังไม่ได้รวมอาหารเช้าเย็นเหมือนกับที่พักบางแห่ง นั่นแปลว่าคุณจะต้องจ่ายเพิ่มนั่นเองครับ

3. Ryokan Ryuguden

Ryokan Ryuguden เป็นที่พักแบบญี่ปุ่นของเครือ Prince Hotels ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ และล้อมรอบด้วยแอ่งภูเขาไฟของภูเขาฮาโกเน่ ทำให้เป็นสถานที่ที่ perfect ถ้าคุณอยากพักแบบญี่ปุ่นและชมทัศนียภาพสวยๆ อย่างใกล้ชิดที่สุดครับ

ในส่วนของที่ตั้งนั้น เรียวกังจะอยู่ใกล้กับท่าเรือและสถานีต้นทางของ Komogatake Ropeway เพราะฉะนั้นจะสะดวกสบายสำหรับใครที่ต้องการจะล่องเรือหรือไปชมวิว อย่างไรก็ดีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ นั้นแทบจะไม่มีอยู่เลยครับ

  • ที่ตั้ง: 139 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0522, Japan
  • Check-in/out: 15.00/12.00

ห้องพัก

ห้องพักของโรงแรมมีเพียงแค่ 24 ห้องเท่านั้น โดยทุกห้องจะตบแต่งแบบญี่ปุ่นในรูปแบบดั้งเดิมอย่างประณีตสวยงาม อย่างไรก็ดีห้องพักบางห้องจะมีเตียงด้วย ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีถ้าคุณไม่อยากนอนบนที่นอนแบบญี่ปุ่น (ฟุตง) ครับ

เรื่องวิวของที่นี่นั้นเรียกได้ว่าไม่แพ้ที่ไหน เพราะทุกห้องเห็นวิวทะเลสาบอาชิ และภูเขาไฟฟูจิ แถมยังมีหน้าต่างแบบ floor-to-ceiling นอกจากนี้ยังจะมีระเบียงกว้างๆ เพิ่มเข้ามาอีกด้วย ทำให้เรื่องการชมวิวอันสวยจับใจนั้นสมบูรณ์แบบครับ

รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Japanese Style Lakeview Room – 21 ตร.ม.
  • Lakeview Twin/Triple – 65 ตร.ม. มีเตียงเดี่ยวหรือคู่
  • Special Room with Private Hot-Spring Bath – 95 ตร.ม. มีออนเซ็นในห้อง

สำหรับห้องพักของที่นี่ถือว่าให้พื้นที่ใช้สอยที่ดี ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะญี่ปุ่นบนเสื่อทาทามิ เก้าอี้นั่งชมวิว อุปกรณ์อาบน้ำ เครื่องทำกาแฟแบบแคปซูล ส่วนเตียงของแต่ละห้อง (ถ้ามี) จะใช้ที่นอนระดับพรีเมียมของแบรนด์ Airweave ที่จะช่วยให้คุณนอนหลับข้ามคืนได้อย่างสบายที่สุดครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 2 แห่ง
  • ออนเซ็นแบบในร่มแและ open-air
  • Lounge พร้อมบริการชาและกาแฟฟรี
  • ห้องประชุมสัมมนาและจัดเลี้ยง
  • กิจกรรมนอกสถานที่เช่นตีกอล์ฟ ล่องเรือ ตกปลา ขี่จักรยาน พายเรือคายัค (เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • บริการรถรับส่งฟรีรอบ Moto-Hakone (ไม่ต้องจอง) และจากโอดาวาระ (ต้องจอง)
  • ร้านขายของที่ระลึก
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • Location ใช้ได้ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ และใกล้กับ Komogatake Ropeway
  • ครบเครื่องเรื่องชมวิว เพราะทุกห้องเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิและทะเลสาบอาชิ + มีหน้าต่างบานใหญ่และระเบียงพร้อม
  • ห้องพักกว้างขวางและสะอาด
  • มีบริการรับส่งฟรีจากโอดาวาระ ช่วยให้คุณเดินทางได้สะดวกขึ้น
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น + อาหารของโรงแรมอร่อย
  • พนักงานดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

Ryokan Ryuguden เป็นที่พักระดับสุดยอดของใครที่รักการชมวิว ผมมองว่ายากจะหาที่พักที่ไหนในฮาโกเน่ที่วิวสวยสะท้านได้เท่ากับที่นี่ นี่เป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักแทบทุกคนชมอย่างล้นหลามเลยครับ ส่วนห้องพักนั้นก็ใหญ่ สะอาด และพร้อมไปด้วย facilities ระดับพรีเมียม ทำให้คุณนอนหลับได้อย่างสบายหลังจากแช่ออนเซ็นให้ร่างกายผ่อนคลายเสร็จสิ้นแล้ว

นอกจากเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงแล้ว จุดด้อยของที่นี่คือระบบแอร์ของบางห้องไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ทำให้ในช่วงฤดูร้อน ผู้เข้าพักบางคนตำหนิว่าค่อนข้างร้อน (แต่ช่วงอื่นไม่เป็นปัญหาแน่นอน เพราะฮาโกเน่เย็นๆ อยู่แล้วครับ) นอกจากนี้ด้วยทำเลที่ตั้งทำให้ใกล้โรงแรมไม่มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อใดๆ (ต้องนั่งรถรับส่งไปครับ)

4. The Prince Hakone Lake Ashinoko

The Prince Hakone Lake Ashinoko อยู่ในเครีอเดียวกับ Ryokan Ryuguden แต่จะแตกต่างตรงที่ห้องพักของที่นี่จะเป็นแบบตะวันตกทั้งหมด ต่างจากห้องของเรียวกังที่ผมแนะนำไปด้านบนที่จะเป็นแบบญี่ปุ่นครับ

ในส่วนของทำเลนั้น ที่นี่จะอยู่ติดกับกระเช้า Komogatake Ropeway เช่นเดียวกับท่าเรือชมวิวและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ทำให้คุณไม่ต้องเดินทางไกลนักถ้าต้องการไปท่องเที่ยวตามสถานที่เหล่านี้ครับ อย่างไรก็ดีใกล้กับโรงแรมจะไม่มีร้านอาหารใดๆ เลยครับ

  • ที่ตั้ง: 144 Motohakone, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0522, Japan
  • Check-in/out: 15.00/12.00

ห้องพัก

อย่างที่ผมได้ให้ข้อมูลไปแล้วด้านบน ห้องพักของที่นี่จะเป็นแบบตะวันตก ส่วนเรื่องดีไซน์ก็จะเป็นแบบโมเดิร์น-ร่วมสมัยที่ดูเรียบหรูสวยงาม เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งจะออกแนว earth tone ผสมกับสีทอง ช่วยให้บรรยากาศในห้องปลอดโปร่งและผ่อนคลายครับ

ทั้งนี้ห้องพักจะตั้งอยู่ในสองอาคารได้แก่ Annex Building และ Main Building โดยห้อง Annex Building นั้นจะหันหน้าให้ทะเลสาบทั้งหมด ส่วน Main Building นั้นแต่ละห้องจะได้วิวทะเลสาบอาชิ หรือภูเขาไฟฟูจิ หรือวิวสวนครับ เพราะฉะนั้นถ้าเทียบกับเรียวกังเครือเดียวกันแล้ว วิวของเรียวกังจะดีกว่าครับ

สำหรับ Annex Building นั้น รูปแบบห้องพักที่มีให้จองจะมีแค่แบบเดียว นั่นคือ Superior Twin (40 ตร.ม.) ซึ่งห้องนี้จะมีวิวทะเลสาบอาชิ ส่วนห้องใน Main Building มีให้เลือกดังต่อไปนี้ครับ

  • Double – 28 ตร.ม. เห็นวิวสวน
  • Garden/Lake View – 38 ตร.ม. เลือกได้ระหว่างวิวสวนหรือวิวทะเลสาบ
  • Suite – 76 ตร.ม. มีวิวทะเลสาบ

