หน้าแรกโรงแรม8 โรงแรมที่พักอินส์บรุค (Innsbruck) น่าจอง | ครบทุกสิ่งที่ควรทราบ

8 โรงแรมที่พักอินส์บรุค (Innsbruck) น่าจอง | ครบทุกสิ่งที่ควรทราบ

-

ต่อไปบทความของผมจะหาพบได้ยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

อินส์บรุค (Innsbruck) เป็นเมืองสวยที่ตั้งอยู่ในเขต Tirol ของออสเตรีย และยังเป็นปากทางสู่หมู่บ้านอันมีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู๋บ้านสุดสวยอย่างอัลพ์บัช (Alpbach) อีกด้วย ทำให้ในทุกๆ ปีมีนักเดินทางเหลือคณานับที่เดินทางมาท่องเที่ยวชมบรรยากาศที่นี่ครับ

ในบทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำที่พักในเมืองอินส์บรุคน่าจอง จะมีที่ไหนบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่าครับ

ที่พักอินส์บรุคชั้นดีมากมายอยู่ในย่านเมืองเก่า
ย่านเมืองเก่าอินส์บรุค by PatchW

ข้อควรทราบ

พักในส่วนไหนของเมืองอินส์บรุค (Innsbruck) ดี?

เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยว ย่านร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ จะกระจุกตัวอยู่ในย่านเมืองเก่า การพักในย่านเมืองเก่า (Altstadt) จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในด้านทำเลครับ

อย่างไรก็ดีห้องพักในโรงแรมต่างๆ ในย่านเมืองเก่านั้นจะเล็กถึงเล็กมาก และคิดราคาต่อคืนสูงด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีสัมภาระเยอะ หรือไม่ชอบความอึดอัด การพักที่โรงแรมที่ตั้งอยู่ห่างออกมาจากเมืองเก่า (แต่ก็ยังอยู่ใกล้) จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่ามาก เพราะโดยเฉลี่ยแล้วห้องจะใหญ่กว่าอย่างมีนัยสำคัญ แถมราคาโดยเฉลี่ยยังถูกกว่าด้วยครับ

สำหรับบทความนี้จะครอบคลุมที่พักทั้งสองแบบด้วยกัน คุณสามารถใช้สารบัญด้านบนเพื่อนำคุณไปเลือกที่พักแบบที่ต้องการได้ครับ

เกณฑ์การเลือกที่พักในบทความ
  • ตัวโรงแรมหรือที่พักจะต้องอยู่ในเขตเมืองอินส์บรุค (Innsbruck)
  • Prime Location: ที่ตั้งของที่พักต้องอยู่ในย่านเมืองเก่า หรือในบริเวณใกล้เคียงที่ไม่ห่างไกลจนเกินไป รวมไปถึงอยู่ใกล้กับร้านค้าและร้านอาหารต่างๆ
  • ราคาที่พักต่อคืนต้องคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ + ขนาดห้องไม่ควรเล็กเกินไป
  • ต้องได้คะแนนรีวิวจากผู้เข้าพักบนแพลตฟอร์มจองที่พักต่างๆ มากกว่า 80% ขึ้นไป และได้คะแนนสูงเป็นลำดับต้นๆ ของที่พักระดับเดียวกัน
  • ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก (ทั้งในและนอกห้อง) เหมาะสมกับระดับของโรงแรม
  • ที่พักจะต้องไม่มีปัญหาเรื่องความสะอาดหรือเสียง (อ้างอิงจากรีวิวต่างๆ)
  • มี Wi-Fi ฟรีให้กับผู้เข้าพักใช้บริการ
  • ถ้าผมเคยเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว ผมต้องได้รับประสบการณ์ที่ดีเท่านั้น

สำหรับที่พักแต่ละแห่งในบทความนี้ ผมจะระบุถึงจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละที่ด้วย ซึ่งส่วนหนึ่งผมได้สรุปมาจากรีวิวของผู้เข้าพักจริงจากแพลตฟอร์มจองโรงแรมต่างๆ ผมเชื่อว่าข้อมูลส่วนนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกที่พักที่เหมาะสมได้มากขึ้นครับ

ที่พักน่าจองในย่านเมืองเก่าอินส์บรุค

Top Pick ที่พักเมืองเก่าอินส์บรุค

Hotel Innsbruck

  • ทำเลดีเลิศ เหมาะต่อการเดินเล่นชมวิว
  • สิ่งอำนวยความสะดวกดีมากทั้งในและนอกห้อง
  • สปาคุณภาพเยี่ยม
  • การบริการดีเลิศ

1. Hotel Innsbruck

Hotel Innsbruck ตั้งอยู่กับจุดที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวที่สุดในเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากโรงแรมจะอยู่ในย่านเมืองเก่าที่มีร้านอาหารและคาเฟ่มากมายแล้ว ด้านหน้าของโรงแรมยังเป็นแม่น้ำ Inn ซึ่งถ้าคุณมองไปฝั่งตรงกันข้ามคือ ถนน Mariahilfstraße ที่มีอาคารหลากสีเรียงรายกันไปพร้อมกับภูเขาหิมะเป็นฉากหลังครับ

นอกจากนี้สะพานข้ามแม่น้ำเพื่อไปชมอย่างใกล้ชิดก็ห่างไปแค่ 100 เมตรเท่านั้น ส่วนที่จอดรถสาธารณะนั้นก็อยู่นอกโรงแรม ทำให้ยากที่โรงแรมใดในอินส์บรุคจะมีทำเลที่ดีกว่านี้ครับ

