หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น9 ไฮไลท์เมืองมัตสึชิมะ (Matsushima) ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือน

9 ไฮไลท์เมืองมัตสึชิมะ (Matsushima) ที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือน

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

มัตสึชิมะ (Matsushima) เป็นเมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลของจังหวัดมิยางิ ใกล้ๆ กับตัวเมืองนั้นมีเกาะแก่งน้อยใหญ่มากถึง 260 เกาะที่มีป่าไพน์อันอุดมสมบูรณ์ปกคลุมครับ

ทัศนียภาพของมัตสึชิมะนั้นสวยงดงามมาก และมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ในสมัยเอโดะ นักประพันธ์อย่างฮายาชิ กาโฮ (Hayashi Gaho) ถึงกับเปรียบว่าวิวที่มัตสึชิมะถือเป็นสามสุดยอดทัศนียภาพของญี่ปุ่น (日本三景, นิฮงซันเค) เลยทีเดียว

แต่มัตสึชิมะนั้นไม่ได้มีดีแค่วิวสวยอย่างเดียวเท่านั้น มัตสึชิมะยังมีปูชนียสถานหลายแห่งที่ควรค่าต่อการเข้าชมด้วย เพราะตัวเมืองมีความเป็นมาย้อนไปได้ถึงสมัยเฮอันเลยครับ

ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำว่าเมืองแห่งนี้มีไฮไลท์อะไรบ้าง

ความสวยงามของทะเลที่มัตสึชิมะ (Matsushima)
by shawn.ccf/Shutterstock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปมัตสึชิมะทำอย่างไร

เนื่องจากมัตสึชิมะอยู่ใกล้เซนไดมาก (สามารถไปเช้าเย็นกลับ โดยกลับไปพักที่เซนไดได้) นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงเดินทางมาที่นี่ผ่านเซนไดครับ

JR Sensaki Line – ตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเดินทาง เพราะขบวนรถจะนำคุณมาถึง Matsushimakaigen Station ซึ่งเป็นชายฝั่งทะเลภายในเวลา 40 นาทีเท่านั้น อย่างไรก็ดีคุณต้องนั่งขบวนที่มีปลายทางไปยังสถานี Ishinomaki หรือ Takagimachi Station ถ้าไม่อยากเปลี่ยนรถครับ

JR Tohoku Line – อีกทางเลือกหนึ่งที่มีให้เลือกใช้ โดยขบวนนี้นำคุณไปยังสถานี Matsushima Station ในเวลา 25 นาที แต่คุณจะต้องเดินไปชายฝั่งอีก 20 นาทีครับ

เนื่องจากราคาค่าเดินทางของทั้งสองขบวนเท่ากัน (410 เยน) แน่นอนว่า JR Sensaki Line เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าครับ

แต่สำหรับใครที่เช่ารถขับอยู่แล้ว คุณสามารถขับมามัตสึชิมะได้โดยตรง ระยะทางอยู่ที่ประมาณ 25 กิโลเมตรเท่านั้นเองครับ

ข้อมูลส่วนนี้ผมอ้างอิงจาก Matsushima Kanko หรือเว็บไซต์การท่องเที่ยวทางการของมัตสึชิมะ ก่อนเดินทางผมแนะนำให้ตรวจสอบกับต้นทางอีกครั้ง เพราะข้อมูลเปลี่ยนแปลงได้ตลอดครับ

1. ชมอ่าวมัตสึชิมะ

อ่าวมัตสึชิมะ (Matsushima Bay) เป็นไฮไลท์อันดับหนึ่งของที่นี่ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงมาตั้งแต่โบราณกาลครับ

อ่าวมัตสึชิมะจากจุดชมวิวโอตากะโมริ
อ่าวมัตสึชิมะจากจุดชมวิวโอตากะโมริ by rujin/Shutterstock

สำหรับจุดชมวิวอ่าวที่ดีที่สุดนั้นมีอยู่ 4 แห่งด้วยกัน ซึ่งแต่ละแห่งจะให้ทัศนียภาพที่สวยงามต่างกันไปได้แก่

