หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น9 สถานที่เที่ยวมัตสึโมโตะ (Matsumoto) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

9 สถานที่เที่ยวมัตสึโมโตะ (Matsumoto) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

มัตสึโมโตะ (Matsumoto) หรือมัตสึโมโต้เป็นเมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนากาโน่ (Nagano Prefecture) ของประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองห้อมล้อมไปด้วยแนวภูเขา ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบสวยงามและโรแมนติกมาก นอกจากนี้ยังมีสถานที่เที่ยวทางวัฒนธรรมที่สวยงามอีกหลายแห่งด้วยกัน ดังนั้นถ้าคุณมีโอกาสได้มาเที่ยวจังหวัดนากาโน่ เมืองนี้ถือว่าห้ามพลาดเลยครับ

ดังนั้นในโพสนี้ผมจะเล่าทุกท่านได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของเมืองนี้คร่าวๆ ก่อนที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเป็นลำดับต่อไปครับ

ประวัติความเป็นมาของมัตสึโมโตะ

มัตสึโมโตะเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาย้อนไปได้ถึงสมัยเฮอัน (ช่วงศตวรรษที่ 8-12) โดยมีสถานะเป็นเมืองหลวงสำคัญของจังหวัดชินาโนะ (Shinano Province) โดยชื่อเก่าของเมืองคือฟูกาชิ (Fukashi)

ตัวเมืองทวีความสำคัญขึ้นในช่วงยุคศตวรรษที่ 16 ซึ่งตัวเมืองถูกปกครองโดยไดเมียวตระกูลโอกาซะวาระ (Ogasawara) ช่วงนี้เองเป็นช่วงที่ปราสาทฟูกาชิ (Fukashi Castle) ได้มีการสร้างขึ้น ทำให้สถานะของมัตสึโมโตะกลายเป็นเมืองปราสาท (Castle Town)

ปราสาทมัตสึโมโต้
by kanuman/depositphotos

ในช่วงยุคเซ็นโกกุ ตระกูลโอกาซะวาระได้สัประยุทธ์กับไดเมียวตระกูลทาเคดะที่ทรงอำนาจ แต่ก็พ่ายแพ้ ทำให้ตัวเมืองอยู่ในกำมือของตระกูลทาเคดะ หลังจากตระกูลทาเคดะสิ้นอำนาจ ตัวเมืองได้สลับเปลี่ยนมือกันไปมา โดยมีหลายตระกูลได้ครอบครองพื้นที่แทบนี้ แม้ว่าจะเข้าสู่สมัยเอโดะแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ตระกูลที่ได้ปกครองเมืองนี้นานที่สุดในสมัยเอโดะคือตระกูลโทดะ-มัตสึไดระ (Toda-Matsudaira) ซึ่งปกครองเมืองนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1725 จนถึงปี ค.ศ.1868 ที่เกิดการปฏิวัติเมจิขึ้นในญี่ปุ่น ตัวเมืองถึงถูกปกครองโดยรัฐบาลกลางโดยสมบูรณ์ และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดนากาโน่

อย่างไรก็ดีในช่วงยุคเมจิ รัฐบาลกลางได้สั่งให้ทำลายสิ่งก่อสร้างของยุคศักดินาทิ้งทั้งหมด แต่ชาวเมืองรวมพลังกันต่อต้าน ซึ่งความพยายามของพวกเขาประสบความสำเร็จ เพราะปราสาทมัตสึโมโตะได้ถูกจัดเป็นโบราณสถานที่ได้รับการปกป้องและรักษาโดยรัฐบาลญี่ปุ่น

ปัจจุบันเมืองมัตสึโมโตะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ของจังหวัดนากาโน่ และแน่นอนว่าเป็นอีกแห่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดครับ

การเดินทางไปยังมัตสึโมโตะ

มัตสึโมโตะเป็นเมืองที่เดินทางไปได้จากโตเกียวอย่างสะดวกสบาย โดยมีหลายตัวเลือกด้วยกันอย่างเช่น

  • JR “Azusa” Express Train – เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะคุณสามารถนั่งจากชินจูกุและไปลงมัตสึโมโตะได้โดยตรง ระยะเวลาที่ใช้จะอยู่ที่ 2.5 ชั่วโมง ส่วนค่าตั๋วจะอยู่ที่ 6,620 เยน ซึ่งถ้าคุณซื้อ Japan Rail Pass อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเสียเพิ่มครับ
  • นั่งรถบัส – คุณสามารถนั่งรถบัสจากสถานีรถไฟชินจูกุไปยังเมืองมัตสึโมโตะได้โดยตรง เวลาที่ใช้จะอยู่ที่ 3 ชั่วโมงครับ
  • เช่ารถ – ทางเลือกสุดท้ายแน่นอนว่าคือเช่ารถจากโตเกียวและขับไปมัตสึโมโตะด้วยตนเอง ระยะทางจะอยู่ที่ 215 กิโลเมตร โดยจะใช้เวลาขับประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับ

ไปเที่ยวมัตสึโมโตะช่วงไหนดี

คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวมัตสึโมโตะได้ในทุกฤดู แต่ช่วงยอดนิยมก็คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เพราะมีซากุระ) และฤดูใบไม้ร่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี แต่ฤดูหนาวก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะหิมะจะโปรยปรายทั้งเมือง และคุณจะเห็นวิวภูเขาหิมะสุดสวย แถมยังมีกิจกรรมและกีฬาฤดูหนาวให้ได้เล่นด้วยครับ

Tip

สำหรับใครที่ไม่ได้จองที่พักในเมือง ผมแนะนำให้อ่านบทความที่พักน่าจองในมัตสึโมโตะ เพื่อช่วยคุณประกอบการตัดสินใจครับ

1. สัมผัสความยิ่งใหญ่ของปราสาทมัตสึโมโตะ

ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) หรือชื่อเดิมปราสาทฟูกุชิ (Fukushi Castle) เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองแห่งนี้ และได้รับการจัดอันดับว่าสวยงามและมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นครับ

ตัวปราสาทมีหกชั้นด้วยกัน แต่ต่างกับปราสาทส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น ส่วนที่เป็นของเดิมของที่นี่ยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบันพอสมควร (อย่างเช่นห้องชมจันทร์เป็นต้น) และยังมีความโดดเด่นเพราะสร้างโดยไม้ ดังนั้นจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกับที่อื่นอย่างชัดเจนครับ

ปราสาทมัตสึโมโต้ หนึ่งในไฮไลท์ที่เที่ยวของเมืองมัตสึโมโต้
by koi88/depositphotos

นอกจากนี้ตัวปราสาทยังเป็นจุดชมวิวของเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะคุณสามารถยลความงามของภูเขาหิมะไปพร้อมๆ กับดอกซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดังนั้นถ้าคุณมีโอกาสไปเที่ยวมัตสึโมโตะในช่วงนั้น การไปชมวิวที่นี่ควรจะอยู่ในอันดับต้นๆ ของกิจกรรมที่ควรทำเลยครับ

ในช่วงฤดูร้อนนั้นที่ปราสาทจะมีเทศกาลอย่างการแสดงตีกลอง (Taiko Drum Festival) และการแสดงพื้นบ้านอย่าง “โน” (Noh) ซึ่งสืบทอดกันมานานหลายร้อยปี ถ้าใครชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ผมแนะนำว่าอย่าพลาดเลยครับ

ค่าเข้าชม: 700 เยน

2. เดินเล่นที่ถนนนากามาจิและนาวาเตะ

ถนนนากามาจิ (Nakamachi Street) เป็นถนนเก่าแก่ที่มีจุดเด่นคือตัวอาคารจะทาสีโทนขาวสลับดำทั้งหมด ทั้งนี้ในอดีตที่นี่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าพ่อค้าในเมืองมัตสึโมโตะครับ

ในปัจจุบันถนนนากามาจิเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับการหาซื้อของที่ระลึกจากเมืองมัตสึโมโตะ แต่ที่นี่ก็ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านโซบะต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ชาวเมืองยังนิยมมาจัดกิจกรรมที่นี่ในโอกาสสำคัญๆ ด้วยครับ

อีกถนนที่น่าสนใจและอยู่ไม่ไกลกันคือถนนนาวาเตะ (Nawate Street) หรืออีกชื่อหนึ่งคือถนนกบ ตัวถนนมีความเกี่ยวพันกับกบเพราะในอดีตบริเวณริมแม่น้ำนั้นมีกบมากมายครับ ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางเข้าถนนก็จะมีรูปปั้นกบตั้งอยู่ด้วยครับ

ที่ถนนนาวาตะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับการลิ้มรสขนมต่างๆ ซึ่งบางร้านนั้นเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1923 เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าคุณชอบขนมญี่ปุ่น ที่นี่ถือว่าต้องไปเยือนเลยครับ

3. แช่น้ำออนเซ็นที่บิวะโนยุ (Biwanoyu)

ออนเซ็นแห่งนี้เป็นออนเซ็นเก่าแก่ที่มีอายุ 400 ปี ซึ่งเจ้าของได้สืบทอดกิจการของครอบครัวมาถึง 16 ชั่วคน! ในปัจจุบันที่นี่ยังคงเปิดให้บริการอยู่ โดยมีทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง ซึ่งคุณสามารถเดินทางไปใช้บริการได้ครับ