  • ที่ตั้ง: Innrain 3, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-11.00

ห้องพัก

ห้องแต่ละห้องของที่นี่จะเป็นสไตล์โมเดิร์น แต่ทางดีไซเนอร์ได้สอดแทรกความเป็น alpine เข้ามาอย่างมีระดับผ่านทางของตบแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ บรรยากาศในห้องของคุณจึงดูผ่อนคลายและอบอุ่น ช่วยให้คุณหลับได้สบายขึ้นครับ

รูปแบบห้องที่เลือกจองได้อีกดังต่อไปนี้

  • Single – 13 ตร.ม.
  • Small Double – 19 ตร.ม.
  • Double – 22 ตร.ม. บางห้องจะมีความต่างไปเล็กน้อยในส่วนของดีไซน์ที่ดูเป็น alpine มากยิ่งขึ้น
  • Family – 28 ตร.ม. ห้องนี้จะเป็นห้อง Double ที่เพิ่ม Sofa Bed เข้ามา และขนาดโดยรวมจะใหญ่กว่าเล็กน้อย
  • Junior Suite – 32 ตร.ม.
  • Triple – 33 ตร.ม.
  • Luxury Suite – 40 ตร.ม.

ว่ากันด้วยขนาดห้องพัก ห้องของที่นี่ไม่ใหญ่มากนัก แต่เข้าใจได้ เพราะว่าตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าซึ่งขนาดห้องพักของโรงแรมส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณนี้ครับ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกถือว่าดีมาก เนื่องจากคุณเลือกห้องที่มีอ่างอาบน้ำได้ และทุกห้องมีโซฟา อุปกรณ์อาบน้ำ ทีวีแบบ Flat Screen โต๊ะทำงาน ฯลฯ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร บ่าร์ และเลาจน์
  • สปาพร้อมสระน้ำ (ทางโรงแรมอ้างว่าพื้นที่สปาใหญ่ที่สุดในอินส์บรุค) และบริการทรีตเมนต์แบบครบวงจร
  • ห้องประชุมและสัมมนา

สรุป

จุดเด่น

  • ทำเลดีเป็นอันดับต้นๆ ของอินส์บรุค ติดแม่น้ำ ตรงกันข้าม Mariahilfstraße ใกล้ย่านเมืองเก่า
  • ตัวห้องสะอาดและมี room facilities ครบถ้วน
  • วิวจากโรงแรมสวยงาม
  • ผู้เข้าพักจำนวนมากประทับใจสปาของโรงแรม
  • อาหารเช้ารสชาติดี
  • พนักงานเอาใจใส่ เป็นมิตร และบริการอย่างดีเลิศ

Hotel Innsbruck เป็นตัวเลือกที่พักที่ผมมองว่าเพรียบพร้อมที่สุดในเมือง ตั้งแต่ทำเลเทพไปจนถึงการบริการที่ทำให้ผู้เข้าพักแทบทุกคนประทับใจ ข้อเสียที่ยากที่จะหลีกเลี่ยงของที่นี่คือตัวห้องพักไม่ค่อยใหญ่ แต่ก็เป็นปกติของโรงแรมในย่านเมืองเก่าของยุโรปครับ

2. BEST WESTERN Plus Hotel Goldener Adler Innsbruck

BEST WESTERN Plus Hotel Goldener Adler Innsbruck เป็นโรงแรมที่อยู่ในอาคารเดียวกับร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองอย่าง Goldener Adler

อาคารของโรงแรมแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1390 (หรือหลังจากกรุงศรีอยุธยาตั้งได้เพียง 39 ปี) และเป็นโรงแรมที่เคยรองรับจักรพรรดิแห่งออสเตรีย กษัตริย์แห่งปรัสเซียและสวีเดน แกรนด์ดยุคแห่งทัสคานี พ่อค้า นักเขียน กวี ตลอดจนนักเดินทางทั่วไปมามากกว่า 600 ปี ดังนั้นคุณจะได้พักในอาคารสไตล์ยุคกลางที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์อย่างเต็มเปี่ยมครับ

ตัวโรงแรมเป็นส่วนหนึ่งของย่านเมืองเก่าซึ่งห่างจากแม่น้ำ Inn เป็นเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำ ใกล้กับโรงแรมคือสถานที่สำคัญของเมืองอย่างพระราชวัง Hofburg และ Goldenes Dachl แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอินส์บรุคครับ

  • ที่ตั้ง: Herzog-Friedrich-Straße 6, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 14.00-11.00

ห้องพัก

ดีไซน์ห้องพักของที่นี่นั้นมีสองแบบหลักๆ ให้เลือก นั่นคือแบบ traditional ซึ่งมีจุดเด่นคือเพดานไม้โบราณ และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ช่วยให้คุณได้สัมผัสความวินเทจที่ไม่เหมือนกับที่ใด ส่วนแบบที่สองคือแบบโมเดิร์นที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีครับ แต่ทั้งสองแบบยังมีดีไซน์แยกย่อยไปอีกรวมแล้วถึง 7 แบบด้วยกันครับ

ผมมองว่าถ้าเลือกจะพักที่นี่แล้ว เลือกแบบ traditional เลยดีกว่าจะได้ประสบการณ์ที่ unique และยังดูอบอุ่นกว่าห้องแบบโมเดิร์นด้วยครับ

ตัวห้องที่มีให้เลือกมีดังต่อไปนี้

  • Classic – 12-18 ตร.ม. มีให้เลือกทั้งแบบโมเดิร์นกับโมเดิร์นผสม traditional โดยหลักๆ จะต่างกันที่เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งห้อง ซึ่งแบบหลังจะดูวินเทจกว่า
  • Traditional – 20 ตร.ม.
  • Deluxe – 27 ตร.ม.

