หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น14 สถานที่เที่ยวจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) และกิจกรรมน่าสนใจที่คุณห้ามพลาด

14 สถานที่เที่ยวจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) และกิจกรรมน่าสนใจที่คุณห้ามพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

จังหวัดอิวาเตะ (Iwate Prefecture) เป็นจังหวัดที่อยู่ทางเหนือในภูมิภาคโทโฮคุของเกาะฮอนชูในประเทศญี่ปุ่น ตัวจังหวัดมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่สองในประเทศ และอุดมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามบริสุทธิ์ และศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่พร้อมกับสตอรี่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ดีตัวจังหวัดถือว่ายังไม่ได้เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากนัก จากข้อมูลทางการของ Japan Tourism Statistics แล้วพบว่ามีเพียง 0.4% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมดเท่านั้นที่เดินทางไปจังหวัดอิวาเตะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือรั้งท้ายเลยทีเดียว

แต่การที่จังหวัดนี้มีนักท่องเที่ยวน้อย ที่นี่ยังถือว่าบริสุทธิ์มากและเป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นแบบแท้ๆ ได้อย่างเต็มเปี่ยมครับ นอกจากนี้ยังมีสถานที่แบบ unseen หลายแห่งที่น่าไปเยือนอีกด้วย

ในบทความนี้ผมจึงจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดนี้ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจครับ

วิวจากจุดสูงสุดของภูเขาอิวาเตะ
by taka1022/ShutterStock

ข้อควรทราบ

วิธีการเดินทางไปเที่ยวจังหวัดอิวาเตะ

โดยมากแล้วนักท่องเที่ยวมักจะมาเริ่มต้นที่เมืองโมริโอกะ (Morioka) เมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะ ซึ่งเดินทางมาไม่ยากเพราะคุณสามารถนั่งชินคันเซนมาจากโตเกียวได้ครับ แต่ถ้าคุณสนใจสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดคุณจะเริ่มทริปที่เซนได (Sendai) เมืองหลวงของจังหวัดมิยางิก็เป็นทางเลือกที่ไม่แย่ครับ

การเดินทางในจังหวัดอิวาเตะทำอย่างไร

ความซับซ้อนจะเริ่มต้นขึ้นตรงนี้ เพราะว่าสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในจังหวัดอิวาเตะเดินทางไปยาก การเดินทางส่วนใหญ่จะต้องใช้รถบัสและรถไฟ ซึ่งส่วนมากจะมีแค่ชั่วโมงละคันเท่านั้น

ถ้าคุณเกิดคลาดกับรถไปแล้ว คุณจะต้องนั่งรอรถสถานเดียว ซึ่งเสียเวลาไปถึงเกือบชั่วโมง หรือไม่ก็ใช้บริการแท็กซี่ที่แพงสุดๆ ของญี่ปุ่นเท่านั้นครับ แถมบางแห่งยังไม่มีขนส่งสาธารณะใดๆไปถึงเลยอีกด้วย

ทางเลือกที่ผมมองว่าดีกว่าคือ การเช่ารถขับไปเลย วิธีนี้จะตัดปัญหาเรื่องไม่มีรถบัสและการรอรถต่างๆ ทั้งหมด ส่วนที่จอดรถก็ไม่ต้องกังวล เพราะตามสถานที่เที่ยวต่างๆ จะมีที่จอดรถอยู่แล้วครับ

ถ้าไม่อยากขับทางไกลมาจากโตเกียว คุณมาเช่ารถที่เซนได หรือว่าโมริโอกะก็ได้ครับ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความนี้ครับ

สำหรับวิธีการไปสถานที่ต่างๆ (แบบใช้ขนส่งสาธารณะ) ผมแนะนำให้อ่านที่เว็บไซต์ Visit Iwate โดยตรงเลยจะดีกว่า เพราะว่าค่อนข้างซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลอยู่เนืองๆ ครับ

เลือกซื้อ JR Pass แบบไหนดี?