ทุกห้องพักของที่นี่นั้นจะมีระเบียงชมวิว แม้ว่าจะไม่ได้กว้างขวางแบบ veranda แต่ก็เพียงพอต่อการออกไปนั่งสูดอากาศโบราณ หรือสัมผัสสายลมที่พัดผ่านไปครับ

ด้านขนาดห้องนั้นอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนักถ้าเปรียบกับที่พักระดับเดียวกันที่มีห้องแบบตะวันตก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องยังคงมีพร้อมทุกสิ่งที่จำเป็น แต่อาจจะขาด room facilities ระดับหรูหราไปบ้างอย่างเช่นเครื่องทำกาแฟเป็นต้นครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 3 แห่งและ Lounge 1 แห่ง
  • ออนเซ็นแบบ open-air
  • Hakone Prince Shopping Plaza และร้านขายของที่ระลึก
  • ห้องประชุม สัมมนา และจัดเลี้ยง
  • บริการกิจกรรมนอกสถานที่เช่นล่องเรือ ตกปลา ตีกอล์ฟ ฯลฯ
  • บริการรับส่งไปยัง Moto-Hakone (ฟรี) และโอดาวาระ (ให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักที่ Annex Building เท่านั้น แต่โปรดตรวจสอบทางโรงแรมอีกครั้งหนึ่ง)
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • Location ดี ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในฮาโกเน่
  • ห้องพักทุกห้องเป็นแบบงดสูบบุหรี่
  • วิวทะเลสาบจากที่พักสวยงาม
  • มีร้านค้าให้เดินเล่นในเขตโรงแรมอยู่หลายร้าน
  • อาหารของโรงแรมอร่อย
  • พนักงานเอื้อเฟื้อและให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดี

The Prince Hakone Lake Ashinoko เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากถ้าคุณอยากได้ที่พักริมทะเลสาบที่มีวิวสวยๆ ให้ได้ชม พร้อมกับห้องพักที่มีคุณภาพ และมี facilities ตลอดจนการบริการที่ยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ดีใกล้กับโรงแรมไม่มีร้านอาหารอื่นๆ อยู่เลย ขณะที่อาหารของโรงแรมนั้นแม้ว่าจะรสชาติดี แต่ก็ราคาสูงมาก ทำให้ผู้เข้าพักหลายคนมองว่าทำให้ประสบการณ์ที่ได้นั้นดรอปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ดีทางแก้ก็ไม่ยากนัก นั่นคือคุณควรจะนั่งรถบัสของโรงแรม (หรือว่าขับรถออกไปในกรณีที่เช่ามาด้วย) แล้วออกไปรับประทานที่ Moto-Hakone ครับ

5. Hakone Hotel

Hakone Hotel ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของทะเลสาบอาชิ หรือในบริเวณชุมชมที่เคยเป็นเมืองที่พักนักเดินทาง และจุดตรวจการเดิมในสมัยเอโดะ ดังนั้นโรงแรมจะอยู่ใกล้กับร้านอาหารหลายแห่ง ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องนั่งรถออกไปเลยถ้าคุณต้องการหาอะไรรับประทานนอกโรงแรมครับ นอกจากนี้สวน Onshi-Hakone Park จุดชมวิวยอดนิยมแห่งหนึ่งก็ห่างออกไปแค่ 500 เมตรเท่านั้นเองครับ

  • ที่ตั้ง: 65 Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0521, Japan
  • Check-in/out: 15.00/12.00
Hakone Hotel
by Expedia

ห้องพัก

ห้องพักส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นสไตล์ตะวันตก การตบแต่งจะเป็นแนวโมเดิร์นที่ให้บรรยากาศสบายๆ แบบรีสอร์ทที่เอื้อต่อการพักผ่อน เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในจะเป็นสีฟ้าหรือน้ำเงินควบคู่ไปกับสีแนว earth tone ทั้งหลาย ที่ล้อไปกับธรรมชาติอันสวยงามรายรอบครับ

สำหรับเรื่องวิวนั้น ที่นี่มีห้องทุกแบบที่หันหน้าให้ทะเลสาบ (ส่วนใหญ่มีวิวทะเลสาบ แต่ไม่ใช่ทุกห้อง) ดังนั้นคุณจะได้ยลความงามของทะเลสาบอาชิได้ทุกช่วงเวลา เปิดโอกาสให้คุณเก็บภาพเป็นความทรงจำดีๆ ไปตลอดนานเท่านานครับ

ทั้งนี้ห้องที่มีให้จองประกอบด้วย

  • Moderate Twin – 34 ตร.ม.
  • Superior Twin – 38 ตร.ม.
  • Lakeview Double – 40 ตร.ม.
  • Junior Suite – 55 ตร.ม.
  • Lake View Suite – 82 ตร.ม.
  • Japanese Style Room – 88 ตร.ม.
  • Fourth Room – 110 ตร.ม. เห็นวิวทะเลสาบอาชิและภูเขาไฟฟูจิ
ห้องพักที่ Hakone Hotel
by Expedia

ห้องพักของที่นี่จัดว่าใหญ่กว่าตัวเลือกอื่นๆ ในระดับเดียวกัน ทำให้ลงตัวกับนักเดินทางที่เดินทางเป็นคณะใหญ่ซึ่งมีเด็กและผู้สูงอายุ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกในห้องนั้นมีพร้อมทุกอย่าง อาทิเช่นเครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์อาบน้ำ เครื่องปรับความชื้น โซฟาหันหน้าออกหน้าต่าง (เพื่อการชมวิว) ฯลฯ ดังนั้นเรื่องความสบายวางใจได้เลยครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร Lounge และบาร์ รวม 4 แห่ง
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ outdoor
  • สวนริมทะเลสาบสำหรับนั่งชมวิว
  • ร้านขายสินค้าของโรงแรม
  • ห้องประชุมและสัมมนา
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • ตั้งอยู่ริมทะเลสาบอาชิ และอยู่ในชุมชนที่มีร้านอาหารหลายแห่ง
  • ห้องพักแต่ละระดับใหญ่โต ให้พื้นที่ใช้สอยที่เหลือเฟือ
  • ห้องพักสะอาดมาก และเป็นแบบงดสูบบุหรี่ทุกห้อง
  • วิวจากห้องพักที่มี lake view สวยงาม
  • พนักงานให้บริการได้อย่างยอดเยี่ยม

Hakone Hotel เป็นที่พักต่อควรค่าต่อการพิจารณา โดยเฉพาะถ้าคุณอยากได้ห้องพักขนาดใหญ่ที่มีพื้นทีเพียงพอสำหรับการดูแลลูกน้อยหรือว่าผู้สูงอายุ ส่วนเรื่องวิวนั้นที่นี่ก็สวยไม่แพ้ที่ใด เช่นเดียวกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบเครื่องครับ

จุดด้อยของที่นี่คือไม่มีบริการรับส่งไปยังโรงแรมเหมือนกับแห่งอื่นๆ แต่ใกล้กับโรงแรมนั้นเป็นป้ายรถบัสใหญ่ (Hakone-machiko) อยู่แล้ว ทำให้คุณใช้บริการของ Hakone Tozan Bus จากโอดาวาระมาลงที่นี่ได้ไม่ยากครับ

ที่พักน่าจองในโกระออนเซ็น

Top Pick โกระออนเซ็น

Gora Kadan

  • เป็นที่พักที่ครบเครื่องที่สุดแห่งหนึ่งของฮาโกเน่
  • ห้องพักกว้างขวาง และมี facilities ที่พร้อมสรรพ โดยเฉพาะ wellness
  • สวนญี่ปุ่นของโรงแรมสวยเทพ
  • การบริการยอดเยี่ยม

6. Gora Kadan

Gora Kadan เป็นที่พักในโกระออนเซ็นที่อุดมไปด้วยสตอรี่ ในอดีตที่นี่เคยเป็นวิลล่าของเชื้อพระวงศ์องค์หนึ่งซึ่งเป็นพระญาติของจักรพรรดิ แต่ในปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนเป็นที่พักชั้นเลิศในสไตล์ญี่ปุ่นผสมโมเดิร์นอันหรูหราครับ