ขนาดห้องของที่นี่ไม่ต่างกับที่อื่นๆ นั่นคือไม่ใหญ่เลย แต่ก็ทดแทนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เรียงรายกันมาตั้งแต่ Smart HD TV เครื่องทำชาและกาแฟ โต๊ะทำงาน อุปกรณ์อาบน้ำ ฯลฯ นอกจากนี้ถ้าคุณไม่ชอบหมอน หรือว่าอยากได้หมอนพิเศษที่ support ช่วงคอบ่าไหล่ คุณสามารถแจ้งพนักงานให้นำมาให้ได้ด้วยครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร Goldener Adler ที่มีชื่อเสียงของอินส์บรุค อาหารทุกจานจะทำจากวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นยอดของรัฐ Tirol ของออสเตรียครับ
  • Wine Bar

จุดเด่นจุดด้อย

จุดเด่น

  • ยืนอันดับ 1 TripAdvisor สำหรับที่พักในอินส์บรุค
  • ทำเลยอดเยี่ยม อยู่ใจกลางเมืองเก่า
  • ได้สัมผัสประสบการณ์การพักเหมือนกับบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมาย
  • ตัวอาคารและห้องพักสวยงาม มีกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ไม่เหมือนที่ใด
  • วิวจากห้องพักสวยงาม
  • พนักงานให้บริการได้อย่างยอดเยี่ยม

Hotel Goldener Adler Innsbruck (ปัจจุบันอยู่ในเครือ Best Western) เป็นโรงแรมที่อยู่คงกระพันคู่กับอินส์บรุคมานานกว่า 6 ศตวรรษ และรองรับแขกบ้านแขกเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ตัวอาคารของโรงแรมสวยงามยิ่งยงทั้งด้านนอกและด้านใน และเป็นแลนด์มาร์กของเมืองในตัวเองอีกด้วย การได้พักที่นี่จึงเป็นประสบการณ์แสนพิเศษที่คุณจะได้รับในเมืองแห่งนี้ครับ

แต่ข้อเสียหลักนั้นก็เหมือนโรงแรมเก่าแก่อื่นๆ ของยุโรป นั่นคือตัวห้องจะเล็ก และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรมที่เพิ่งสร้างใหม่ ส่วนหนึ่งก็เพราะข้อจำกัดทางด้านกฎหมายครับ

3. Altstadthotel Weißes Kreuz

Altstadthotel Weißes Kreuz นั้นถ้าตามชื่อโรงแรมก็เห็นชัดว่าอยู่ในอ้อมกอดของย่านเมืองเก่า (Altstadt) ซึ่งทำเลของโรงแรมนั้นใกล้เคียงกับคำว่าตรงกลางเมืองเก่าจริงๆ ครับ แลนด์มาร์กของอินส์บรุกอย่างพระราชวัง Hofburg หรือโบสถ์ Hofkirche ห่างไปแค่ 150-250 เมตรเท่านั้นเองครับ

บริเวณโรงแรมมีร้านอาหารจำนวนมาก เช่นเดียวกับแมคโดนัลด์และสตาร์บัคส์ รวมไปถึงบาร์ชั้นดีอีกหลายแห่ง ดังนั้นบริเวณนี้จึงเป็นย่านที่คนพลุกพล่าน เรื่องเปลี่ยวจึงตัดออกไปได้เลยครับ

  • ที่ตั้ง: Herzog-Friedrich-Straße 31, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-11.00

ห้องพัก

โรงแรมอยู่ในอาคารโบราณอายุเกือบ 600 ปี โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1465 หรือประมาณช่วงต้นของกรุงศรีอยุธยา ดังนั้นตัวตึกของโบราณสถานดีๆ นี่เองครับ

อย่างไรก็ดีด้านในและตัวห้องพักได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยในสไตล์ที่ทางโรงแรมเรียกว่า Chic-Shock-Baroque กล่าวคือคงความสวยงามหรูหราแบบบารอค แต่ใส่ความ chic แบบร่วมสมัยเข้าไปด้วยและผสานกันอย่างเรียบสนิทครับ หนึ่งในกุญแจสำคัญก็คือการใช้สีแบบ monocolour (สีโทนเดียวกันทั้งห้อง) นั่นเอง

รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกมีดังต่อไปนี้

  • Besenkammer – 13 ตร.ม. ห้องนี้ผมไม่แนะนำให้จอง เพราะนอกจากจะเล็กแล้ว เรื่องดีไซน์นั้นถูกทางโรงแรมละเลยโดยจงใจให้ดูไม่มีอะไรเลย แถมยังเก่าอีกด้วย สมกับชื่อ “ห้องเก็บไม้กวาด”
  • Mini – 16-20 ตร.ม.
  • Twin – 21-24 ตร.ม.
  • Medium – 22-29 ตร.ม.
  • Balcony – 19-30 ตร.ม. ห้องนี้มีระเบียงให้คุณเดินออกไปชมบรรยากาศอันน่าหลงใหลของเมืองเก่าอินส์บรุคได้ครับ
  • Patio – 21-30 ตร.ม.
  • Large – 28-30 ตร.ม.
  • Suite – 32-50 ตร.ม.