JR Pass อาจจะมีประโยชน์อยู่บ้าง (แต่ไม่มากถ้าคุณไปในส่วนที่ขนส่งสาธารณะเข้าไม่ถึง) โดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนจะเดินทางไปเที่ยวจังหวัดอื่นๆ รอบๆ อิวาเตะด้วยอย่างเช่นมิยางิ หรืออาโอโมริและอาคิตะ ครับ

ทั้งนี้ JR Pass ที่ผมมองว่าเหมาะสมที่สุดคือ JR East Tohoku Area Pass ซึ่งจะครอบคลุมอิวาเตะ และจังหวัดอื่นๆ ทั้งหมดในภูมิภาคโทโฮคุของญี่ปุ่นครับ

ไปเที่ยวจังหวัดอิวาเตะช่วงไหนดี?

จังหวัดอิวาเตะมีสถานที่เที่ยวที่หลากหลาย ดังนั้นคุณสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ทุกฤดูครับ แต่ช่วงที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วงเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ ของญี่ปุ่นครับ

1. ภูเขาอิวาเตะ (Mount Iwate)

ภูเขาอิวาเตะ หรือภูเขาไฟอิวาเตะเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัด ซึ่งได้รับขนามนามว่าเป็น 1 ใน 100 ภูเขาที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นในหนังสือท่องเที่ยวระดับตำนานของKyūya Fukada ครับในปัจจุบันภูเขาไฟยังไม่ดับสนิทครับ แต่เงียบไปหลายสิบปีแล้ว

ตัวภูเขามีชื่ออื่นหลายชื่อ ชื่อแรกคือนัมบุ คาตาฟูจิ หรือแปลว่า “ครึ่งภูเขาไฟฟูจิแห่งเขตนัมบุ” กล่าวคือด้านหนึ่งของภูเขาอิวาเตะนั้นละม้ายคล้ายคลึงกับภูเขาฟูจินั่นเองครับ ส่วนอีกชื่อหนึ่งคือกานจุซัง (Ganjusan) หรือภูเขาอินทรีหิมะเพราะว่าเงาของตัวภูเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หิมะละลายนั้นละม้ายคล้ายกับนกอินทรีครับ

ภูเขาอิวาเตะ
by titisak Wangkasem/ShutterStock

คุณสามารถชมความงามของภูเขาแห่งนี้ได้จากเมืองโมริโอกะโดยไม่ต้องเดินทางออกนอกเมืองก็ได้ แต่ถ้าคุณอยากชมแบบใกล้ชิดหรือว่าปีนภูเขาแห่งนี้ คุณก็สามารถทำได้ไม่ยากนักครับ แต่ละเส้นทางปีนจะใช้เวลา 4-4.30 ชั่วโมงครับ

ถ้าคุณเข้ามาในเขตอุทยานแล้ว คุณจะได้ชมธรรมชาติสวยๆ และทางไหลของลาวายาว 4 กิโลเมตร (Yakebashiri Lava Flow) ที่รัฐบาลญี่ปุ่นขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางธรรมชาติครับ (ดังนั้นห้ามหยิบหิน ดิน หรือก้อนลาวาออกมาเป็นอันขาด)

ทางลาวาที่ภูเขาอิวาเตะ
by yspbqh14/Shutterstock

2. ภูเขาฮาชิมันไต

ภูเขาฮาชิมันไต (Hachimantai) และที่ราบสูงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน Towada-Hachimantai National Park เช่นเดียวกับภูเขาอิวาเตะ บริเวณนี้นั้นเป็นเขตภูเขาไฟที่มีสภาพทางธรณีวิทยาที่สวยงามแปลกตา ตั้งแต่สระน้ำ น้ำพุร้อน น้ำตก และภูเขาเรียงรายกันไปครับ

แต่ที่สำคัญที่สุดคือบริเวณนี้มีป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งจะเปลี่ยนสีทั้งหมดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ทั้งภูเขาเป็นสีส้ม สีแดงไปทั้งหมด เรียกได้ว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีระดับ 5 ดาวเลยครับ

by yankane/ShutterStock

การมาชมถ้านำรถมาจะสะดวกสบายที่สุด เพราะด้านในอุทยานมีถนนชมวิวให้คุณได้ขับชมตามทางครับ