  1. โอตากะโมริ (Otakamori) – จุดชมวิวอันงดงาม (มักถูกเรียกขานว่าโซกัง, 壮観) ที่ตั้งอยู่กลางเกาะมิยาโตจิมะทางด้านตะวันออกของปากอ่าว จุดนี้จะเห็นวิวปากอ่าวซึ่งดูเหมือนกับสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กที่สวยงามมากครับ
  2. โทมิยามะ (Tomiyama) – จุดชมวิวอันสวยงาม (มักถูกเรียกขานว่าเรกัง, 麗観) ที่ตั้งอยู่ในวัดไดเคียวจิ ซึ่งมีบรรยากาศที่เงียบสงบ จากจุดนี้คุณจะเห็นเกาะแก่งต่างๆ เรียงรายกันเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบครับ
  3. ทามอนซัน (Tamonzan) – จุดชมวิวสุดอลังการ (มักถูกเรียกขานว่าอิกัง, 偉観) ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าผาโยกาซากิ จุดเด่นอยู่ที่การชมคลื่นที่ซัดกับหินครับ
  4. โอกิทานิ (Ogitani) – จุดชมวิวอันน่าหลงใหล (มักถูกเรียกขานว่ายูกัง, 幽観) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของภูเขาโซกัง จุดเด่นของที่นี่คือวิวเป็นแบบพาโนรามาที่เห็นอ่าวมัตสึชิมะได้เกือบทั้งหมด ที่นี่จะสวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพราะภูเขาจะมีใบไม้เปลี่ยนสีครับ

จุดชมวิวเหล่านี้นั้นมีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ใครที่มีเวลาน้อยหรือขี้เกียจเดินทาง สามารถเลือกล่องเรือชมอ่าวมัตสึชิมะแทนได้ ค่าล่องจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 เยนครับ

2. ชมวัดจุยกันจิ

วัดจุยกันจิ (Zuiganji Temple) เป็นวัดเก่าแก่ในศาสนาพุทธนิกายเท็นไดที่มีประวัติย้อนไปได้ถึงช่วงศตวรรษที่ 9 แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นวัดนิกายเซนในยุคคามาคุระ

วัดจุยกันจิ เมืองมัตสึชิมะ
by Abhijeet Khedgikar/ShutterStock

หลังจากที่ตระกูลดาเตะได้เข้าปกครองพื้นที่แถบนี้ ไดเมียวคนสำคัญอย่างดาเตะ มาซามูเนะ ได้เปลี่ยนสถาปนาที่นี่เป็นวัดประจำตระกูลของตนครับ โดยได้จ้างช่างฝีมือจากทั่วประเทศให้เดินทางมาสร้างที่นี่ เช่นเดียวกับวัสดุที่เลือกใช้ของชั้นเลิศที่สุด วัดจุยกันจิจึงเป็นวัดศิลปะโมโมยาม่าที่งามยิ่ง

ปัจจุบันตัววัดได้รับการบูรณะจนอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ จุดเด่นของที่นี่คือมีประตูเลื่อนได้ที่ได้รับการตบแต่งด้วยภาพเขียนอย่างสวยงาม

by mTaira/ShutterStock

นอกเหนือจากตัววิหารหลักแล้ว ภายในวัดยังมีห้องครัวเดิมที่ในอดีตพระนิกายเซนใช้เป็นสถานที่ในการทำอาหารสำหรับพระสงฆ์และศาสนิก ซึ่งคุณสามารถเข้าไปชมได้ รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและปูชนียวัตถุอายุหลายร้อยปีครับ

ค่าเข้าชม: 700 เยน

3. ชมวัดโกไดโด

วัดโกไดโด (Godaido Temple) เป็นวัดขนาดเล็กริมทะเลซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมัตสึชิมะ ตัววัดสร้างโดยในช่วงศตวรรษที่ 9 และใช้สักการะเหล่าเทพเจ้าโกไดเมียว ซึ่งคุ้มครองชาวเมืองให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขครับ

วัดโกไดโด
by hiroyuki_k/ShutterStock

ตัววิหารหลักได้รับการปรับปรุงโดยดาเตะ มาซามูเนะ และได้ตบแต่งด้านในด้วยงานแกะสลักเป็นสัตว์ตำนาน 12 ราศีของจีนครับ

4. ชมวัดเอ็นสึอิน

วัดเอ็นสึอิน (Entsuin Temple) เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่เก็บรักษาร่างของดาเตะ มิตสึมุเนะที่ล่วงลับไปก่อนวัยอันควร ส่วนของสุสานนั้นได้รับการตบแต่งด้วยใบไม้ทองคำอย่างสวยงาม แต่มีความแปลกเพราะมีสัญลักษณ์ของชาติตะวันตก (เช่นดอกกุหลาบ) ปรากฏอยู่ด้วย

วัดเอ็นสึอิน
by Martin Capek/ShutterStock

สาเหตุก็คือตระกูลดาเตะสนใจในวิทยาการของชาติตะวันตก และรวมไปถึงศาสนาคริสต์ครับ

ด้านในตัววัดมีบ้านพักของดาเตะ มิตสึมุเนะใช้อาศัยระหว่างที่อยู่ที่โตเกียว หลังจากที่เขาล่วงลับ บิดาของเขาอย่างดาเตะ ทาดามุเนะได้ย้ายตัวอาคารดังกล่าวมาตั้งที่นี่ครับ นอกจากนี้ยังมีสวนกุหลาบสไตล์ตะวันตกอีกด้วย