ที่ตั้งของโรงแรมจะห่างจากสถานีรถไฟโกระไปแค่ 500 เมตร ดังนั้นสะดวกต่อการเดินทาง เช่นเดียวกับการหาอะไรรับประทานนอกโรงแรมครับ

  • ที่ตั้ง: 1300 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408, Japan
  • Check-in/out: 15.00/11.00

ห้องพัก

ดีไซน์ห้องพักแต่ละแห่งนั้นสวยงามมาก ด้วยเพราะการออกแบบที่ใช้องค์ประกอบของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นมาผสานกับโมเดิร์นแบบตะวันตกในแบบที่ลงตัวที่สุด ชนิดที่ว่าดูเผินๆ ครั้งแรกนั้นคุณจะเห็นความญี่ปุ่นโดดเด้งออกมา แต่พอพิศดูจริงๆ แล้ว คุณจะเห็นได้ถึงความทันสมัยแบบฝรั่งที่สอดแทรกไว้อยู่ครับ

รูปแบบห้องที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Standard (Type A/B/C/D) – 34-49 ตร.ม. แต่ละ Type จะต่างกันที่ขนาดและรูปแบบที่นอน อย่างแบบ A จะมีที่นอนแบบฟุตง ส่วน C จะเล็กที่สุด และที่นอนจะเป็นฟุตงปูบนเตียงไม้แบบ low bed ส่วน D จะใหญ่ที่สุด โดยมีเตียงที่มีฟูกแบบตะวันตกครับ
  • Kadan Suite – 53-69 ตร.ม. ที่นอนเป็นแบบฟุตง และแทบทั้งหมดมีออนเซ็นแบบ open-air ให้แช่ ห้องที่ไม่มีจะเปลี่ยนเป็นระเบียงหรือจากุชชี่แทน
  • Annex – 34-72 ตร.ม. (ไม่รวมพื้นที่ระเบียงไม้) มีทั้งเตียงแบบตะวันตกและฟุตง ทุกห้องมีออนเซ็นแบบ open-air
  • Bettei Suite – ไม่ระบุ แต่ความพิเศษของห้องนี้คือออนเซ็นแบบ open-air ขนาดใหญ่

ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยนั้นจัดว่ากว้างขวางมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีที่ให้คุณพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนสุดๆ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ทุกอย่างมีพร้อมตั้งแต่โต๊ะญี่ปุ่น โซฟา อุปกรณ์อาบน้ำ และชุดยูกาตะ พร้อมให้คุณไปผ่อนคลายที่ออนเซ็นส่วนตัว หรือว่าออนเซ็นกลางครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟอาหารสไตล์ไคเซกิแบบดั้งเดิม
  • บาร์ คลับ และห้องคาราโอเกะ
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ open-air พร้อมด้วยอบไอน้ำ ซาวน่า และ Bedrock Bath
  • สระว่ายน้ำในร่ม และ hot tub
  • ห้องฟิตเนส
  • บริการทรีตเมนต์
  • Lounge สำหรับนั่งเล่น พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่ม
  • ร้านขายของที่ระลึก
  • ที่จอดรถฟรี
  • บริการรถลีมูซีนจากโตเกียว สนามบินฮาเนดะ และนาริตะ (ไม่ฟรี)

สรุป

จุดเด่น

  • ครบเครื่องเรื่องความหรูหรา ตั้งแต่ห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก ไปจนถึงการบริการ
  • Location ดี ไม่ไกลจากสถานีรถไฟโกระ
  • ห้องพักกว้างขวาง บรรยากาศดี ดีไซน์สวย
  • สวนญี่ปุ่นของโรงแรมสวยมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
  • มี facilities ด้าน wellness พร้อมเป็นอันดับต้นๆ ของฮาโกเน่
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น + อาหารของโรงแรมโอชารส (ผู้เข้าพักบางคนให้คำนิยามว่า out of this world)
  • การบริการยอดเยี่ยม สมเป็นสุดยอดของโอโมเตะนาชิ

Gora Kadan เป็นที่พักราคาสูงที่น่าสนใจมากของฮาโกเน่ เพราะแทบทุกสิ่งทุกอย่างนั้นใกล้เคียงกับคำว่า perfect ตั้งแต่ที่ตั้ง ห้องพัก บรรยากาศ ไปจนถึง facilities อาหาร และการบริการ ดังนั้นถ้าคุณอยากสัมผัสกับความสุดยอดของที่พักญี่ปุ่น ที่นี่คือแห่งที่คุณมองข้ามไม่ได้เลยครับ

ข้อด้อยของที่นี่น่าจะเพียงอย่างเดียว นั่นคือราคาต่อคืนที่สูง ทว่าผู้เข้าพักส่วนใหญ่มองว่าคุ้มค่ากับประสบการณ์ดีๆ ที่ทางโรงแรมมอบให้ครับ

7. Tokinoyu Setsugetsuka

Tokinoyu Setsugetsuka เป็นโรงแรมที่แทบจะตั้งอยู่หน้าสถานี Gora Onsen เลยก็ว่าได้ (ห่างไปประมาณ 200 เมตร) ด้วยทำเลที่ดีเช่นนี้ทำให้คุณเดินทางไปส่วนต่างๆ ของฮาโกเน่ได้อย่างสบายมาก นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและร้านสะดวกซื้ออยู่พอสมควรอีกด้วยครับ ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกระดับท็อปถ้าคุณให้สำคัญในเรื่องการเข้าถึงสิ่งต่างๆ ครับ

ตัวโรงแรมเป็นที่พักแบบรีสอร์ทของเครือ Dormy Inn หนึ่งในเครือที่มีความสม่ำเสมอที่สุดในเรื่องคุณภาพที่พัก และเป็นเครือที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัวครับ

  • ที่ตั้ง: 1320-241 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408, Japan
  • Check-in/out: 15.00/11.00

ห้องพัก

ที่นี่จะต่างจากที่พักอื่นๆ ในบทความนี้ตรงที่เป็นโรงแรมใหญ่ที่มีห้องพักมากกว่า150 ห้อง ด้านคอนเซปต์ของที่พักคือความสวยงามของญี่ปุ่นทั้งธรรมชาติ 4 ฤดูและวัฒนธรรม ตัวห้องนั้นถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายที่สุดสำหรับผู้เข้าพักครับ ในห้องจะมีเตียงแบบตะวันตก แต่ใส่ลายเซ็นความเป็นญี่ปุ่นมาอย่างพอสมควร ผ่านเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้เป็นไม้อย่างดีครับ

ไม่ว่าคุณจะเลือกห้องพักไหนก็ตาม ในห้องจะมีออนเซ็นแบบ open-air ให้ผ่อนคลายอิริยาบทอย่างสบายอารมณ์ ไปพร้อมๆกับสูดอากาศอันบริสุทธิ์จากขุนเขาของฮาโกเน่ครับ

ทั้งนี้รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Double – 19 ตร.ม.
  • Twin – 36 ตร.ม.
  • Japanese Western – 36-45 ตร.ม. ห้องนี้จะต่างจากห้องอื่นคือส่วนหนึ่งของห้องจะปูด้วยเสื่อทาทามิ และมีโต๊ะญี่ปุ่นตั้งอยู่ครับ

ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยนั้น ห้อง Double นั้นจะเล็กกว่าที่อื่นอยู่พอสมควร แต่ห้อง Twin ซึ่งเป็นห้องมาตรฐานนั้นถือว่าใกล้เคียงกับที่พักระดับเดียวกัน ส่วนห้องระดับสวีทนั้นที่นี่จะไม่มีให้จองครับ โดยรวมแล้วห้องของที่นี่จะเหมาะกับนักเดินทาง 2-3 ท่านเป็นหลักครับ

ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ที่นี่มีให้ตั้งแต่ชุดยูกาตะและซามุเอะสีสวยพร้อมรองเท้าแตะ ชุดมัจฉะ อุปกรณ์อาบน้ำ ช่วยให้คุณได้รับความสะดวกสบายอย่างเต็มเปี่ยมครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 2 แห่ง
  • บริการโยนากิโซบะฟรี (Signature ของเครือ Dormy Inn)
  • ออนเซ็นกลางแบบในร่ม เปิดโล่ง และกลางแจ้ง (เลือกจองแบบส่วนตัวได้ฟรี) + ซาวน่า
  • บริการไอศกรีมและยาคูลท์หลังแช่ออนเซ็นเสร็จ
  • บริการนวดและทรีตเมนต์
  • ห้องนั่งเล่นพร้อมบริการชากาแฟฟรี
  • ร้านขายสินค้าของโรงแรม
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • Location ดีมาก ติดกับสถานีรถไฟโกระ
  • ผู้เข้าพักหลายคนประทับใจบรรยากาศในโรงแรม
  • ห้องพักทุกห้องเป็นแบบงดสูบบุหรี่ และมีออนเซ็นแบบ open-air
  • จองออนเซ็นกลางแบบ open-air เป็นแบบส่วนตัวได้ฟรี
  • มีบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีแทบจะตลอดวัน (แถมยังรสชาติดีด้วย)
  • อาหารของโรงแรมรสชาติดี
  • พนักงานให้การต้อนรับอย่างดีมาก

ถ้าคุณกำลังมองหาที่พักที่ไว้ใจได้ในฮาโกเน่ Tokinoyu Setsugetsuka เป็นที่พักที่ควรค่าต่อพิจารณาอย่างมาก ตั้งแต่ทำเลระดับ AAA ห้องพักที่พร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเช่นออนเซ็น ไปจนถึงอาหารที่รสชาติดี แถมมีของให้กินหรือดื่มฟรีอีกตลอดวัน ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับฮาโกเน่ครับ

อย่างไรก็ดีจุดด้อยของที่นี่คือด้วยความที่โรงแรมมีขนาดใหญ่ ในช่วงเช้า ห้องอาหารเลยแออัดไปบ้าง ส่วนบางห้องก็เริ่มเก่า ผู้เข้าพักหลายคนมองว่าควรที่จะได้รับการ renovation ครับ

8. Gora Kansuiro

Gora-Kansuiro เป็นเรียวกังขนาด 14 ห้องพักที่ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นอย่างแทบจะไร้ที่ติ ตั้งแต่ตัวโรงแรมที่สร้างขึ้นสถาปัตยกรรมไทโชที่งามงด ไปจนถึงสวนญี่ปุ่นแบบโบราณ ไปจนถึงออนเซ็นที่ได้น้ำแร่ชั้นเลิศจากต้นนำโดยตรง เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรเลยที่จักรพรรดิโชวะและจักรพรรดินีทรงเลือกพำนักที่นี่เมื่อครั้งที่เสด็จประพาสฮาโกเน่ในปี ค.ศ.1955 ครับ

ในส่วนของทำเลนั้น เรียวกังจะห่างจากสถานีรถไฟโกระไปแค่ 350 เมตรเท่านั้น ดังนั้นจะใช้เวลาเดินไปไม่ถึง 5 นาทีครับ ส่วนร้านอาหารใกล้ๆ ก็มีให้เลือกหลายร้าน แต่ถ้าเป็นไปได้ การรับประทานกับทางโรงแรมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะผู้เข้าพักแทบทั้งหมดชมว่ารสชาติดีมากครับ

  • ที่ตั้ง: 1300 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408, Japan
  • Check-in/out: 15.00/10.00

ห้องพัก

ในห้องพักทั้ง 14 ห้องของที่นี่จะตบแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นของแท้แบบดั้งเดิม ตั้งแต่พื้นที่ปูด้วยเสื่อทาทามิไปจนถึงประตูเลื่อนด้านข้างทรงสี่เหลี่ยม ไปจนถึงของตกแต่งอย่างเช่นคาเคะจิกุ (ภาพเขียนสีและพู่กัน) บางห้องจะมีระเบียงไม้เอ็นกาวะที่ให้คุณนั่งทัศนาสวนแบบญี่ปุ่นซึ่งให้ความสบายใจและจรรโลงใจอย่างยากที่จะหาที่ใดเปรียบ ส่วนที่นอนนั้นจะเป็นแบบฟุตงทั้งหมดครับ

พูดง่ายๆ นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ในห้องแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนกับเมื่อ 100 ปีก่อนเลยครับ

ทั้งนี้รูปแบบห้องที่มีให้เลือกประกอบด้วย (สำหรับข้อมูลพื้นที่ด้านล่างจะไม่รวมบริเวณทางเข้าห้องและห้องน้ำ)

  • Standard – 19-41 ตร.ม. ห้องเล็กขนาด 19 ตร.ม.ไม่มีห้องอาบน้ำในตัว ต้องไปใช้ห้องน้ำรวม แต่ห้องที่ใหญ่กว่านั้นจะมีแบบมีออนเซ็นในตัวให้เลือกจอง
  • Superior – 32-38 ตร.ม. มีให้เลือกเหมือนกับ Standard
  • Superior Family Room with Hot Spring – 68-78 ตร.ม.
  • Kinkatei – 150 ตร.ม. ห้องที่จักรพรรดิโชวะเคยประทับ มีห้องนอน 4 ห้อง และห้องน้ำสองห้อง พร้อมด้วยออนเซ็นแบบ open-air อีก 2 จุด

ในฐานะที่เป็นเรียวกังแล้ว ห้องของที่นี่จัดว่าใหญ่มาก โดยเฉพาะห้อง Kinkatei ที่เคยเป็นสถานที่ประทับนั้นถือว่าใหญ่อลังการเลยทีเดียว ทุกห้องนั้นจะเห็นวิวสวนญี่ปุ่นของโรงแรมที่สวยสุดๆ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นก็ครบเครื่องสมกับเป็นที่พักระดับ upscale ทีสมบูรณ์แบบครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • บริการอาหารท้องถิ่นชั้นเลิศ โดยใช้วัตถุดิบจากอ่าวซากามิ
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ open-air
  • สวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • เป็นเรียวกังโบราณที่ทั้งสวยงามและอุดมไปด้วยประวัติศาสตร์
  • Location ดีมาก ไม่ไกลจากสถานีโกระและร้านอาหารอื่นๆ
  • ห้องพักใหญ่และกว้างขวาง โดยเฉพาะห้องที่จักรพรรดิญี่ปุ่นเคยประทับ
  • สวนญี่ปุ่นของโรงแรมสวยมาก เช่นเดียวกับตัวห้องพักที่งดงามในสไตล์ดั้งเดิม
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น + อาหารญี่ปุ่นของโรงแรมรสชาติสุดยอด
  • การบริการของพนักงานยอดเยี่ยม

Gora-Kansuiro เป็นเรียวกังระดับ upscale ที่ให้คุณย้อนไปสัมผัสกับความงดงามของญี่ปุ่นเมื่อ 100 ปีก่อนด้วยห้องพักสไตล์แบบดั้งเดิมแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว บรรยากาศในห้องนั้นอบอุ่นและงดงามราวกับว่าเป็นผลงานศิลปะ ส่วนอาหารและการบริการก็ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งโอโมเตะนาชิเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ดีที่นี่ก็มีจุดด้อยอยู่เช่นกัน กล่าวคือที่นี่ไม่ใช่ที่ดีที่สุดถ้าคุณโหยหาความทันสมัย เพราะข้อจำกัดเรื่องอาคารโบราณ ย่อมทำให้ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดูเก่าถ้าเปรียบกับโรงแรมที่สร้างขึ้นในยุคหลัง นอกจากนี้ยังมีปัญหาปลีกย่อยอย่างน้ำในออนเซ็นส่วนตัวยังไม่ค่อยร้อนเท่าไรนัก ทำให้ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เลือกไปแช่ที่ออนเซ็นกลางครับ

9. Hakone Gora Karaku

Hakone Gora Karaku เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ใกล้กับ Gora Station โดยห่างออกไปแค่ 450 เมตรเท่านั้น ทำให้การเดินทางไปส่วนต่างๆ ของฮาโกเน่ง่ายดายและใช้เวลาไม่นานนัก ด้วยการใช้บริการรถไฟและเคเบิลคาร์ครับ