ส่วนใครที่เดินทางมาที่นี่ในฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเดือนเมษายน) อุทยานแห่งนี้ก็มีกำแพงหิมะให้คุณขับรถชมได้เช่นกัน สองข้างของตัวถนนยาว 27 กิโลเมตรที่เรียกว่า Hachimantai Aspite Line ซึ่งเชื่อมจังหวัดอิวาเตะกับอาคิตะจะเกิดกำแพงหิมะสูงหลายเมตรขึ้นมา ความสวยและบรรยากาศเรียกได้ว่าน้องๆ กำแพงทาเตะยามะของจังหวัดโทยามะเลยครับ แถมคนยังน้อยกว่าด้วย

Hachimantai Aspite Line
by Norikazu/ShutterStock

สำหรับใครที่เลือกที่ไปชมภูเขาฮาชิมันไต ใกล้กับจุดสูงสุดของภูเขาจะมีสระอันสวยงามชื่อว่าสระคากามิ (Kagami Pond) หรือสระตามังกรตั้งอยู่ ตัวสระมีน้ำสีฟ้าสวยงาม แต่การละลายของหิมะในช่วงฤดูใบไม้ผลิทำให้ดูเผินๆ แล้วตัวสระเหมือนกับดวงตาครับ

สระตามังกร
by Mamoru Yamaguchi/ShutterStock

ถ้าใครชอบใบไม้เปลี่ยนสี ตัวอุทยานมีอีกจุดที่น่าสนใจนั่นคือ โตรกมัตสึกาวะ (Matsukawa Gorge) ซึ่งบริเวณนี้จะมีโตรกผาชันๆ อันยิ่งใหญ่ที่มีสายน้ำไหลผ่าน สองฝั่งของโตรกปกคลุมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนสีจนเกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามมากครับ จุดที่คนนิยมมาถ่ายรูปกันเยอะๆ คือบริเวณน้ำตกครับ

น้ำตกในโตรกมัตสึกาวะ
by KW4NG/ShutterStock

3. ชมฟาร์มโคอิไว (Koiwai Farm)

ฟาร์มโคอิไวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดอิวาเตะ ตัวฟาร์มมีขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 7,400 เอเคอร์ หรือ 18,716 ไร่ แถมยังสวยมากเพราะเป็นทุ่งหญ้าที่มี background เป็นภูเขาอิวาเตะครับ ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าซีรีส์และภาพยนตร์ญี่ปุ่นมากมายจะมาถ่ายทำที่นี่

ฟาร์มโคอิไว (koiwai farm)
by Shawn.ccf/ShutterStock

ในฟาร์มมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ตั้งแต่รีดนมวัว ขี่ม้า ชมการแสดงโชว์ ลิ้มรสของอร่อยจากฟาร์ม ดูดาวในช่วงกลางคืน ชมดอกไม้ ฯลฯ เรียกได้ว่าอยู่ได้สบายๆ ทั้งวันครับ

สำหรับใครที่มาเที่ยวอิวาเตะในช่วงฤดูหนาว อย่าลืมไปชมเทศกาลหิมะอิวาเตะ (Iwate Snow Festival) ซึ่งจะจัดที่ฟาร์มแห่งนี้ครับ

4. ชมถ้ำริวเซ็นโด

ถ้ำริวเซ็นโด (Ryusendo Cave) เป็นหนึ่งในสามสุดยอดถ้ำหินปูนของญี่ปุ่น โดยด้านในมีความลึกถึงกว่า 5,000 เมตร ซึ่งในปัจจุบันได้รับการสำรวจไปมากกว่าครึ่งไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ

บรรยากาศภายในถ้ำริวเซ็นโด
by Japan Explorers/ShutterStock

จุดเด่นของถ้ำแห่งนี้คือด้านในถ้ำมีทะเลสาบน้ำจืดใต้ดินตั้งอยู่หลายแห่งด้วยกัน ซึ่งทะเลสาบที่ 3 นั้นมีสีเขียวอมฟ้าสวยงามมาก ขณะที่บางแห่งจะมีน้ำที่ใสมาก (ติดอันดับโลก) เลยทีเดียว รายรอบทะเลสาบก็แน่นอนว่ามีหินงอกหินย้อยให้ชมมากมายครับ

คุณสามารถซื้อทัวร์เข้าไปชมด้านในของถ้ำได้ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีครับ ตัวถ้ำอยู่ที่เมืองอิวาอิซุมิ (Iwaizumi) ครับ

