หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น12 สถานที่เที่ยวคามาคุระ (Kamakura) และกิจกรรมน่าสนใจที่คุณไม่ควรพลาด

12 สถานที่เที่ยวคามาคุระ (Kamakura) และกิจกรรมน่าสนใจที่คุณไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

คามาคุระ (Kamakura) เป็นเมืองขนาดกลางในจังหวัดคานากาวะของประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองนั้นโอบล้อมโดยแนวภูเขาอันสูงชันและท้องทะเล ทำให้ในอดีตสถานที่แห่งนี้เปรียบได้เหมือนกับป้อมปราการอันแข็งแกร่งชัยภูมิเยี่ยมที่ปกป้องผู้อยู่อาศัยจากศัตรูผู้รุกราน

ด้วยทำเลเช่นนี้ทำให้ตัวเมืองเคยเป็นที่พำนักของโชกุนมาก่อน และมีการสร้างวัด ศาลเจ้า และสถานที่ทางศาสนามากมายขึ้นที่นี่ ซึ่งได้ตกทอดมาถึงปัจจุบันด้วยครับ

เพราะฉะนั้นถ้าคุณชอบในศิลปวัฒนกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น การเดินทางมาเที่ยวคามาคุระสักครั้งจะสร้างความประทับใจแบบไม่รู้ลืมเลยครับ

ในโพสนี้ผมจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองคามาคุระที่น่าสนใจ แต่ก่อนอื่น ผมขอแนะนำให้รู้จักกับประวัติและความเป็นมาของตัวเมืองโดยคร่าวๆ ก่อนครับ

เที่ยวเมืองคามาคุระ
เมืองคามาคุระในปัจจุบัน Photo by charlesdeluvio on Unsplash

ความเป็นมาของเมืองคามาคุระ (Kamakura)

จากการตรวจสอบของนักโบราณคดีพบว่า คามาคุระมีมนุษย์อาศัยอยู่นานถึงกว่า 10,000 – 100,000 ปีมาแล้ว แต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเริ่มต้นมีสถานะเป็นเมืองเมื่อใด แต่ที่แน่ๆ ในช่วงยุคนารา (ศตวรรษที่ 8) พุทธศาสนาได้เผยแพร่มาถึงเมืองแห่งนี้แล้ว เพราะมีการสร้างวัดวาอารามและศาลเจ้าขึ้นหลายแห่ง

ความสำคัญของคามาคุระในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเริ่มต้นในช่วงศตวรรษที่ 12 เพราะมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ (Minamoto no Yoritomo) ขุนศึกคนสำคัญเลือกคามาคุระเป็นเมืองหลวงของตน เพราะเห็นว่าคามาคุระเข้าถึงยากมาก และการป้องกันเมืองก็ทำได้ง่ายอีกด้วย

มินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะ By Fujiwara no Takanobu – Unknown source, Public Domain,

ด้วยเหตุนี้คามาคุระจึงเฟื่องฟูขึ้น และยิ่งรุ่งเรืองขึ้นไปอีกหลังจากที่มินาโมโตะ โนะ โยริโทโมะเอาชนะตระกูลไทระได้สำเร็จและขึ้นเป็นโชกุนปกครองญี่ปุ่น (Kamakura Shogunate)

ช่วงเวลาที่คามาคุระเป็นเมืองที่พำนักของโชกุนนั้น คามาคุระเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในประเทศเหนือกว่าเมืองเกียวโตอันเป็นเมืองหลวงในนาม (ที่พำนักของจักรพรรดิ) ด้วยซ้ำไป บ้างว่าในตอนนั้นคามาคุระเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของโลกด้วยประชากรอย่างน้อย 250,000 คน เหนือกว่าหลายเมืองในยุโรปอย่างเช่นฟลอเรนซ์ด้วยครับ

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ.1293 ทำให้ชาวเมืองเสียชีวิตอย่างน้อย 23,000 คน ส่วนตัวเมืองก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพินาศยับเยิน

หลังจากเกิดแผ่นดินไหว การแย่งชิงอำนาจในหมู่ชนชั้นสูงก็ตามมาติดๆ ในปี ค.ศ.1333 รัฐบาลโชกุนที่ตั้งอยู่ที่เมืองแห่งนี้ก็สิ้นชื่อ เพราะถูกโจมตีจากมิตะ โยชินาดะทางทะเลจนเมืองแตก ตัวเมืองถูกปล้นสะดมและเผาทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ในช่วงศตวรรษที่ 14-16 โชกุนสายอาชิกากะ (Ashikaga Shogunate) ได้สถาปนาคามาคุระเป็นเมืองหลวงของจังหวัดและให้ผู้ปกครอง (ที่มีจากสายตระกูลของตน) มีศักดิ์ใกล้เคียงโชกุนโดยมีชื่อตำแหน่งว่าคันโต คุโบะ (Kanto Kubo)

Image by Sunisa D from Pixabay

การปกครองลักษณะนี้ทำให้ผู้ปกครองคามาคุระมีอำนาจมาก และท้าทายอำนาจของโชกุนที่เกียวโตได้ ดังนั้นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง จนสุดท้ายเมืองคามาคุระก็ถูกทำลายในสงครามกลางเมืองช่วงปี ค.ศ.1526

นับตั้งแต่บัดนั้นตัวเมืองที่เคยคับคั่งก็เสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว ชาวเมืองมากมายเดินทางออกจากเมืองไปอาศัยอยู่ที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโชกุนโตกุกาวะเลือกเอโดะเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ สถานะของเมืองจึงกลายมาเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีผู้อยู่อาศัยน้อยนิดเท่านั้น

ช่วงศตวรรษที่ 19-20 ก็ไม่ได้ช่วยให้เมืองอยู่ในสถานะที่ดีขึ้น เพราะในยุคเมจินั้นรัฐบาลญี่ปุ่นสั่งให้วัดและศาลเจ้าในญี่ปุ่นแยกความเป็นศาสนาพุทธและชินโตออกจากกัน ทำให้วัดวาอารามในเมืองต้องทำลายโบราณวัตถุบางอย่างไป นับเป็นความเสียหายทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ของญี่ปุ่น ไม่เพียงเท่านั้นตัวเมืองยังถูกทำลายซ้ำในปี ค.ศ.1923 เพราะแผ่นดินไหวใหญ่ที่คันโตอีก

ในช่วงหลังของศตวรรษที่ 20 และมาจากถึงปัจจุบัน คามาคุระจึงอยู่ในช่วงฟื้นฟู วัดต่างๆ กำลังถูกบูรณะซ่อมแซมให้กลับมายิ่งใหญ่และสวยงามดังเดิมครับ

การเดินทางมายังคามาคุระ

วิธีการเดินทางจากโตเกียวไปยังคามาคุระที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้รถไฟใน 2 สายต่อไปนี้ครับ

  • JR Yokosuka Line
  • JR Shonan Shinjuku Line

การเดินทางทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็มาถึงสถานีคามาคุระแล้ว ดังนั้นถือว่าเหมาะทีเดียวสำหรับ Day Trip ครับ ถัดไปเราไปดูกันดีกว่าในเมืองมีสถานที่น่าสนใจไหนบ้าง

ทั้งนี้คามาคุระนั้นเที่ยวได้ทุกฤดูกาล แต่ช่วงที่ดีที่สุดน่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เพราะว่าจะได้ชมซากุระและดอกไม้เปลี่ยนสีนั่นเองครับ แถมอากาศก็ยังไม่หนาวหรือร้อนเกินไปอีกด้วย

1. วัดโคโตะคุอิน

วัดโคโตะคุอิน (Kotoku-in) เป็นที่ตั้งขององค์พระใหญ่ไดบุสึ (Daibutsu) หรือพระพุทธรูปองค์ใหญ่แห่งเมืองคามาคุระที่หลายคนรู้จักกันดี และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นด้วยครับ

องค์พระสร้างขึ้นจากสำริดในช่วงศตวรรษที่ 13 เป็นรูปเหมือนของพระอมิตาภพุทธเจ้า (Amitabha) หรือพระพุทธเจ้าแห่งแสงสว่าง ผู้ให้คำมั่นว่าจะนำผู้ที่ศรัทธาพระองค์ไปสู่ดินแดนสุขาวดีหลังจากที่พวกเขาได้ล่วงลับไปแล้ว

พระใหญ่ไดบุตสึแห่งเมืองคามาคุระ สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของเมือง
by tm_mlr, standard license, depositphotos,