อย่างไรก็ดีตัวออนเซ็นจะปิดให้บริการทุกวันจันทร์นะครับ

4. ชมพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

มัตสึโมโตะเป็นอีกเมืองของญี่ปุ่นที่มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น

  • Matsumoto City Museum of Art – พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินที่เกี่ยวข้องกับตัวเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานของคูซามะ ยาโยอิครับ
  • The Japan Ukiyo-e Museum – Ukiyo-e คือภาพเขียนสีแบบญี่ปุ่นที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ซึ่งที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานประเภทนี้ที่มากที่สุดในโลก ถ้าคุณชอบในจิตรกรรมญี่ปุ่น ที่นี่ถือว่าห้ามพลาดอย่างยิ่งเลยครับ
  • Timepiece Museum – พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงนาฬิกาจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งรวมไปถึงจากญี่ปุ่นด้วยครับ

5. ชมความสวยงามของธรรมชาติที่คามิโคจิ

คามิโคจิ (Kamikochi) เป็นหุบเขาที่เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติชูบุ-ซานกากุ (Chubu-Sankaku) และครอบคลุมพื้นที่ตรงกลางของเทือกเขาฮิดะ ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดที่คุณจะชมภูเขาหิมะและธรรมชาติแบบอัลไพน์ได้สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นครับ

นักท่องเที่ยวมักเดินทางมาที่นี่เพื่อมาชมใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (อย่างที่สะพานกัปปะ) รวมไปถึงเดินเทรคและปีนเขา หรือพักผ่อนในรีสอร์ทหลายแห่งที่ตั้งอยู่รายรอบ

คามิโกจิ สถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของมัตสึโมโต้ (Matsumoto)
by sirinapawannapat@gmail.com/depositphotos

ดังนั้นถ้าคุณอยากสัมผัสกับธรรมชาติสวยๆ ที่จะช่วยให้คุณประทับใจประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นไปอีก คามิโคจิถือว่าเป็นอีกสถานที่ที่คุณห้ามพลาดครับ

by hiro1775/depositphotos

วิธีการเดินทางไปคามิโคจิถือว่าซับซ้อนพอสมควร เพราะคุณต้องนั่งรถบัสจากมัตสึโมโตะไปลงที่สถานีชิน-ชิมาชิมา (Shin Shima-Shima) หลังจากนั้นถึงจะต่อรถไปยังคามิโคจิครับ นอกจากนี้ในบางช่วง คุณสามารถนั่งรถจากมัตสึโมโตะไปยังคามิโคจิเลยก็ได้เช่นกัน แต่ต้องตรวจสอบให้ดีก่อนครับ

ส่วนใครที่เช่ารถขับในญี่ปุ่น แน่นอนว่าขั้นตอนต่างๆ จะง่ายกว่า เพราะคามิโคจิอยู่ห่างจากมัตสึโมโตะแค่ 50 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ขับไปแค่ 1 ชั่วโมงก็น่าจะถึงแล้วครับ แต่คุณจะไม่สามารถนำรถเข้าไปในอุทยานได้ คุณจะต้องจอดในที่จอดรถ (Sawando Parking Lot โดยค่าจอดอยู่ที่ 600 เยนต่อวัน)

ข้อควรทราบ

คามิโคจิจะปิดไม่ให้เข้าชมในช่วงฤดูหนาว (ครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายนถึงครึ่งแรกของเดือนเมษายน) ครับ

6.ชมการปลูกวาซาบิที่ฟาร์มไดโอวาซาบิ

ฟาร์มไดโยวาซาบิ (Daio Wasabi) เป็นหนึ่งในฟาร์มวาซาบิที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวาซาบิชั้นนำที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับเมืองมัตสึโมโตะ ซึ่งในปัจจุบันได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยคุณสามารถเดินไปตามฟาร์มวาซาบิที่หล่อเลี้ยงด้วยน้ำจากลำธารเล็กๆ และชมกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำครับ

ฟาร์มไดโยวาซาบิ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของมัตสึโมโต้
by leungchopan/depositphotos

นอกจากนี้คุณยังสามารถชิมและซื้อของฝากจากร้านค้าเป็นผลิตภัณฑ์แบบ Homemade ที่ทำจากวาซาบิด้วย อาทิเช่นไอศกรีมวาซาบิ หรือเส้นโซบะผสมวาซาบิ รวมไปถึงเมนูอาหารรสเด็ดอย่างแกงกะหรี่วาซาบิครับ

7. ชมดอกซากุระที่สวนต่างๆ

นอกจากที่ปราสาทมัตสึโมโตะแล้ว ภายในเมืองยังมีจุดชมซากุระที่งดงามหลายแห่ง อาทิเช่น