5. ชมโตรกผาอันอลังการ

จังหวัดอิวาเตะเป็นจังหวัดที่มีความซับซ้อนของธรรมชาติ ดังนั้นที่นี่จึงมีโตรกผาที่สวยงามอยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

Genbikei Gorge by Tanya Jones/ShutterStock
  • โตรกเก็นบิเค (Genbikei Gorge) – โตรกผายาว 2 กิโลเมตรที่มีความสวยงามในแทบทุกฤดู เพราะจะสองฝั่งของแม่น้ำอิวาอิที่ไหลเชี่ยวนั้นจะมีใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง, ซากุระเบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ รวมไปถึงดอกไม้อื่นนานาชนิดในช่วงฤดูร้อนครับ
  • โตรกเกบิเค (Geibikei Gorge) – โตรกนี้ชื่อคล้ายกับโตรกแรกมาก แต่จริงๆ แล้วอยู่คนละที่กันครับ สิ่งที่ต่างออกไปคือ ความกว้างของโตรกนี้ใหญ่กว่า ถึงขนาดที่สามารถล่องเรือได้ ดังนั้นนักท่องเที่ยวมักจะมาล่องเรือพายชมทัศนียภาพครับ ซึ่งสวยงามทุกฤดู รวมไปถึงฤดูหนาว (ล่องได้เช่นกันครับ)
  • โตรกบาเซนเคียว (Basenkyo Gorge) – โตรกผาที่มีแม่น้ำมาเบะจิกาวะไหลผ่าน ตัวโตรกมีจุดเด่นตรงที่ตรงภูเขาจะมีหินก้อนใหญ่โผล่ขึ้นมาจากป่าไม้อันหนาแน่น ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในอิวาเตะที่น่าสนใจครับ

6. ชมดอกซากุระที่สวนเท็นโชจิ

สวนเท็นโชจิ (Tenshochi) ที่ตั้งอยู่ในเมืองคิตะคามิ (Kitakami) เป็นสวนที่ได้รับการยกย่องว่ามีสุดยอดวิวซากุระเป็นอันดับ 1 ใน 100 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม เพราะตัวสวนนั้นงดงามจริงๆ ครับ

ซากุระเบ่งบาน สวนเท็นโชจิ
by yspbqh14/Shutterstock

ต้นซากุระ 10,000 ต้นที่ปลูกกว่า 1 ศตวรรษก่อนจะบานสะพรั่งไปตามริมฝั่งแม่น้ำคิตะคามิ และยังมีแนวภูเขาเป็นฉากหลังให้อีกด้วย จุดที่สวยที่สุดจุดหนึ่งคือที่สะพานซันโกบาชิครับเพราะจะเห็นวิวมุมต่างๆ ของสวนได้อย่างชัดเจน

สวนเท็นโชจิ
by cowardlion/ShutterStock

แต่จะชมให้ได้บรรยากาศถึงที่สุดก็คงต้องล่องเรือหรือว่านั่งรถม้าครับ อย่างการล่องเรือนั้นคุณจะได้เห็นธงปลาที่ชาวเมืองประดับประดาไว้อย่างสวยงามอีกด้วย

ธงปลาที่สวนเท็นโชจิ
by cowardlion/ShutterStock

หลังจากชมซากุระแล้วคุณยังสามารถไปชมดอก azalea นับแสนที่ผลิบานในสวนแห่งนี้ได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นในช่วงเทศกาล(Kitakami Tenshoji Sakura Festival) จะมีอาหารพื้นเมืองของอิวาเตะมาวางขาย ซึ่งทำจากวัตถุดิบที่ผลิตขึ้นที่เมืองคิตะคามิทั้งหมด เมนูยอดนิยมที่สุดแน่นอนว่าเป็น Kitakami Croquette ครับ

ห่างจากสวนซากุระไม่ไกลนัก มีหมู่บ้านพื้นเมืองชื่อ Michinoku Folk Village ตั้งอยู่ หมู่บ้านนี้เป็นพิพิธภัณฑ์แบบกลางแจ้งซึ่งจะจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองในช่วง 100-300 ปีก่อนครับ โดยจะมีบ้านแบบโบราณกว่า 29 หลัง ถ้าใครชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่นี่จัดว่าน่าสนใจมากครับ