ค่าเข้าชม: 300 เยน

5. ชมโรงน้ำชาคังรันเต

โรงน้ำชาคังรันเต (Kanrantei) เป็นโรงน้ำชาที่เคยเป็นของฮิเดโยชิมาก่อน และเคยตั้งอยู่ในปราสาทฟูชิมิในเมืองเกียวโตมาก่อน แต่ฮิเดโยชิได้มอบโรงน้ำชาหลังนี้ให้กับดาเตะ มาซามุเนะครับ

เมื่อดาเตะ ทาดามุเนะ ผู้เป็นบุตรได้สืบทอดตำแหน่งไดเมียว เขาได้ย้ายโรงน้ำชามาตั้งริมทะเลที่นี่ครับ และใช้เป็นสถานที่รับแขกบ้านแขกเมือง รวมไปถึงทูตจากรัฐบาลโชกุนครับ

เนื่องจากจุดนี้อยู่ริมทะเลจึงเป็นสถานที่ชมจันทร์เพ็ญที่สวยงามมาก ในสมัยเอโดะ ตระกูลดาเตะมักจะมาชมจันทร์ที่นี่บ่อยครั้งครับ

ปัจจุบันคุณสามารถเข้าไปนั่งดื่มชา พร้อมกับชมความงดงามของโรงน้ำชาได้ (ค่าชาอยู่ที่ 500 เยน ส่วนค่าเข้าชม 200 เยนครับ)

6. เกาะโอชิมะ

เกาะโอชิมะ (Oshima Island) เป็นเกาะขนาดเล็กที่เชื่อมกับแผ่นดินด้วยสะพานสีแดงสไตล์ญี่ปุ่น ภายในเกาะนั้นมีถ้ำมากมาย ทำให้ในสมัยก่อน ที่นี่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ครับ

เกาะโอชิมะ
by nita limo/ShutterStock

ภายในถ้ำปฏิบัติธรรมแต่ละแห่งนั้นจะมีเจดีย์ขนาดเล็กตั้งอยู่ บริเวณผนังถ้ำก็จะแกะสลักชื่อของพระแต่ละรูปอยู่ด้วย ถ้าคุณอยากสัมผัสบรรยากาศว่าพระญี่ปุ่นในอดีตปฏิบัติธรรมกันอย่างไร ผมมองว่าไม่มีที่ไหนดีกว่าที่นี่แล้วครับ

7. ชมซากุระที่สวนไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ

สวนไซเกียว โมโดชิ โนะ มัตสึ (Saigyo Modoshi No Matsu) เป็นสวนสาธารณะที่มีต้นซากุระมากถึง 260 ต้น และมีวิวเกาะแก่งของอ่าวมัตสึชิมะให้ได้ชมอีกด้วย ซึ่งคุณสามารถชมและถ่ายรูปวิวเหล่านี้ได้ในเฟรมเดียวครับ

ชมซากุระที่มัตสึชิมะ
by rujin/Shutterstock

ตัวสวนนั้นมีตำนานเล่าว่ากวีชื่อดังนามว่าไซเกียว (Saigyo) กำลังเดินทางไปแสวงบุญที่มัตสึชิมะ และได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่สวนแห่งนี้ ทั้งสองได้สนทนาธรรมและประลองทักษะกัน แต่ปรากฏว่าไซเกียวสู้ไม่ได้ ไซเกียวรู้สึกละอายจึงล้มเลิกแผนการเดินทางไปแสวงบุญทั้งหมด

8. เข้าร่วมเทศกาลต่างๆ

มัตสึชิมะเป็นเมืองที่มีเทศกาลน่าสนใจมากมาย อาทิเช่น

  • เทศกาลชมจันทร์เพ็ญที่โรงน้ำชาคังรันเต
  • เทศกาลฤดูใบไม้ร่วง (มีการเปิดไฟในช่วงกลางคืน)

9. ลิ้มรสพื้นเมืองของมัตสึชิมะ

มัตสึชิมะเป็นเมืองริมทะเล อาหารทะเลของที่นี่จึงโดดเด่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • หอยนางรมมัตสึชิมะ – คุณภาพดีสุดยอด มีให้รับประทานช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคมครับ
  • ปลาไหลน้ำเค็ม (anago)
หอยนางรมมัตสึชิมะ
by K_K VIP/ShutterStock

นอกจากนี้มัตสึชิมะยังมีชื่อเสียงเรื่องของหวานด้วยเช่นกัน เมนูอย่างมัตสึชิมะโคเร็น (Matsushima Koren) เป็นของทานเล่นที่มีความเป็นมาเกือบ 700 ปีเลยครับ

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!