เรื่องขนาดห้องนั้นเล็กเท่ากับมาตรฐานโรงแรมในย่านเมืองเก่า ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยที่จำเป็นเฉพาะการพักระยะสั้น ทั้งนี้ห้องที่ผมมองว่าน่าสนใจคือห้อง Balcony ที่ให้คุณเปิดหน้าต่างไปชมวิวสวยๆ ได้โดยไม่ต้องแยแสกับความวุ่นวายครับ

ด้านของ amenities นั้นที่นี่จะใช้เป็นของแบรนด์ท้องถิ่นเกรดพรีเมียม อย่างเช่นฟูกชั้นดีของ Betten Eberharter ที่ผลิตจากรัฐ Tyrol อันเป็นที่ตั้งของเมืองอินส์บรุค รวมไปถึงเครื่องสำอางและอุปกรณ์อาบน้ำที่ไร้ส่วนผสมจากสัตว์ครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • ที่จอดรถของโรงแรม

สรุป

จุดเด่น

  • ตั้งอยู่ในจุดที่ดีที่สุดของเมืองเก่า แวดล้อมด้วยสถานที่เที่ยว ร้านอาหาร และร้านค้าต่างๆ
  • ผู้เข้าพักจำนวนมากชมว่าห้องพักของโรงแรมสวยมีคลาส
  • ห้องอาหารที่เสิร์ฟอาหารเช้าวิวสวยมาก และรสชาติอาหารก็ยอดเยี่ยม
  • ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นแบบ 100% ทั้งในส่วนของ amenities ทั่วไปและอาหารเช้า ซึ่งผู้เข้าพักหลายคนรู้สึกประทับใจ
  • พนักงานของที่นี่ nice และเป็นมิตรมาก

ด้วยทำเลที่ดีที่สุดในย่าน Altstadthotel Weißes Kreuz คือตัวเลือกระดับท็อปสำหรับใครที่ชอบความพลุกพล่าน หรืออยากสัมผัสย่านเมืองเก่าอินส์บรุคแบบไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น ห้องพักของโรงแรม (ยกเว้นห้องเก็บไม้กวาด) มีดีไซน์ที่สวยงาม และ amenities ในห้องไปจนถึงวัตถุดิบสำหรับอาหารเช้าก็ใช้ของท้องถิ่นจากออสเตรีย ช่วยให้คุณได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนที่ใดครับ

4. The Penz Hotel

The Penz Hotel ตั้งอยู่ด้านหลังศาลาว่าการเมืองของย่านเมืองเก่าอินส์บรุค รอบๆ โรงแรมจึงมีศูนย์การค้า ร้านอาหาร รวมไปถึงร้านค้าทั่วไปจำนวนมาก นอกจากนี้ยังอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ Inn ซึ่งคุณสามารถไปชมวิวสวยๆ ของย่าน Mariahilfstraße โดยใช้เวลาเดินไปเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นครับ ป้ายรถรางและรถบัสเองก็อยู่ใกล้กับโรงแรม ช่วยให้คุณเดินทางไปส่วนอื่นๆ ของเมืองอย่างเช่นสถานีรถไฟภายในเวลาไม่นานนัก

ด้วยความที่โรงแรมเป็นตึกสไตล์โมเดิร์นที่เพิ่งสร้างได้ไม่นานนัก คุณจะหาโรงแรมได้ง่ายมาก เพราะรูปลักษณ์ต่างจากอาคารอื่นๆ โดยรอบอย่างชัดเจนครับ

  • ที่ตั้ง: Adolf-Pichler-Platz 3, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-11.00

ห้องพัก

ห้องพักของที่นี่เป็นสไตล์โมเดิร์นเช่นเดียวกับตัวอาคาร แต่ก็เป็นโมเดิร์นที่มีเสน่ห์และดูน่าอบอุ่นอย่างมาก อีกสิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมคือคุณสามารถชมวิวเทือกเขาแอลป์ได้จากห้องพักของคุณครับ

ในส่วนของรูปแบบห้องนั้นไม่มีอะไรซับซ้อน โดยคุณมีตัวเลือกดังต่อไปนี้ครับ

  • Superior – 25 ตร.ม.
  • Deluxe – 30 ตร.ม.
  • Junior Suite – 50 ตร.ม.

จุดเด่นสำคัญของที่นี่คือห้องพักของโรงแรมใหญ่กว่าโรงแรมทั่วไปในย่านเมืองเก่า ดังนั้นเหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมา โดยไม่ต้องจ่ายราคาห้อง Deluxe หรือสูงกว่าที่อื่นครับ แต่ห้องอื่นๆ นั้นก็ไม่ได้ใหญ่ต่างจากที่อื่นเท่าไรนัก

สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่ก็จัดเต็มไม่ได้ด้อยกว่าที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องทำกาแฟ (Nespresso) อ่างอาบน้ำ ไปจนถึง LCD TV พร้อมช่องทีวีนานาชาติครับ ด้วยเหตุนี้คุณจึงวางใจได้เลยเรื่องความสบายครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและ Rooftop Bar ที่มีวิวสุดเทพ
  • ห้องประชุมและสัมมนา