7. ชมดอกไม้ที่สวนอื่นๆ

จังหวัดอิวาเตะมีสวนดอกไม้ที่สวยงามอยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

  • Karumai Tulip Garden, Yukiyagawa Dam Forest Park – ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ดอกทิวลิปกว่า 150,000 ดอกที่สวนแห่งนี้จะบานสะพรั่ง ตัวสวนอยู่ที่เมืองคารุไมซึ่งห่างจากโมริโอกะประมาณ 120 กิโลเมตรครับ
  • Michinoku Ajisai Garden – ช่วงปลายเดือนมิถุนายนของทุกปี ตัวสวนจะจัดเทศกาลดอก Hydrangea ซึ่งจะมีดอกไม้กว่า 30,000 ดอกจาก 300 สายพันธุ์ด้วยกันให้คุณชมตลอดเส้นทางความยาว 2 กิโลเมตรครับ

8. นั่งรถไฟ Sanriku Railway ชมวิวสวยๆ

Sanriku Railway เป็นเส้นทางรถไฟชมวิวที่เชื่อมระหว่างสถานีคุจิ (Kuji Station) และสถานีซาการิ (Sakari Station) โดยจะเลียบชายฝั่งทะเลของจังหวัดอิวาเตะไปตลอดทาง และอีกด้านจะเป็นแนวภูเขาในจังหวัด ดังนั้นวิวจากสองข้างทางจะสวยงามมากเลยครับ

by yoshimi maeda/ShutterStock

อย่างไรก็ดีเนื่องจากระยะทางที่ทางรถไฟครอบคลุมนั้นมีความยาว 163 กิโลเมตร คุณอาจจะเลือกนั่งเพียงบางส่วนก็ได้ครับ (เช่นจาก Kuji ไปยัง Miyako เป็นต้น)

9. ชมหาดโจโดกะฮามะ (Jodogahama Beach)

หาดโจโดกะฮามะเป็นหนึ่งในหาดที่ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในหนึ่งร้อยหาดที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตัวหาดมีจุดเด่นที่น้ำทะเลสีเขียวอมฟ้าจะตัดกับเกาะแก่งมากมายในทะเล จนเกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงาม

หาดโจโดกะฮามะ (Jodogahama Beach)
by yoshimi maeda/ShutterStock

ในอดีตพระสงฆ์ชาวญี่ปุ่นนามว่าเรย์เคียวเคยเปรียบเปรยได้ว่าที่นี่งดงามเหมือนกับดินแดนสุขาวตีตามความเชื่อของศาสนาพุทธนิกายมหายานเลยทีเดียวครับ

10. ฮิราอิซุมิ

ฮิราอิซุมิ (Hiraizumi) คือเมืองที่เป็นที่ตั้งของมรดกโลกของจังหวัดอิวาเตะ และเป็นอู่อารยธรรมที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งที่นี่เคยเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้เกียวโต เมืองหลวงของประเทศครับ

วันชูซอนจิ อิราอิซุมิ
by yspbqh14/ShutterStock

แม้ว่าสิ่งก่อสร้างเดิมช่วงยุครุ่งเรืองนั้นจะไม่หลงเหลืออยู่แล้ว แต่ฮิราอิซุมิยังมีสถานที่ที่ควรค่าต่อการไปเยือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัดชูซอนจิ (Chusonji) และวัดโมสึจิ (Motsuji) ที่ยังมีอารามสร้างขึ้นในศิลปะเฮอันที่ได้รับการบูรณะอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีชั้นยอดอีกด้วย

11. สัมผัสบรรยากาศดั้งเดิมที่หมู่บ้านโตโนะ ฟุรุซาโตะ

หมู่บ้านโตโนะ ฟุรุซาโตะ (Tono Furusato Village) เป็นหมู่บ้านซึ่งสร้างขึ้นใหม่ที่รูปแบบฟาร์มเฮ้าส์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น (คล้ายที่ชิราคาวาโกะ แต่ตัวสถาปัตยกรรมจะเป็นคนละแบบ) ทั้งนี้หมู่บ้านเดิมมีเรื่องเล่าว่าเป็นบ้านเกิดของคัปปะ (Kappa) สิ่งมีชีวิตในตำนานของญี่ปุ่นครับ