นอกจากนี้ข้อดีของการตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟคือมีร้านอาหารและร้านค้าอยู่พอสมควร เช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อ เพราะฉะนั้นคุณมีอะไรให้เดินเล่นใกล้กับโรงแรมมากกว่าที่อื่น เช่นเดียวกับมีอะไรให้รับประทานเพิ่ม ถ้าคุณทานอาหารของโรงแรมแล้วยังไม่อิ่มครับ

  • ที่ตั้ง: 1300-8 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408
  • Check-in/out: 15.00/11.00

ห้องพัก

แก่นของการดีไซน์ห้องพักของที่นี่คือแนว modern แบบตะวันตก แต่คุณสามารถเจาะจงเลือกแบบที่ใส่ความญี่ปุ่นลงไปด้วยได้ ซึ่งจะปูพื้นที่บางส่วนของห้องด้วยผืนเสื่อทาทามิครับ ส่วนพื้นห้องจะเป็นพื้นไม้ แต่โดยรวมแล้ว ผมมองว่าทั้งสองห้องไม่ได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเท่าใดนัก

รูปแบบห้องพักที่นี่นั้นจะแบบเดียว โดยขนาดจะอยู่ที่ 56-58 ตร.ม. (รวมระเบียงแล้ว) ผมมองว่าพักได้อย่างสบายๆ สำหรับผู้เข้าพัก 2-3 ท่าน แต่ที่นี่จะไม่มีห้องใหญ่กว่านี้ให้จองเลยครับ ถ้าคุณอยากได้พื้นที่ใช้สอยที่มากกว่านี้ การพิจารณาที่อื่นย่อมเป็นตัวเลือกสุดท้ายครับ

ในทุกห้องจะมีระเบียงขนาดใหญ่ และที่ระเบียงนี้เองจะมีออนเซ็นแบบ open-air ซึ่งคุณสามารถนอนแช่น้ำไปพร้อมๆ กับสัมผัสสายลม และชมทิวทัศน์ขุนเขาอันงดงามของฮาโกเน่ได้อย่างเต็มตา ทั้งนี้ถ้าคุณไปในช่วงฤดูใบไม้ร่วง รับรองว่าจะสวยสุดๆ เลยครับ

ในส่วนของ room facilities นั้น ที่นี่จะใช้ของระดับพรีเมียมทั้งหมด ตั้งแต่ที่นอนแบบ pocket coil ของแบรนด์ Serta อุปกรณ์อาบน้ำแบบ original ที่ผลิตให้กับทางโรงแรมโดยเฉพาะ เช่นเดียวกับสกินแคร์ ชุดยูกาตะ ชุดซามุเอะ และชุดนอน ส่วนเครื่องทำกาแฟก็มีพร้อมเช่นกันครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 2 แห่ง
  • Guest Lounge และ Bar Counter
  • ออนเซ็นแบบ open-air รวม 5 แห่ง (3 แห่งสามารถเลือกจองเป็นแบบส่วนตัวได้)
  • บริการสปาและทรีตเมนต์
  • Water Terrace และ Forest Terrace สำหรับนั่งชมวิว บรรยากาศตรงนี้ทางโรงแรมดีไซน์ให้เหมือนกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะแนวร่วมสมัยครับ
  • ร้านค้าของโรงแรม
  • ที่จอดรถฟรี
  • บริการรับส่งไปยังสถานีรถไฟ

สรุป

จุดเด่น

  • Location ดี ตั้งใกล้กับสถานีกระเช้าและรถไฟ
  • ห้องพักกว้างขวาง สะอาดมาก และผู้เข้าพักหลายคนประทับใจสไตล์การตบแต่งห้องพัก
  • ทุกห้องพักมีออนเซ็นแบบ open-air
  • วิวภูเขาและผืนป่าจากโรงแรมสวยงาม
  • เกือบทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น (ยกเว้นดีลพิเศษที่อาจจะรวมแค่อาหารเช้า)
  • พนักงานเอื้อเฟื้อและให้บริการอย่างดีมาก

Hakone Gora Karaku เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่ส่งต่อประสบการณ์สุดวิเศษให้กับผู้เข้าพักจำนวนมากมาย ตั้งแต่ห้องพักชั้นยอดที่มีวิวสวยและออนเซ็นแบบ open-air ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่หลายคนให้ข้อมูลว่าได้รับการปฏิบัติดุจดั่งเป็นเชื้อพระวงศ์ครับ

สิ่งที่เหมือนกับว่าจะเป็นจุดด้อยของที่นี่คือ อาหารเย็นของโรงแรมไม่ได้ตรงกับความคาดหวังของผู้เข้าพักเท่าไรนัก ตั้งแต่รสชาติที่ธรรมดาและปริมาณที่ค่อนข้างจำกัดครับ นอกจากนี้ยังไม่มีห้องระดับสวีทให้จองด้วยนั่นเอง

10. Hyatt Regency Hakone Resort and Spa

Hyatt Regency Hakone Resort and Spa เป็นโรงแรมของเครือ Hyatt ที่อยู่ในจุดที่เงียบสงบและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของโกระออนเซ็น ช่วยให้คุณพักผ่อนได้อย่างอิสระทั้งกายและใจครับ

ทั้งนี้สถานีของ Hakone Ropeway และ Hakone Tozan Cable Car อย่าง Sounzan Station ห่างจากโรงแรมไปแค่ 900 เมตร ทำให้คุณนั่งกระเช้าลงไปที่หุบเขาโอวาคุดานิ เช่นเดียวกับทะเลสาบอาชิได้อย่างสบาย

หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไปขึ้นกระเช้าที่ Kami Gora Station (300 เมตร) แล้วเปลี่ยนกระเช้า Sounzan Station ถ้าเป็นวิธีที่สองก็จะเดินใกล้กว่า เพราะฉะนั้นจะเหมาะกับใครที่ซื้อ Hakone Free Pass มาแล้วครับ แต่ถ้ามีสัมภาระมากจริงๆ ผมแนะนำให้ใช้จองบริการรับส่งฟรีจากสถานีโอดาวาระหรือโกระของโรงแรมครับ เพราะการเดินจะเป็นแบบขึ้นลงเขาที่น่าจะทำให้คุณทุลักทุเลพอสมควร

ในส่วนของร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อนั้นจะไม่มีอยู่ใกล้กับโรงแรมเลย คุณจะต้องเดินไปสถานีโกระ (ประมาณกิโลเศษๆ) ถึงจะพอมีร้านบ้างครับ

  • ที่ตั้ง: 1320 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408, Japan
  • Check-in/out: 15.00/12.00

ห้องพัก

คอนเซปต์ของห้องพักของที่นี่คือ “My Home in Hakone” ที่จะรังสรรค์ตัวสถานที่พร้อมด้วยการบริการอันแสนจะอบอุ่น ทำให้คุณรู้สึกว่าได้พักที่บ้านของคุณเอง แม้ว่าจะอยู่ในสถานที่ที่อาจจะดูเงียบเหงาอย่างผืนป่าของฮาโกเน่ก็ตามครับ

ในด้านดีไซน์นั้นจะเป็นแบบร่วมสมัยที่ดูทันสมัยที่มาพร้อมด้วยระเบียงขนาดใหญ่ที่ให้คุณได้ออกไปยืดเส้นยืดสาย สูดกลิ่นอายของธรรมชาติ พร้อมกับชมวิวสวยๆ อย่างสบายอารมณ์ครับ

รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกมีดังต่อไปนี้

  • Twin Bed – 56 ตร.ม.
  • Twin Bed Tatami – 67 ตร.ม. ห้องขนาดใหญ่ที่มีส่วนหนึ่งของห้องที่ปูด้วยเสื่อทาทามิที่คุณสามารถนั่งเล่น หรือแม้กระทั่งปูฟุตงนอนได้ครับ
  • Twin Bed Deluxe – 73 ตร.ม.
  • Regency Suite – 82-93 ตร.ม. มีห้องที่ปูด้วยเสื่อทาทามิให้เลือก
  • Premium Dog Friendly – 93 ตร.ม.