จุดเด่นจุดด้อย

จุดเด่น

  • ตัวโรงแรมเป็นอาคารสร้างใหม่ ดังนั้นเหมาะกับใครที่ไม่อยากพักในอาคารโบราณ เพราะกลัวสิ่งลี้ลับ ฯลฯ
  • ทำเลดีมาก ใกล้กับศูนย์กลางของย่านเมืองเก่า
  • ห้องพักระดับเริ่มต้นของโรงแรมใหญ่กว่าที่อื่น
  • วิวจากห้องพักและ rooftop bar สวยเลิศ
  • อาหารเช้าของโรงแรมคุณภาพยอดเยี่ยม
  • พนักงานเป็นมิตรและให้บริการเป็นอย่างดี

The Penz Hotel เป็นตัวเลือกที่แตกต่างกับที่พักส่วนใหญ่ในย่านเมืองเก่า ตัวอาคารและห้องพักของที่นี่ดูทันสมัย และกว้างขวาง เหมาะกับครอบครัวและนักเดินทางที่มีสัมภาระมาก ด้าน room facilities, อาหารเช้า ไปจนถึงการบริการก็ครบเครื่อง

ข้อบกพร่องของที่นี่ซึ่งผู้เข้าพักหลายคนมองตรงกันคือ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกนอกห้องพักเลย อย่างเช่นสปาหรือห้องฟิตเนส แต่ถ้าคุณใช้เวล่าส่วนใหญ่นอกโรงแรมอยู่แล้ว ข้อนี้ก็แทบจะไม่กระทบกับประสบการณ์การพักของคุณเลยครับ

5. Stage 12

Stage 12 เป็นโรงแรมในย่านเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ที่ถนนคนเดิน Maria-Theresien-Straße ที่เต็มไปด้วยร้านค้าร้านอาหาร อยู่ในส่วนที่ไม่มีการเปิดให้รถผ่านด้วย ดังนั้นเหมาะกับใครที่อยากพักในย่านที่มีอะไรให้เดินให้ชมตลอดวันครับ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็เมืองนั้นแทบไม่มีที่ใดเลยที่อยู่ไกลไปจากโรงแรมเกิน 700 เมตรครับ

  • ที่ตั้ง: Maria-Theresien-Straße 12, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-11.00

ห้องพัก

ทั้งตัวอาคารและห้องพักทุกห้องเป็นสไตล์โมเดิร์น แต่ทางโรงแรมให้ข้อมูลว่าห้องแต่ละห้องนั้นจะมีรูปลักษณ์ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้เข้าพักแต่ละห้องจะได้รับประสบการณ์ที่ต่างกันไปครับ อย่างไรก็ดีทุกห้องจะมีพื้นไม้ปาร์เกต์อย่างดี เช่นเดียวกับหน้าต่างเก็บเสียงที่ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณครับ

ตัวเลือกห้องพักในโรงแรมมีดังต่อไปนี้

  • Single – 15 ตร.ม.
  • Double/Twin – 17 ตร.ม.
  • Triple – 19 ตร.ม.
  • Family/Quadruple – 24 ตร.ม.

แม้ว่าห้องเดี่ยวของที่นี่จะใหญ่กว่าที่อื่น แต่ห้องระดับมาตรฐานอย่าง Double/Twin กลับเล็กกว่าห้องของโรงแรมที่ตั้งอยู่ในโรงแรมเก่าเสียอีก ผมจึงมองว่าที่นี่เหมาะกับ solo traveler และนักเดินทาง 2 ท่านที่มีสัมภาระไม่มากนักเท่านั้น ถ้าคุณมีกระเป๋าใหญ่มาหลายใบ โรงแรมอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าอย่างชัดเจนครับ

จริงอยู่ว่าเรื่องห้องพักเล็กกว่าที่อื่น แต่ก็ทดแทนด้วยค่าห้องพักต่อคืนที่ถูกและย่อมเยา (ถูกกว่าโรงแรมระดับเดียวกันถึง 30%-40%) ครับ

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกก็มีทุกสิ่งที่จำเป็น อย่าง minibar นั้นจะถูกทดแทนด้วยเครื่อง vending machine นอกห้องแทนครับ ทว่าในห้องก็มีเครื่องทำกาแฟและชาให้คุณชงดื่มได้เช่นกัน

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • ห้องฟิตเนสและซาวน่า
  • ที่จอดรถของโรงแรม

สรุป

จุดเด่น

  • ทำเลดี อยู่ในย่านช้อปปิ้งและร้านอาหารของเมืองเก่าอินส์บรุค
  • ห้องเดี่ยวใหญ่กว่าที่พักระดับใกล้กัน
  • ผู้เข้าพักจำนวนมากชมว่าอาหารเช้าของโรงแรมอร่อย
  • ห้องพักเก็บเสียงดีมาก ทำให้ในห้องเงียบ แม้ว่าด้านนอกจะมีผู้คนพลุกพล่าน
  • พนักงานให้การต้อนรับอย่างดีมาก
  • ราคาต่อคืนถูกกว่าที่อื่นๆ

ถ้าคุณต้องการโรงแรมที่ดูเรียบง่าย อยู่ในทำเลที่ของย่านเมืองเก่า และราคาไม่แรง ผมมองว่า Stage 12 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นนักเดินทางคนเดียว เพราะห้องเดี่ยวของที่นี่ใหญ่ถึง 15 ตร.ม. ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเกินไปครับ

ถึงกระนั้นจุดด้อยหลักของที่นี่คือห้องพักสำหรับ 2-4 คนนั้นเล็กมาก ถ้าคุณให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอยแล้ว ที่อื่นอาจจะน่าสนใจกว่าครับ

ที่พักนอกเมืองเก่าอินส์บรุคน่าจอง

Top Pick ที่พักนอกเมืองเก่า

Hotel Grauer Bar

  • ไม่ไกลจากเมืองเก่ามากนัก + อยู่ในย่านมหาวิทยาลัย
  • ห้องพักกว้างขวางกว่าในย่านเมืองเก่า
  • สิ่งอำนวยความสะดวกครบเครื่อง
  • การบริการยอดเยี่ยม

6. Hotel Grauer Bar

Hotel Grauer Bar เป็นโรงแรมแบบ family-run ที่ตั้งอยู่ในบริเวณ campus ของมหาวิทยาลัยอินส์บรุค (Universität Innsbruck) ดังนั้นบรริเวณโดยรอบจึงมีแต่นักศึกษาซึ่งช่วยสร้างความปลอดภัยให้เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง และมีร้านอาหารราคาไม่แรงให้เลือกหลากหลายด้วย

แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเก่าเสียทีเดียว แต่การเดินไปก็ไม่ยากอะไรนัก (ประมาณ 400 เมตร) ไม่เพียงเท่านั้นโรงแรมยังอยู่ติดกับแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของเมืองอย่างโบสถ์ Hofkirche และพระราชวัง Hofburg (ห่างไปประมาณ 300 เมตร) ดังนั้นให้ความสะดวกสบายไม่แพ้พักในย่านเมืองเก่าเลยทีเดียว

  • ที่ตั้ง: Universitätsstraße 5-7, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-12.00

ห้องพัก

ถ้าเทียบกับดีไซน์ห้องพักที่อื่นซึ่งดูฉูดฉาดแล้ว ห้องพักของ Hotel Grauer Bar นั้นช่างเรียบง่าย โดยจะเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ใส่ความ alpine ผ่านผืนไม้ลงไป แม้ว่าจะไม่ได้ดูซับซ้อน แต่ก็ดูผ่อนคลายสบายตา เอื้อต่อการพักผ่อนหลังจากท่องเที่ยวมาตลอดวันครับ

รูปแบบห้องพักที่มีให้เลือกประกอบด้วย

  • Single – 18 ตร.ม.
  • Standard Double – 25 ตร.ม.
  • Triple – 30 ตร.ม.
  • Suite – 50 ตร.ม.

จุดเด่นของที่นี่คือห้องพักระดับเริ่มต้น (Single/Double) นั้นจะใหญ่กว่าเหล่าโรงแรมในย่านเมืองเก่าอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้เข้าพักมีพื้นที่ยืนเส้นยืนสาย รวมไปถึงจัดกระเป๋าเดินทางได้อย่างเพียงพอครับ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบเครื่องด้วยทุกสิ่งที่คุณจะได้ใช้งาน ดังนั้นมั่นใจเรื่องคุณภาพการพักผ่อนได้เลยครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์
  • สระว่ายน้ำในร่มและอ่างจากุชชี่แบบ outdoor
  • ซาวน่า และอบไอน้ำ
  • ห้องฟิตเนส (ใช้ฟิตเนสข้างๆ โรงแรมได้ฟรี)
  • ที่จอดรถของโรงแรม

สรุป

จุดเด่น

  • ตั้งอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย ดังนั้นมีความปลอดภัยสูง และมีตัวเลือกร้านอาหารราคาย่อมเยาหลายแห่ง
  • ไม่ไกลจากเมืองเก่ามากนัก เดินไปเที่ยวได้สบายๆ
  • ห้องระดับเริ่มต้นใหญ่
  • Facilities ดีมากทั้งในและนอกห้อง
  • วิวจากโรงแรมสวยดี
  • ผู้เข้าพักชมว่าอาหารของโรงแรมรสชาติดี
  • การบริการของพนักงานยอดเยี่ยม

ถ้าเทียบกับกับโรงแรมอื่นๆ ในย่านเมืองเก่าอินส์บรุคแล้ว ทำเลของ Hotel Grauer Bar นั้นสู้ไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำเลของที่นี่จะแย่เสียทีเดียว ย่านเมืองเก่าและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญล้วนแต่อยู่ในระยะที่เดินถึง แถมใกล้ๆ ยังมีร้านอาหารราคาไม่แพงให้เลือกอีกด้วย

แต่ที่ดีงามที่สุดคือห้องพักทั่วไปของที่นี่ใหญ่กว่าห้องของโรงแรมในย่านเมืองเก่าอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นถ้าใครเบื่อหน่ายความอึดอัด ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียวครับ แต่ในช่วงสุดสัปดาห์อาจจะเสียงดังหน่อย เพราะผู้เข้าพักหลายคนให้ข้อมูลว่านักศึกษานิยมไปปาร์ตี้ที่ร้านอาหารในบริเวณนั้นครับ

7. Hotel Mondschein

สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศของ Mariahilfstraße แบบใกล้ชิดที่สุด คงไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่าการพักในย่านดังกล่าวโดยตรง Hotel Mondschein เป็นโรงแรมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของย่านที่ว่าครับ โดยอยู่เยื้องกับสะพานข้ามแม่น้ำ Inn ช่วยให้ผู้เข้าพักเดินเล่นได้ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำได้อย่างอิสระ