พระพุทธเจ้าองค์นี้เป็นที่นับถือของชาวจีน เกาหลี และญี่ปุ่นที่ศรัทธาในศาสนาพุทธนิกายมหายาน และเป็นคนละองค์กับพระศากยมุนี (เจ้าชายสิทธัตถะ) ที่คนไทยนับถือครับ

ในอดีตองค์พระตั้งอยู่ในวิหาร แต่เนื่องจากตัววิหารถูกทำลายยับเยินจากภัยธรรมชาติ ทำให้องค์พระใหญ่ถูกประดิษฐานไว้กลางแจ้ง ดังที่เห็นเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ค่าเข้าชม: 300 เยน

2. ศาลเจ้าสึรุกาโอะกะ ฮาชิมัน

ศาลเจ้าสึรุกาโอะกะ ฮาชิมัน (Tsurugaoka Hachimangū) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีความสำคัญที่สุดในเมืองคามาคุระ เพราะเป็นศาลที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้าฮาชิมันที่ตระกูลมินาโมโตะเคารพนับถือ แต่ถ้าย้อนกลับไปหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ที่นี่เคยเป็นวัดในศาสนาพุทธอีกด้วยครับ

ศาลเจ้าฮาชิมัน อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือนเมืองนี้
by stbaus7, depositphotos, standard license

ในปัจจุบันตัวศาลเจ้ามีอาคาร ประตู และสะพานทรงญี่ปุ่นทรงญี่ปุ่นที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่นเดียวกับตัวสวนดันกะสุระ (Dankazura) ที่มีต้นซากุระที่จะผลิดอกให้ชมอย่างเต็มตาในช่วงฤดูใบไม้ผลิครับ

สำหรับใครที่มาเที่ยวคามาคุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะจัดแสดงการยิงธนูบนหลังม้าในชุดซามูไรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ในทุกๆ ปีให้ได้ชมกันด้วยครับ

3. วัดโฮโกคุจิ

วัดโฮโกคุจิ (Hokokuji) เป็นวัดนิกายเซนอันเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 14 โดยในวัดมีพระพุทธรูปของพระศากยมุนีตั้งอยู่ เช่นเดียวกับภาพเขียนเก่าแก่ที่สวยงามจากทั้งจีนและญี่ปุ่นครับ

by frenta, standard license, depositphotos

แต่ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่จริงๆ คือ ป่าไผ่ซึ่งตั้งอยู่หลังวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ และให้บรรยากาศที่เงียบสงบและสดชื่น บริเวณป่าไผ่จะมีร้านชาทรงญี่ปุ่นเล็กๆ ให้ดื่มชาชมบรรยากาศอีกด้วยครับ

ค่าเข้าชม: 300 เยน

4. วัดฮาเซเดระ

วัดฮาเซเดระ (Hasedera) เป็นอีกหนึ่งวัดในศาสนาพุทธของเมืองคามาคุระที่มีความสำคัญมาก เพราะเป็นที่ประดิษฐานของพระโพธิสัตว์กวนอิมองค์ใหญ่ที่มีเศียรถึง 11 เศียร และสูงถึง 9 เมตรด้วยกัน องค์พระทำจากไม้ทั้งหมด และตั้งอยู่ในหอหลักของวัดครับ

by cowardlion, standard license, depositphotos

ห่างไปไม่ไกลจากหอหลักยังมีพระพุทธรูปทองคำของพระอมิตาภพุทธเจ้าสูง 3 เมตรตั้งอยู่หอที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามอีกด้วย

เนื่องจากตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา จากจุดนี้คุณสามารถมองเห็นวิวอันสวยงามของตัวเมืองคามาคุระและคาบสมุทรโดยรอบได้ ไม่เพียงเท่านั้นในวัดยังมีสวนแบบญี่ปุ่นสุดสวยให้ได้นั่งชมและถ่ายรูปอีกด้วยครับ

ค่าเข้า: 400 เยน

5. วัดเอ็นกะคุจิ

วัดเอ็นกะคุจิ (Engakuji) เป็นอีกหนึ่งวัดนิกายเซนที่ชาวเมืองคามาคุระเคารพและศรัทธา สถาปัตยกรรมของวัดจะเป็นสไตล์เซนแบบดั้งเดิมที่มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 13 ครับ ซึ่งจุดประสงค์ในการสร้างก็คือระลึกถึงการเสียสละของเหล่าทหารที่พลีชีพปกป้องญี่ปุ่นไว้ในช่วงที่กองทัพมองโกลยกมารุกรานนั่นเอง