ห้องพักระดับมาตรฐานของที่นี่ (Twin Bed) นั้นจัดว่าใหญ่มากเลยทีเดียว เรียกว่าใหญ่กว่าห้องพักของโรงแรม 4-5 ทั่วไปไปไกลโข ส่วน room facilities ก็มีพร้อมสรรพ ตั้งแต่ Workdesk ทีวีแบบ flat-screen พร้อมระบบดาวเทียม ชุดยูกาตะและทันเซน ไปจนถึงอุปกรณ์อาบน้ำครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 2 แห่งและ Bar Lounge
  • Happy Hour ที่บาร์ในช่วงสี่โมงถึงหนึ่งทุ่ม
  • ออนเซ็นแบบในร่มและบริการสปาแบบครบวงจร
  • ห้องประชุมและสัมมนา
  • ที่จอดรถฟรี
  • Gallery Shop
  • บริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟโอดาวาระ และโกระ + บริการรับส่งสนามบิน (ไม่ฟรี) จากสนามบินฮาเนดะและนาริตะ

สรุป

จุดเด่น

  • ใกล้กับสถานีกระเช้าที่สามารถนั่งลงไปเที่ยวทะเลสาบและหุบเขาโอวาคุดานิ
  • บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน
  • ห้องพักระดับเริ่มต้นใหญ่มาก
  • อาหารเช้าของโรงแรมอร่อย
  • พนักงานให้บริการได้อย่างยอดเยี่ยม

Hyatt Regency Hakone Resort and Spa ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีกระเช้าและรถไฟ ทำให้การเดินทางสะดวกสบายมาก เรียกได้ว่าไม่ต้องใช้บริการรถรับส่งฟรีของทางโรงแรมเลยก็ได้ครับ ด้านห้องพักนั้นกว้างขวางมาก มีระเบียงชมวิว และมีพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีครับ ด้านอาหารและการบริการล้วนแต่อยู่ในระดับยอดเยี่ยม สมกับเป็นโรงแรมชั้นนำครับ

อย่างไรก็ดีที่นี่จะไม่ขาย package แบบรวมอาหารเช้าเย็น (มีแค่รวมอาหารเช้า) ดังนั้นถ้าคุณไม่อยากรับประทานที่ร้านของโรงแรมแล้ว คุณควรจะหาอะไรรับประทานก่อนกลับมาที่ห้องพักครับ

11. Hakone Yutowa

ถ้าคุณกำลังหาที่พักที่ไว้ใจได้ที่ราคาต่อคืนไม่สูงนักในโกระออนเซ็น ผมมองว่า Hakone Yutowa เป็นตัวเลือกระดับท็อป ตัวโรงแรมห่างจากสถานีรถไฟไปแค่ 400 เมตรเท่านั้น ส่วนร้านอาหารในเขตเมืองออนเซ็นก็อยู่ในระยะที่เดินถึง เช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อ ทำให้ผู้เข้าพักได้รับความสะดวกสบายอย่างมากในการเดินทางครับ

  • ที่ตั้ง: 1320-241 Gora, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0408, Japan
  • Check-in/out: 15.00/11.00

ห้องพัก

เนื่องด้วยเป็นที่พักราคาย่อมเยา การตบแต่งตัวห้องจะเน้นไปที่ความเรียบง่ายแบบ Japanese Modern แต่แทบทุกห้องจะถูกปูด้วยเสื่อทาทามิอย่างดี ช่วยให้เวลาเดินสบายเท้าโดยที่ไม่รู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป ส่วนที่นอนนั้นจะเป็นเตียงแบบตะวันตกที่เราคุ้นเคยครับ

ทั้งนี้ห้องพักที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Semi Double – 16 ตร.ม. ไม่มีห้องอาบน้ำในตัว
  • Standard Twin – 30 ตร.ม.
  • Triple – 36 ตร.ม.
  • Superior Twin – 42-70 ตร.ม.
  • Condominium – 48-75 ตร.ม. มีครัวขนาดเล็กเช่นเดียวกับเครื่องซักผ้าและออนเซ็นส่วนตัวให้แช่ในห้อง

ในส่วนของพื้นที่ใช้สอยสำหรับห้องระดับมาตรฐาน (Standard Twin) และระดับสูงขึ้นไป นั้นถือว่ากว้างขวางเกินราคา เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องกังวลเลยว่าจะรู้สึกอึดอัดเพราะมีกระเป๋าใบใหญ่ ห้องที่อาจจะดูเล็กอยู่บ้างคือห้องเดี่ยว ซึ่งเปิดให้พักในราคาที่ประหยัดมาก ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักครับ

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นแทบจะไม่ต่างจากโรงแรมระดับ upscale เลย ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อาบน้ำ รองเท้าแตะ ชุดยูกาตะ เช่นเดียวกับสิ่งของที่คุณสามารถหยิบยืมจาก lobby ได้อีกมากมาย อย่างเช่นเตารีด หมอนสารพัดแบบ พัดลม ฯลฯ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • Lounge แบบกลางแจ้งและในร่ม พร้อมด้วยห้องสมุด (มีบริการเครื่องดื่มฟรี)
  • ออนเซ็นแบบในร่ม (มีแบบส่วนตัวให้เลือกจอง)
  • บริการนวดและทรีตเมนต์
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • เป็นหนึ่งในที่พักที่คุ้มค่าที่สุดในฮาโกเน่
  • Location ดีมาก ใกล้สถานีรถไฟโกระ
  • มีห้องเดี่ยวราคาประหยัดและห้องแบบคอนโด ซึ่งแบบหลังเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับ Long Stay
  • อาหารของโรงแรมรสชาติดี (เลือกอัพเกรดเป็น half-board ได้)
  • ผู้เข้าพักจำนวนมากชอบบริการเครื่องดื่มฟรีของโรงแรม
  • การบริการของพนักงานดีมาก

Hakone Yutowa เป็นที่พักที่นักเดินทางจำนวนมากให้ความเห็นว่าคุ้มค่าราคา ซึ่งไม่น่าสงสัยเลยแม้แต่น้อยว่าเพราะอะไร ตั้งแต่ทำเลที่ดีมาก ห้องพักที่กว้างขวางพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมแทบทุกอย่าง ไปจนถึงออนเซ็นและบริการเครื่องดื่มฟรี และการบริการที่ยอดเยี่ยม

จริงอยู่ว่าเรื่องบรรยากาศที่นี่จะไม่เท่ากับที่พักที่ราคาสูงกว่า แต่ถ้าคุณไม่ได้ซีเรียสในส่วนนั้นมาก ที่นี่ถือว่าน่าจองทีเดียวครับ

ที่พักฮาโกเน่น่าจองอื่นๆ

12. Hakone Suishoen

Hakone Suishoen เป็นที่พักที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่ง ในอดีตที่นี่เคยเป็นบ้านพักตากอากาศของตระกูลมิตซุย (Mitsui) ชนชั้นสูงของญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นด้านนอกถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นยุคไทโช (ต้นศตวรรษที่ 20) ที่ประณีต อ่อนช้อย สวยงาม ซึ่งได้รับการจัดอันดับโดยรัฐบาลญี่ปุ่นว่าเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ของประเทศครับ

ตัวโรงแรมอยู่ค่อนมาทางใต้ของโกระออนเซ็น โดยอยู่ห่างจากสถานีรถไฟโควาคิดานิ (Kowakidani Station) ประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งคุณสามารถนั่งรถไฟ Hakone Tozan Line มาลงที่นี่จากโอดาวาระได้โดยตรง หลังจากนั้นคุณสามารถแจ้งให้ทางโรงแรมไปรับได้ที่สถานีครับ

ใกล้กับโรงแรมไม่มีร้านอาหารใดๆ แต่มีร้านสะดวกซื้ออย่าง Family Mart ตั้งอยู่ร้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นคุณอาจจะเดินไปหาซื้อของใช้ส่วนตัวได้ครับ