หมู่บ้านโบราณในอิวาเตะ
by rolling rock/Shutterstock

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่สามารถสัมผัสชีวิตชนบทแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้ อาทิเช่นการปลูกข้าวหรือการทำเครื่องไม้เครื่องมือจากไม้ไผ่เป็นต้น หรือว่าจะขี่ม้าก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีการจัดแสดงพื้นบ้านให้ชมอีกด้วย

12. พักผ่อนที่ออนเซ็น

Osawa Onsen
Osawa Onsen (ส่วนหนึ่งของ Hanamaki Onsen) ในช่วงฤดูหนาว by yspbqh14/Shutterstock

จังหวัดอิวาตะเป็นจังหวัดที่มีออนเซ็นน่าไปพักผ่อนอยู่หลายแห่งด้วยกัน อาทิเช่น

  • ฮานะมากิออนเซ็น (Hanamaki Onsen) – เมืองออนเซ็นชื่อดังที่ประกอบด้วยหมู่บ้านออนเซ็น 12 แห่ง จุดเด่นก็คือที่นี่มีทุกรูปแบบให้เลือก เช่นโรงอาบน้ำแบบโบราณที่เก่าแก่และสวยงามที่มีอายุตั้งแต่ 100-600 ปี ไปจนถึงอาคารแบบร่วมสมัย ออนเซ็นแบบในร่มและกลางแจ้งก็มีพร้อม
  • ชิสึคุอิชิออนเซ็น (Shizukuishi Onsen) – เมืองออนเซ็นอายุกว่า 450 ปีซึ่งถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ เหมาะที่สุดสำหรับการพักผ่อนชมธรรมชาติครับ
  • สึนากิออนเซ็น (Tsunagi Onsen) – เมืองออนเซ็นที่มีประวัติย้อนไปตั้งแต่ยุคเฮอัน โดยผู้ค้นพบน้ำพุร้อนคือมินาโมโตะ โนะ โยชิอิเอะ แม่ทัพคนสำคัญในยุคนั้นครับ น้ำของที่นี่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดต่างๆ และช่วยให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้น

13. เล่นสกีที่สกีรีสอร์ทต่างๆ

จังหวัดอิวาเตะเป็นจังหวัดที่หิมะตกหนัก ดังนั้นที่นี่จึงมีสกีรีสอร์ทชั้นนำของประเทศไม่ต่างกับจังหวัดอื่นอย่างเช่นนากาโน่ครับ สกีรีสอร์ทที่น่าสนใจได้แก่

Appi Ski Resort
Appi Ski Resort by Janken/ShutterStock
  • Appi Ski Resort – สกีรีสอร์ทที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นและเอเชีย ที่นี่มีกิจกรรมฤดูหนาวให้เล่นอย่างครบครัน เช่นเดียวกับออนเซ็น และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายครับ
  • Hachimantai Ski Resort – สกีรีสอร์ทที่มี facilities เพรียบพร้อม และลานสกีที่เหมาะสมกับนักเล่นสกีมือใหม่และเหล่าผู้เล่นที่ชำนาญแล้วครับ

14. โมริโอกะ

ท้ายที่สุดนี้ โมริโอกะ (Morioka) เมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะก็มีสถานที่ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง อย่างเช่นสวนสาธารณะซึ่งเคยมีปราสาทของเมืองตั้งอยู่ และถนนคนเดินที่มีร้านอาหารขายอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ ของอิวาเตะ ถ้าคุณอยากรับประทานอาหารเลิศรสของจังหวัดนี้ โมริโอกะน่าจะเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดครับ

Wanko Soba เมนูเลื่องชื่อของจังหวัดอิวาเตะ
Wanko Soba เมนูเลื่องชื่อของจังหวัดอิวาเตะ by KPG-Payless/ShutterStock

นอกจากนี้โมริโอกะยังมีโรงแรมและที่พักราคาประหยัดอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียค่าที่พักแพงๆ ตามรีสอร์ทครับ

References: Visit Iwate, JNTO

Affiliate Disclosure: เพื่อความโปร่งใสผมขอแจ้งให้ทราบว่าบทความนี้มี Affiliate Links ซึ่งถ้าคุณจองบริการผ่านลิงค์ ผมจะได้รับค่าคอมมิชชั่นบางส่วนจากผู้ให้บริการครับ

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!