วัดเอ็นกะคุจิ คามาคุระ
by stbaus7, depositphotos, standard license

ปัจจุบันตัววัดเป็นที่ประดิษฐานของพระเขี้ยวแก้ว และพระพุทธรูปไม้อันเก่าแก่ซึ่งแสดงถึงศิลปะญี่ปุ่นอันสวยงามอีกด้วยครับ

ท้ายสุดตัววัดมีสวนสวยๆ ให้ได้ชมด้วย ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของเมืองคามาคุระครับ

ค่าเข้า: 300 เยน

6. วัดเมเกะซึอิน

วัดเมเกะซึอึน (Meigetsuin) เป็นอีกหนึ่งวัดนิกายเซนในเมืองคามาคุระที่มีอาคารเก่าแก่สวยงามอยู่หลายหลัง แต่ทว่าไฮไลท์คือที่นี่คือสวนของวัดที่มีดอก Hydrangea สีฟ้า สีขาว และสีม่วงบานสะพรั่ง ดังนั้นใครที่ชอบความงามของดอกไม้ คุณไม่ควรพลาดเดินทางมาที่นี่เมื่อได้มาเยือนคามาคุระครับ

by aaa187, depositphotos, standard license

อย่างไรก็ดีสวนจะไม่ได้เปิดทุกฤดู แต่จะเปิดในช่วงเดือนมิถุนายนที่ดอกไม้บานเท่านั้น และช่วงพฤศจิกายนที่มีใบไม้เปลี่ยนสีให้ชมครับ

ค่าเข้า: 500 เยน + ค่าเข้าสวนอีก 500 เยน

7. ศาลเจ้าเซนิฮาระ เบนไซเทน อูกาฟูคุจินจา

ศาลเจ้าเซนิฮาระ เบนไซเทน อูกาฟูคุจินจา (Zenihara Benzaiten Ugafuku Jinja) เป็นศาลเจ้าที่ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่หาชมได้ยากแล้วในคามาคุระ หรือแม้กระทั่งในญี่ปุ่นเอง เพราะเป็นที่ไม่กี่แห่งที่ยังคงมีศิลปกรรมแบบผสมผสานอย่างพุทธและชินโตที่ไม่ได้ถูกทำลายในช่วงศตวรรษที่ 19 ครับ

ตัวศาลสร้างขึ้นเพราะมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะเคยฝันว่าเทพเจ้าได้ปรากฏตัวในฝันของเขา และแนะนำให้เขาสร้างศาลแห่งนี้เพื่อบูชาองค์เทพ แล้วเขาจะได้นำความสงบสุขกลับสู่ประเทศในช่วงสงครามเกนเปย (Genpei War)

ในภายหลังตัวศาลได้ใช้สักการะเทพเจ้าเบนเทน เทพเจ้าแห่งงู เพราะมินาโมโตะ โนะ โยริโตโมะฝันในวันแห่งงูของเดือนแห่งงู ในปีแห่งงู ดังนั้นชาวเมืองจึงเชื่อว่าเทพเจ้าในฝันของเขาน่าจะเป็นเทพองค์นี้เอง

ไฮไลท์ของที่นี่นั้นอยู่ที่จุดที่นักท่องเที่ยวมักนำเงินมาล้าง เพราะมีความเชื่อว่าถ้านำเงินมาล้างที่บ่อน้ำที่นี่ เงินที่ถูกล้างจะกลายเป็นสองเท่าในเวลาไม่นาน (เบนเทนเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภด้วยครับ)

8. เยี่ยมชมวัดอื่นๆ

นอกเหนือวัดที่ผมได้กล่าวถึงไปแล้วนั้น คุณสามารถเดินทางไปชมวัดอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • วัดเค็นโชจิ (Kenchoji) – วัดเก่าแก่ของนิกายเซนที่สวยงามไม่แพ้วัดอื่นๆ ตัววัดมีจุดชมวิวบนเขาที่สามารถเห็นตัววัดและวิวป่าไม้โดยรอบซึ่งสวยงามมากเลยทีเดียว
  • วัดโจเมียวจิ (Jomyoji) – วัดโบราณที่สร้างโดยตระกูลอาชิกากะ ในปัจจุบันหลงเหลือแต่หลงเหลือหลัก และอาคารย่อยบางแห่งเท่านั้น
  • วัดอันโคะคุโรนจิ (Ankokuronji) – วัดเก่าแก่ที่สร้างโดยนิชิเร็น ผู้ก่อตั้งนิกายนิชิเร็น หนึ่งในนิกายสำคัญของศาสนาพุทธญี่ปุ่น
  • วัดจุยเซ็นจิ (Zuisenji) – วัดนิกายเซนที่มีสวนหินเก่าแก่อันสวยงาม ซึ่งออกแบบโดยพระมุโซะ ผู้ก่อตั้งวัดและนักบวชเซนที่เป็นที่ศรัทธาอย่างมากในยุคนั้นครับ