  • สวนโคบายามะ (Kobayama Park) – ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลงมาตอนใต้เล็กน้อย โดยที่นี่จะมีต้นซากุระกว่า 2,000 ต้นด้วยกันครับ
  • สวนโจยามะ (Joyama Park) – สวนขนาดกลางที่มีต้นซากุระเรียงรายไปตามแนวตรงอย่างสวยงาม

8. ยลโฉมเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นที่โนริคุระ

โนริคุระ (Norikura Highlands) เป็นที่ราบสูงที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของยอดเขาโนริคุระ และอยู่ระหว่างจังหวัดกิฟุ และนากาโน่ โดยอาณาบริเวณที่ราบสูงแห่งนึ้เป็นจุดชมวิวธรรมชาติชั้นยอด ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหิมะ น้ำตก และทะเลสาบ และแน่นอนว่าเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

by ozma/flickr/CC by 2.0

ในช่วงฤดูร้อนนั้น ชาวญี่ปุ่นนิยมมาทำกิจกรรมผจญภัยกันที่นี่ไม่ว่าจะเป็นปีนเขา ขี่จักรยาน ปีนเขา ซึ่งที่นี่เป็นสถานที่จัดการแข่งวิ่งมาราธอนและขี่จักรยานอีกด้วยครับ

สำหรับในช่วงฤดูหนาวนั้น ที่นี่ก็ไม่ได้ปิดทำการทั้งหมด ดังนั้นคุณสามารถมาเล่นสกี และมาชมน้ำตกที่แข็งเป็นน้ำแข็งทั้งหมดได้ที่นี่ครับ นอกจากนี้ยังมีกำแพงหิมะที่อาจสูงได้ถึง 12 เมตรให้ชมด้วยเช่นกัน

Norikura
by jun.skywalker, flickr, CC by 2.0

ส่วนใครที่ชอบออนเซ็น แน่นอนว่าที่นี่ก็มีให้บริการเช่นกัน อย่างที่ Shirahone Onsen ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องน้ำที่อาวะโนยุ เรียวกัง ซึ่งมีสีคล้ายกับน้ำนมครับ

วิธีการเดินทางไปยังโนริคุระถือว่าไม่ได้ซับซ้อน คุณสามารถนั่งรถไฟจากมัตสึโมโตะมายังสถานีชิน-ชิมาชิมา หลังจากนั้นก็ต่อรถบัสไปยังโนริคุระ (Norikura Kogen) โดยตรงเลยครับ ส่วนใครที่เช่ารถก็สามารถขับมาเองได้ แต่นำรถเข้าไปด้านในไม่ได้เช่นเดิมครับ

9. ลิ้มลองอาหารพื้นเมือง

มัตสึโมโตะเป็นเมืองที่อาหารพื้นเมืองหลายอย่างที่น่าลิ้มลอง อาทิเช่น

  • โทจิโซบะ (Tojisoba) – โซบะเลื่องชื่อของเมือง โดยวิธีกินคือ คุณจะนำเส้นโซบะใส่ช้อนแบบตะแกรงซึ่งทำจากไม้ไผ่ แล้วนำไปลวกในน้ำซุปร้อนๆ ครับ
  • ซันโซคุยากิ (Sanzokuyaki) – ไก่ทอดแบบญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดจากเมืองมัตสึโมโตะ ไม่ลองไม่ได้แล้วครับ
  • เนื้อม้า – เนื้อม้าเป็นเมนูระดับพรีเมียมของมัตสึโมโตะ ซึ่งคุณสามารถลองได้ทั้งแบบสุกี้ยากี้ หรือถ้าคุณพร้อมจริงๆ ก็สามารถลองเป็นซาชิมิได้ครับ

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ

Tateyama Alpine Route – คุณสามารถเดินทางไปชมกำแพงหิมะทาเตะยามะที่เลื่องชื่อตามถนนสาย Tateyama Alpine Route จากมัตสึโมโตะได้เช่นกัน แต่การเดินทางจะสลับฝั่งกับฝั่งโทยามะครับ

ตัวอย่างทริปมัตสึโมโตะ

อย่างทริปด้านล่างที่ผมจัดไว้จะมีมัตสึโมโตะเป็นส่วนประกอบสำคัญของทริป ซึ่งจะครอบคลุมถึงคามิโคจิด้วย คุณสามารถนำทริปนี้ไปใช้ได้อย่างอิสระ และปรับปรุงส่วนต่างๆ ของทริปได้ตามความเหมาะสม แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือ เรื่องวิธีการเดินทางที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้ให้บริการได้ตลอดเวลาครับ

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!