ใกล้กับโรงแรมเป็นร้านอาหารหลายสัญชาติตั้งแต่ร้านอาหารออสเตรียนไปจนถึงร้านอาหารญี่ปุ่นหรือแม้กระทั่งเนปาลี เพราะฉะนั้นตัวเลือกอาหารกลางวันและเย็นจะมีมากมายให้เลือกสรรครับ

  • ที่ตั้ง: Mariahilfstraße 6, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 14.00-11.00

ห้องพัก

จำนวนห้องพักในโรงแรมแห่งนี้มีแค่ 31 ห้องเท่านั้น ตัวห้องเป็นสไตล์โมเดิร์นที่ตบแต่งด้วยสีสบายตาและ earth-tone ครับ แต่ทีเด็ดของที่นี่คือห้องน้ำ เพราะตบแต่งอย่างอลังการด้วยหินอ่อนสีน้ำเงินเข้มและคริสตัลของแบรนด์ Swarovski ครับ

ห้องที่มีให้จองประกอบด้วย

  • Single – 10-12 ตร.ม.
  • Classic – 15-18 ตร.ม.
  • Attic – 30 ตร.ม.
  • Deluxe – 35 ตร.ม.
  • Family Suite – 48 ตร.ม.

นอกเหนือจากตัวเลือกเหล่านี้แล้วนั้น ทางโรงแรมยังมีตัวเลือกสุดประหยัดสำหรับนักเดินทางท่านเดียวด้วย นั่นก็คือห้อง Mini Single Room ที่ 9 ตร.ม. (แต่ไม่มีให้จองผ่าน Agoda ถ้าสนใจต้องจองผ่านทางโรงแรมโดยตรงครับ)

แม้ว่าจะอยู่ห่างออกจากย่านเมืองเก่า โดยรวมแล้วห้องพักของที่นี่ก็เหมือนกับโรงแรมในย่านเมืองเก่าอินส์บรุค นั่นคือห้องพักเล็กครับ แต่ยังดีที่ห้องส่วนใหญ่เห็นวิวสวยๆ ของย่านเมืองเก่าและแม่น้ำ ช่วยให้คุณสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติกได้อย่างเต็มอิ่มครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหารและบาร์ของโรงแรม
  • ให้ Bus Ticket ฟรี ถ้าพักสองคืนขึ้นไป
  • ที่จอดรถของโรงแรม (ไม่ฟรี คิดราคา 12 EUR ต่อคืน)

สรุป

จุดเด่น

  • ทำเลดี อยู่ในจุดที่ดีที่สุดของ Mariahilfstraße
  • วิวฝั่งเมืองเก่าจากห้องพัก (ฝั่งที่มีวิว) สวยงาม
  • ทุกการจองรวมอาหารเช้า และได้รับชมจากผู้เข้าพักจำนวนมากว่ายอดเยี่ยมทั้งตัวห้องที่งดงามและอาหารที่อร่อย
  • แจก Bus Ticket ฟรีถ้าพักมากกว่า 2 คืน
  • พนักงานช่วยเหลือและเอาใจใส่เป็นอย่างดี

ด้วยทำเลทองคำของโรงแรม Hotel Mondschein แห่งนี้ ผู้เข้าพักจะได้ความสะดวกในการเดินสำรวจสองฝั่งอันสวยงาม เพราะฉะนั้นใครที่ชอบเดินเล่น ที่นี่ควรเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในลิสต์ของคุณเลยครับ จุดด้อยสำคัญของที่นี่คือห้องพักเล็ก โดยเฉพาะบางห้องที่ไม่มีวิวใดๆ ช่วยให้รู้จักอึดอัดขึ้นไปอีก แต่ถ้าเป็นห้องฝั่งที่มีวิวแล้วนั้น วิวจากโรงแรมเป็นที่ประทับใจในหมู่ผู้เข้าพักเลยทีเดียวครับ

ข้อดีหลักของที่นี่คือมีอาหารเช้ารวมอยู่ในการจองแล้ว ทำให้คุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือ เสียเวลาหาอะไรรับประทานในช่วงเช้าในเมืองที่ไม่ได้มีอะไรขายตลอด 24 ชั่วโมงแบบกรุงเทพ แถมอาหารเช้ายังคุณภาพดีเยี่ยมด้วยครับ

8. AC Hotel Innsbruck

AC Hotel Innsbruck เป็นหนึ่งในโรงแรมในเครือ AC ของ Marriott โดยตัวโรงแรมนั้นสร้างขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวช่วงปี ค.ศ.1972 แต่ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซม ปรับปรุง และยกระดับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ทันสมัยครับ

ทำเลของโรงแรมจะอยู่ค่อนลงมาทางใต้ของตัวเมืองชั้นใน (Innenstadt) และอยู่จากเมืองเก่าประมาณ 800 เมตร ซึ่งนอกจากจะไม่ไกลมากแล้ว การเดินไปเมืองเก่าจะผ่านถนน Maria-Theresien-Straße ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งที่ตั้งอยู่ในอาคารสไตล์บารอคที่สวยงาม รวมไปถึงมีแลนด์มาร์กสำคัญอีกหลายแห่งด้วย เพราะฉะนั้นวางใจได้เลยว่าไม่เปลี่ยว และไม่น่าเบื่อหน่ายครับ