  • ที่ตั้ง: 519-9 Kowakudani, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0406, Japan
  • Check-in/out: 15.00/11.00

ห้องพัก

ห้องพักของที่นี่จะเป็นระดับสวีททั้งหมด โดยมีห้องแค่ 23 ห้องเท่านั้น ด้านดีไซน์จะเป็นแบบตะวันตกเป็นองค์ประกอบหลัก ทว่าความเป็นญี่ปุ่นก็ยังปรากฏให้เห็นพอตัว ซึ่งความสมดุลนี้สร้างเสริมให้ห้องพักของคุณดูสวยงาม อบอุ่น และทันสมัยไปในคราวเดียวกันครับ นอกจากนี้ทุกห้องยังมีเตียง ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการลุกนั่งแต่อย่างใด (แต่ขอฟุตงมานอนก็ได้เช่นกัน)

จุดแข็งของที่นี่คือทุกห้องจะมีออนเซ็นแบบ open-air ในห้อง เพราะฉะนั้นคุณจะแช่ตัวพักผ่อนร่างกายได้อย่างสำราญใจไม่ว่าคุณจะเลือกพักที่ห้องไหนก็ตามครับ นอกจากนี้บางห้องยังมีซาวน่าให้ใช้บริการอีกด้วย

ตัวเลือกห้องพักที่มีให้จองมีดังต่อไปนี้

  • Suite – 58 ตร.ม.
  • Maisonette – 80-97 ตร.ม. ห้องแบบสองชั้นที่นอนได้สูงสุดถึง 4 คน ในห้องมีโซนที่ปูเสื่อทาทามิพร้อมด้วยโต๊ะญี่ปุ่น

ในส่วนของขนาดห้องนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะทุกห้องเป็นระดับสวีทที่ให้พื้นที่ใช้สอยมาอย่างเกินพอ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกนั้นเรียกได้ว่าพร้อมไปด้วยของเกรดพรีเมียม ตั้งแต่มินิบาร์ฟรี (ยกเว้นเครื่องดื่มบางชนิด) เครื่องทำกาแฟ Nespresso อ่างอาบน้ำแบบ air bubble ไปจนถึง อุปกรณ์อาบน้ำแบบ organic ชุดนอน รองเท้าแตะ ฯลฯ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • ออนเซ็นแบบในร่มและกลางแจ้ง
  • บริการ Spa by Sisley
  • สวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ด้านในมีต้นเมเปิ้ลอายุ 300 ปีเช่นเดียวกับซากุระ พลัม สนซีดาร์ ฯลฯ
  • ร้านขายของที่ระลึก
  • บริการรับส่งสถานีรถไฟ Kowakidani Station และสถานีรถบัส
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • ตัวโรงแรมสวยมาก เป็นหนึ่งในยอดมงกุฎของสถาปัตยกรรมไทโช
  • บรรยากาศดีมากเพราะในโรงแรมมีสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ให้ความร่มรื่นและเงียบสงบ
  • ห้องใหญ่กว้างขวาง เพราะทุกห้องเป็นระดับสวีท
  • สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องครบเครื่อง ทุกห้องมีออนเซ็นแบบ open-air
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้า (อัพเกรดเป็น half-board ได้) + อาหารของโรงแรมรสชาติดีมาก (แต่ราคาสูงถ้าไม่ได้จองแพคเกจไว้ล่วงหน้า)
  • พนักงานดูแลและเอาใจใส่อย่างดีมาก

Hakone Suishoen เป็นตัวเลือกที่ดีมากถ้าคุณอยากสัมผัสกับการบริการแบบโอโมเตะนาชิของญี่ปุ่น ด้วยบรรยากาศแบบ retro ผสมผสานกับสวนที่ร่มรื่น บรรยากาศในโรงแรมและห้องพักจึงแต่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการพักผ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เข้าพักจำนวนมากชื่นชอบ

ไม่เพียงเท่านั้นห้องพักยังกว้างขวาง มีออนเซ็น มินิบาร์ แถมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดีมาก อาหารและการบริการก็ล้วนแต่ได้รับคำชมว่าดีเลิศ สิ่งที่อาจจะเป็นจุดด้อยนั้นคือทำเลที่ค่อนข้างห่างไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรมไม่ได้มีบริการรับส่งไปยังโอดาวาระ เหมือนกับโรงแรมระดับ upscale บางแห่งครับ

13. Bar Hotel Hakone Kazan

Bar Hotel Hakone Kazan เป็นโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพงไพร ด้วยทำเลที่ตั้งที่อาจจะเรียกได้ว่า in the middle of nowhere แต่แน่นอนว่าให้คุณได้สัมผัสธรรมชาติของฮาโกเน่ได้อย่างครบเครื่องที่สุด ดังนั้นเหมาะกับใครที่อยากพักกายสบายใจ และทิ้งความเครียดความวุ่นวายไว้เบื้องหลังครับ

ถ้าคุณไม่ได้เช่ารถมานั้น การเดินทางไปโรงแรมเองจะยากพอสมควร แต่ทางโรงแรมมีบริการรถรับส่งฟรีจากจุดต่างๆ ในฮาโกเน่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มด้านล่าง) ซึ่งผมแนะนำให้ใช้วิธีนี้ไปโรงแรมครับ

  • ที่ตั้ง: 507-4 Kowakudani, Hakonecho, Ashigarashimogun, Kanagawa 250-0406
  • Check-in/out: 18.00/14.00

ห้องพัก

คอนเซปต์ของที่นี่จะเป็นไปตามชื่อเลยครับ นั่นคือเป็น “บาร์” ในพงไพรที่ต้องการให้คุณใช้ชีวิตแบบ slow life ภายใต้กลิ่นอายของธรรมชาติ และดื่มเครื่องดื่มชั้นเลิศที่ช่วยให้คุณกระปรี้กระเปร่าและบรรเทาความเหนื่อยล้าครับ

สำหรับห้องพักแต่ละห้องนั้นจะเป็นแบบร่วมสมัยอิง minimalistic โดยใช้โทนสีดำสนิทที่ไปทางเดียวกับบาร์ของโรงแรม ซึ่งทางโรงแรมต้องการให้คุณนำ mood อันเปี่ยมสุขจากบาร์กลับมาห้องพักด้วยครับ ในส่วนของวิวนั้นทุกห้องจะเห็นภูเขาอาซามะและเมียวโจกาตาเกะครับ ดูเผินแล้วเหมือนกับบ้านพักแบบ alpine ของยุโรปที่ใส่ความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปครับ

ทั้งนี้รูปแบบห้องที่มีให้จองประกอบด้วย

  • Studio – 16-24 ตร.ม. ห้องขนาดเล็กสำหรับผู้เข้าพักท่านเดียว
  • Standard – 32 ตร.ม.
  • Superior Delux – 40-49 ตร.ม. เลือกได้ระหว่าง Twin, Double และ Hollywood Twin
  • Champagne Suite – 85 ตร.ม.
  • Presidential Suite – 130 ตร.ม. ในห้องมีบาร์ส่วนตัวและออนเซ็นแบบ semi open-air

พื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องถือว่าใหญ่พอตัว อาจจะมีห้อง Studio ที่เล็กอยู่บ้าง แต่ถ้ามองว่าเป็นห้องเดี่ยวก็ไม่เล็กเกินไปนัก ทุกห้องมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกชั้นเลิศ อาทิเช่น LED TV เครื่องทำกาแฟ อุปกรณ์อาบน้ำและเครื่องประทินผิว และอื่นๆ อีกมากมาย ช่วยให้คุณพักผ่อนได้อย่างดียิ่ง

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • บริการเครื่องดื่มในบาร์ฟรี (บางชนิด)
  • ออนเซ็นแบบในร่มและ open-air + ซาวน่าและ cold bath
  • Private Spa & Bar
  • Lounge สำหรับนั่งเล่นชมวิว
  • บริการรับส่งไปยังสถานีรถไฟ Chokoku-no-Mori Station, ป้ายรถบัส, Hakone Open Air Museum และ Okada Museum
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ
  • มีคอนเซปต์ที่ไม่เหมือนใคร + ดีไซน์ทุกส่วนของโรงแรมโดดเด่นมีคลาส
  • ทุกห้องพักกว้างขวางโดยเฉพาะห้องสวีท
  • สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งในและนอกห้อง
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้า + อาหารและเครื่องดื่มของโรงแรมเป็นที่ประทับใจในหมู่ผู้เข้าพัก
  • การบริการของพนักงานได้ระดับ ประทับใจ