8. ข้ามไปชมเกาะเอโนะชิมะ (Enoshima)

เกาะเอโนะชิมะเป็นเกาะที่อยู่ในอ่าวซากะมิ และอยู่ใกล้มากกับเมืองคามาคุระ และมีสะพานเชื่อมต่อกัน ทำให้การเดินทางไปสะดวกสบาย สมมติว่าคุณยังเหลือเวลา คุณสามารถมาเที่ยวที่นี่ได้ครับ

เกาะเอโนะชิมะ (ซ้าย) โดยมีภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง by torsakarin, depositphotos, standard license

บนเกาะมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งอาทิเช่น

  • ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Shrine) – ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพเจ้า Benten เทพเจ้าแห่งโชคลาภและสติปัญญาตามความเชื่อในศาสนาชินโต
  • ถ้ำอิวายะ (Iwaya Caves) – ถ้ำขนาดเล็กที่มีรูปเคารพในพุทธศาสนา
  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเอโนะชิมะ (Enoshima Aquarium) – พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดแสดงสัตว์ทะเลต่างๆ ตั้งแต่โลมา นกเพนกวิน แมวน้ำ หรือแม้กระทั่งแมงกะพรุนครับ

9. นั่งชมหาดและเล่นกระดานโต้คลื่น

คามาคุระมีหาดทรายสวยงามอยู่หลายแห่งด้วยกัน แต่ที่นิยมที่สุดก็คือ ยูอิกะฮามะ (Yuigahama) และ ไซโมะกุซะ (Zaimokuza)

ทั้งสองแห่งเป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นที่จะมาว่ายน้ำ อาบแดด หรือเล่นกระดานโต้คลื่น ใกล้กับบริเวณหาดจะมีบาร์ ร้านอาหารแบบซีฟู้ดอยู่มากมาย ซึ่งคุณสามารถเข้าไปใช้บริการเพื่อชมวิวแบบสบายๆ ได้ครับ

10. เดินเล่นและช้อปปิ้งที่ถนนโคมาจิ-โดริ

ถนนโคมาจิ-โดริ (Komachi-Dori Street) ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR Kamakura Station ไม่ไกลนัก และมีร้านค้ามากมายที่คุณสามารถหาของอร่อยๆ รับประทาน ไปจนถึงซื้อของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองกลับไปเป็นของฝากอีกด้วยครับ

11. ชมโบราณวัตถุที่พิพิธภัณฑ์คามาคุระ

สำหรับใครที่ชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่นนั้น ที่นี่ถือว่าพลาดไม่ได้เลย เพราะว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เก็บโบราณวัตถุที่มีที่มาจากเมืองคามาคุระกว่า 4,800 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งมี 5 ชิ้นที่เป็นโบราณวัตถุระดับประเทศของญี่ปุ่น และถูกนำจากวัดต่างๆ ในเมืองมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ครับ อาทิเช่น

  • เซตอาวุธโบราณจากศาลเจ้าสึรุกาโอะกะ ฮาชิมัน
  • ภาพเขียนเก่าแก่ในพระพุทธศาสนาและศาสนาชินโต
  • ภาพพู่กันฝีมือของพระที่มีชื่อเสียงในยุคโบราณ

12. ชิมอาหารอร่อยๆ

Photo by Jelleke Vanooteghem on Unsplash

เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ในญี่ปุ่น คามาคุระมีหลากหลายเมนูอาหารให้คุณลิ้มลองรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น

  • ดังโงะเสียบไม้
  • โคโรเกะไส้ต่างๆ
  • ข้าวหน้าปลาดิบใส่ถ้วย
  • ไอศกรีมแบบ Soft-serve รสมัจฉะและ Hydrangea

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในญี่ปุ่น

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!