นอกจากนี้สถานีรถไฟอินส์บรุคยังห่างไปเพียง 400 เมตรเท่านั้น ถ้าคุณจะออกเดินทางโดยรถไฟในช่วงเช้า (เช่นกลับไปซาลซ์บูร์กหรือเวียนนา) การพักที่นี่จะช่วยให้คุณไม่ต้องพะวงเรื่องการเดินทางครับ

  • ที่ตั้ง: Salurner Str. 15, 6020 Innsbruck, Austria
  • Check-in/out – 15.00-12.00

ห้องพัก

ห้องของที่นี่เป็นสไตล์ร่วมสมัยที่ดีไซน์ออกไปทาง minimalistic นั่นคือไม่ได้ใส่ในส่วนของศิลปะลงมามากนัก ทุกอย่างที่อยู่ในห้องล้วนแต่ใช้ได้จริงครับ แต่ทีเด็ดของที่นี่คือทุกห้องจะมีวิวสวยๆ ของเทือกเขาแอลป์ให้ได้ชม พร้อมกับสัมผัสกับสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านเมืองไปในเวลาเช้าตรู่ครับ

ในส่วนของรูปแบบนั้น ที่นี่มีให้บริการห้องพักดังต่อไปนี้

  • Standard – 28 ตร.ม.
  • Deluxe – 28 ตร.ม. แทบไม่ต่างอะไรกับ standard แต่อยู่บนชั้นสูงๆ ของโรงแรม ทำให้เห็นวิวสวยขึ้น
  • One Bedroom Suite – 53 ตร.ม.

ห้องระดับเริ่มต้นของที่นี่นั้นใหญ่มากถ้าเทียบกับมาตรฐานของเมืองอินส์บรุค เพราะฉะนั้นคุณจะได้พื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อการจัดกระเป๋าสำหรับเตรียมเดินทางกลับไทย รวมไปถึงดูแลลูกน้อยหรือผู้สูงอายุครับ

ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น ที่นี่ให้คุณครบถ้วนตั้งแต่เตียงแบรนด์ Serta เครื่องทำกาแฟ Nespresso ไปจนถึงทีวีขนาด 55 นิ้วพร้อมช่องเคเบิลหลายภาษา ช่วยให้คุณไม่พลาดเรื่องข่าวสารครับ

Facilities และบริการอื่นๆ

  • ร้านอาหาร 1 แห่ง
  • ห้องฟิตเนส
  • ห้องซาวน่าและอบไอน้ำ
  • ที่จอดรถของโรงแรม (ไม่ฟรี)

สรุป

จุดเด่น

  • ใกล้กับย่านช้อปปิ้ง และสถานีรถไฟอินส์บรุค
  • ห้องมาตรฐานใหญ่มากถ้าเทียบกับที่อื่นในอินส์บรุค
  • Facilities ดีมาก โดยเฉพาะในห้องพัก
  • ทุกห้องเห็นวิวภูเขา
  • อาหารเช้ารสชาติดี
  • ราคาต่อคืนเหมาะสม
  • พนักงานให้การช่วยเหลือเป็นอย่างดี

AC Hotel Innsbruck เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดถ้าคุณอยากได้ที่พักที่ไม่ได้อยู่ในเมืองเก่าอย่างไม่มีข้อสงสัย ตัวโรงแรมอยู่ห่างออกมาจากเมืองเก่าไม่ไกลนัก ทำให้เดินไปเที่ยวได้สะดวก เช่นเดียวกับสถานีรถไฟที่ช่วยให้การเดินทางเข้าออกเมืองไม่ต้องใช้เวลานานเกินไป

ขณะเดียวกันห้องพักของโรงแรมก็กว้างขวาง และมี facilities ให้ใช้บริการเพื่อผ่อนคลายอย่างห้องซาวน่า ทั้งหมดนี้ในราคาที่ถูกกว่าในย่านเมืองเก่าประมาณ 20%-30% ผมมองว่าที่นี่เป็นที่พักสุดคุ้มแห่งหนึ่งของอินส์บรุคเลยครับ

ตัวเลือกอื่นๆ ในอินส์บรุค

สำหรับใครที่ไม่ซีเรียสกับทำเลและการเดินทางมากนัก ตัวเลือกต่อไปนี้ถือว่าน่าสนใจทีเดียวครับ

  • Austria Trend Hotel Congress Innsbruck – โรงแรม 4 ดาวริมแม่น้ำ Inn แต่ค่อนข้างไกลจากเมืองเก่า (ต้องเดินลัดเลาะสวนสาธารณะมา) และรอบๆ ไม่ค่อยมีร้านอาหารเท่าไรนัก
  • Leipziger Hof Innsbruck – โรงแรมรีวิวเลิศ แต่อยู่ฝั่งตะวันออกของสถานีรถไฟ และคนละฝั่งกับย่านเมืองเก่า ทำให้ต้องพึ่งรถบัสหรือรถรางไปสถานที่เที่ยวต่างๆ

Affiliate Disclosure: เพื่อความโปร่งใส ผมขอแจ้งให้ทราบว่าในบทความมี Affiliate Links อยู่ นั่นแปลว่าผมอาจจะได้ส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นจากผู้ให้บริการ ถ้าคุณจองที่พักในอินส์บรุคผ่านทางลิงค์ในบทความครับ

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

สถานที่ท่องเที่ยวน่าไป

โรงแรมน่าจอง

error: Content is protected !!