Bar Hotel Hakone Kazan เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและผืนป่าของฮาโกเน่ เพราะฉะนั้นการเดินทางหรือว่าหาอะไรรับประทานนอกโรงแรมไม่ใช่เรื่องง่าย (แต่ก็ไม่ยากเกินไปเพราะมีรถรับส่งของโรงแรม) ทว่าที่นี่จะช่วยให้คุณได้ดื่มด่ำธรรมชาติอย่างเต็มอิ่มไม่เหมือนที่ใด นอกจากนี้ยังมีคอนเซปต์ “บาร์” ที่น่าสนใจมาก และทางโรงแรมก็สุดยอดในแง่ที่สุดสามารถนำเสนอส่วนดังกล่าวได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีส่วนใดแตกแถว

ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ประสบการณ์การพักที่ unique ที่นี่ถือว่าควรค่าต่อการพิจารณามากเลยครับ

14. Ryokan Motoyu Kansuiro

Ryokan Motoyu Kansuiro เป็นเรียวกังที่ตั้งอยู่ในเขตโทโนซาวะ (Tonosawa) ของฮาโกเน่ เสน่ห์ของที่นี่คือตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮายะเลยครับ เพราะฉะนั้นคุณจะได้ชมสายน้ำไหลอันบริสุทธิ์ควบคู่ไปกับความสวยงามของขุนเขาครับ

แต่ความพิเศษของที่นี่ยังไม่จบลงเท่านั้น เพราะว่าที่นี่มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยเมจิ และเป็นเรียวกังสุดโปรดของชนชั้นนำญี่ปุ่น โดยเฉพาะอิโตะ ฮิโรบุมิ นายกรัฐมนตรีคนแรกของญี่ปุ่นที่เดินทางมาที่นี่บ่อยมากจนเรียกได้ว่าเป็นสถานที่แสนรักเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังเคยต้อนรับบุคคลสำคัญของจีนอย่างเช่นซุนยัดเซ็นด้วยครับ

สำหรับการเดินทางนั้นถือว่าซับซ้อนเล็กน้อย เพราะคุณจะต้องลงรถไฟ Hakone Tozan Line ที่ Hakone-Yumoto Station หลังจากนั้นนั่งรถร่วม (Tonosawa-C Course เสียค่าใช้จ่าย 100 เยนต่อคน) ไปยังโทโนซาวะครับ ทั้งนี้บริเวณนั้นจะไม่มีร้านสะดวกซื้อใดๆ ยกเว้นร้านอาหารไกลๆ 2-3 แห่งครับ

  • ที่ตั้ง: 88, 足柄下, Tonosawa, Hakone, Ashigarashimo District, Kanagawa 250-0315, Japan
  • Check-in/out: 15.00/10.00

ห้องพัก

เรียวกังแห่งนี้เปิดกิจการตั้งแต่ค.ศ.1614 หรือว่าต้นยุคเอโดะ ทำให้มีอายุมากกว่า 400 ปี อย่างไรก็ดีอาคารที่เห็นในปัจจุบันนั้นสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1919 ครับ

แม้ว่าระยะเวลาจะผ่านไปนานแล้ว แต่ตัวเรียวกังยังคงความสง่างามของสถาปัตยกรรมช่วงต้นยุคศตวรรษที่ 20 ทั้งด้านนอกและด้านใน โดยเฉพาะการยิ่งเทคนิคการสร้างอาคารไม้แบบ high-rise ในสไตล์ดั้งเดิม ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นจัดให้เป็นมรดกของประเทศทางด้านวัฒนธรรม ทำให้เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์พิเศษที่คุณจะได้รับในการเข้าพักที่นี่ครับ

สำหรับดีไซน์ของห้องพักนั้นจะเป็นแบบญี่ปุ่น (สุกิยะ, Sukiya) ทุกกระเบียดนิ้ว เช่นเดียวกับที่นอนที่จะเป็นแบบฟุตงแทบทุกห้อง รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกมีดังต่อไปนี้ครับ

  • Room Type A/B/C/E – 13-25 ตร.ม. ห้องพักแบบมาตรฐานของโรงแรม โดยห้อง A และ B จะมีออนเซ็นในห้อง แต่ C และ E จะไม่มีห้องอาบน้ำครับ ทุกห้องจะเห็นวิวแม่น้ำหรือว่าวิวภูเขายุซากะ
  • Seiryu/Momiji/Moegi – 15-21 ตร.ม. ทุกห้องมีออนเซ็นให้แช่ พร้อมด้วยวิวภูเขาหรือแม่น้ำ
  • Seirin – 28 ตร.ม. ห้องเดียวที่เป็นแบบ Japanese Modern ในโรงแรม ฟุตงจะถูกปูบนเตียงครับ
  • Room 31 – 50 ตร.ม. ห้องนี้มีระเบียงขนาดใหญ่ที่เห็นวิวแม่น้ำ แต่ข้อเสียคือไม่มีห้องน้ำในตัว (ต้องไปใช้ห้องน้ำรวมที่อยู่ที่ชั้นเดียวกัน)
  • Senshin-Tei – ขนาดไม่ระบุแน่ชัด แต่น่าจะใหญ่ที่สุด เพราะมีทั้งห้องอาหาร ห้องโถง ออนเซ็น และห้องนอนสองห้องที่รวมขนาดแล้ว 26.5 ตร.ม.

ในส่วนพื้นที่ใช้สอยนั้นอาจจะไม่ได้ใหญ่มากนักถ้าเทียบกับที่อื่น แต่ก็เท่ากับมาตรฐานทั่วไปของเรียวกังเก่าแก่ (มีข้อจำกัดเรื่องอาคารโบราณ) เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าคุณยังคงพักได้อย่างสบายครับ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก็ครบเครื่องเหมือนกับเรียวกังระดับ upscale ครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • บริการอาหาร (ผู้เข้าพักจะได้รับการเสิร์ฟอาหารในห้องพัก)
  • ออนเซ็นแบบในร่ม (มีแบบ private) และ open-air รวมไปถึง Rock Bed Bath (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
  • ห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก
  • ที่จอดรถฟรี

สรุป

จุดเด่น

  • เป็นโรงแรมที่สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมไทโช และอุดมไปด้วยประวัติศาสตร์
  • บรรยากาศเงียบสงบ ให้คุณอยู่ในธรรมชาติอย่างเต็มที่
  • มีวิวแม่น้ำที่สวยงามให้ชมจากในห้องพักส่วนใหญ่
  • ห้องพักสวยงามมากในสไตล์แบบดั้งเดิม
  • ผู้เข้าพักแทบทั้งหมดประทับใจออนเซ็นกลางของโรงแรม
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้าเย็น + อาหารแบบไคเซกิของโรงแรมอลังการและรสชาติดีมาก
  • การบริการยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ สมกับที่ตั้งอยู่นานถึง 400 ปี

ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 4 ศตวรรษ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า Ryokan Motoyu Kansuiro เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมที่สุดถ้าคุณอยากสัมผัสถึงโอโมเตะนาชิแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ทุกส่วนของที่นี่สวยงาม หรูหรา และสง่างามยากที่ที่พักแห่งอื่นในฮาโกเน่จะมาเปรียบได้

แม้ว่าห้องของที่นี่อาจจะไม่ได้ใหญ่เท่ากับที่อื่น แต่ก็มีวิวแม่น้ำที่สวยงาม พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบเครื่องแทบทุกห้อง ส่วนการบริการและอาหารนั้นก็อยู่ในระดับยอดเยี่ยม ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ perfect สำหรับนักเดินทางทุกคนเลยครับ

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!