หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น10 สถานที่เที่ยวโอตารุ (Otaru) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

10 สถานที่เที่ยวโอตารุ (Otaru) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

โอตารุ (Otaru, 小樽) เป็นเมืองท่าขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากซัปโปโร เมืองหลวงของจังหวัดฮอกไกโดของญี่ปุ่น ตัวเมืองมีบรรยากาศที่เงียบสงบและโรแมนติกเหมาะอย่างยิ่งกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และชมวิวครับ

สำหรับบทความนี้ ผมจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเมืองโอตารุคร่าวๆ และจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นลำดับถัดไปครับ

ความเป็นมาของเมืองโอตารุ (Otaru)

โอตารุเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ และมีความเกี่ยวพันกับชาวไอนุ (Ainu) ชนชาติที่อาศัยในเกาะฮอกไกโดมาตั้งแต่โบราณ ชื่อ “โอตารุ” เองก็น่าจะมาจากภาษาของชาวไอนุ โดยน่าจะแปลว่าแม่น้ำที่พาดผ่านหาดทราย หรือบ้างก็ว่าแปลว่า “หาดทราย” โดยตรงครับ

บทบาทของโอตารุในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นก่อนหน้ายุคเมจิถือว่าเป็นศูนย์ เพราะในเวลานั้นชาวญี่ปุ่นในปัจจุบันยังไม่ได้ปกครองดินแดนแถบนี้ด้วยซ้ำไป

เมืองโอตารุในปัจจุบัน เห็นคลองโอตารุจากมุมสูง
by Chen Fangxiang/ShutterStock

กว่าที่รัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าสำรวจและผนวกเกาะฮอกไกโดทั้งเกาะก็ปาเข้าไปปี ค.ศ.1869 แล้วครับ ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือญี่ปุ่นกลัวว่าจักรวรรดิรัสเซียจะเข้าครอบครองเกาะแห่งนี้และรุกรานญี่ปุ่นเป็นลำดับต่อไป

อย่างไรก็ดีหลังจากการผนวกเสร็จสิ้น รัฐบาลญี่ปุ่นก็ได้สร้างหมู่บ้านขึ้นที่บริเวณแห่งนี้ และได้พัฒนาเป็นเมืองท่าที่รุ่งเรือง ตัวเมืองได้ขยายใหญ่ขึ้นเพราะรัฐบาลได้สร้างทางรถไฟเชื่อมระหว่างซัปโปโรและโอตารุนั่นเอง เส้นทางรถไฟสายนี้ถือเป็นสายแรกของเกาะฮอกไกโดครับ

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โอตารุได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าขายของเกาะฮอกไกโด รวมไปถึงอุตสาหกรรมถ่านหินและประมงด้วย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวเมืองจึงโดนทิ้งระเบิดอย่างรุนแรง เมื่อหลังสงคราม การค้าขายต่างๆ จึงย้ายไปที่เมืองซัปโปโรแทนครับ

แม้ว่าจะไม่ได้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจอีกแล้ว โอตารุก็ยังเป็นเมืองท่าที่เงียบสงบ แต่ก็เป็นจุดพักเรือของชาวประมงมากมายที่ออกไปจับปลา ปู และกุ้งสดๆ จากท้องทะเลครับ

by wiraporn boonsoong/ShutterStock

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปเที่ยวโอตารุทำอย่างไร?

โอตารุอยู่ใกล้กับเมืองใหญ่อย่างซัปโปโรมาก คุณสามารถเดินทางไปอย่างง่ายๆ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ครับ

  • JR Hakodate Main Line – รถไฟขบวน Rapid Airport สามารถนำคุณจากเมืองซัปโปโรมายังโอตารุได้ภายในเวลา 32 นาทีเท่านั้น ส่วนตั๋วรถไฟอยู่ที่ 750 ต่อเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่ง่ายดายและสะดวกสบายที่สุดครับ
  • รถบัส – อีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือใช้บริการรถบัสอย่าง Hokkaido Chuo Bus หรือ JR Hokkaido Bus เวลาที่ใช้อยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมงครับ
  • เช่ารถขับ – คุณสามารถเช่ารถจากซัปโปโรและขับมายังโอตารุได้ โดยระยะทางจะอยู่ที่ประมาณ 36 กิโลเมตรครับ

ข้อมูลส่วนนี้อ้างอิงจาก Otaru Tourism Association (โปรดตรวจสอบที่เว็บต้นทางอีกครั้งก่อนที่จะออกเดินทาง เพราะข้อมูลสามารถเปลี่ยนแปลงได้ครับ)

ไปเที่ยวโอตารุช่วงไหนดี

ด้วยความที่โอตารุมีเทศกาลหิมะ ดังนั้นช่วงเวลาที่ดีที่สุดย่อมเป็นเดือนกุมภาพันธ์ในฤดูหนาวที่มีเทศกาลดังกล่าว ช่วงนี้บริเวณคลองของเมืองจะสวยงามและโรแมนติกอย่างมากเลยครับ

ส่วนช่วงอื่นๆ ก็จะเหมือนกับเมืองทั่วไปของญี่ปุ่น นั่นคือฤดูใบไม้ผลิจะมีซากุระ ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะมีใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งงดงามไม่แพ้เมืองใดครับ

ที่พัก

ถ้าอยากได้ที่พักในเมืองที่คุณภาพดีๆ ราคาเหมาะสม ผมแนะนำให้อ่านบทความที่พักโอตารุน่าจองของผมเพื่อประกอบการตัดสินใจครับ

1. เดินเล่นที่คลองโอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal) เป็นสายเลือดที่หล่อเลี้ยงเมืองท่าแห่งนี้มาตั้งแต่ในอดีต โดยมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับการขนย้ายสินค้าไปยังคลัง

แม้ว่าบางส่วนจะถูกถมไปบ้างเพื่อสร้างถนน แต่บริเวณคลองฝั่งเหนือยังคงความกว้างเหมือนกับเมื่อร้อยกว่าปีก่อนทุกประการครับ

คลองโอตารุ
by Sean Pavone/ShutterStock

ปัจจุบันฝั่งหนึ่งของคลองยังมีอาคารแบบเดิมที่เคยเป็นคลังสินค้า แต่ชาวเมืองได้เปลี่ยนเป็นร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ที่นี่จึงเป็นถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงที่สุด และเป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาเยี่ยมเยือนครับ

ช่วงที่บริเวณนี้สวยที่สุดน่าจะเป็นช่วงฤดูหนาวตอนกลางคืนที่มีหิมะโปรยปราย เพราะจะมีการจุดไฟที่ตะเกียงแบบเก่าตามถนน ทำให้บรรยากาศโรแมนติกมาก และมีความ vintage เหมือนกับได้ย้อนยุคไปในอดีตครับ

คลองโอตารุ (Otaru Canal) ในช่วงฤดูหนาว
by martinho smart/ShutterStock

สำหรับใครที่หลงรักการล่องเรือ คุณสามารถล่องได้ด้วยการจองผ่าน Otaru Canal Cruise ครับ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,500-1,800 เยนครับ (1,800 จะเป็นการล่องช่วงกลางคืน)

2. ชมเทศกาลหิมะ

เทศกาลหิมะของโอตารุมีชื่อว่าโอตาริ ยูกิ อการิ โนะ มิจิ หรือ Otaru Snow Light Path Festival ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลาสิบวันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

by Photchara7/ShutterStock

ตลอดช่วงนี้ชาวเมืองจะประดับประดาส่วนต่างๆ ของเมือง โดยเฉพาะบริเวณคลองโอตารุและย่านเทมิยะเซ็นไคโจ (Temiyasen Kaijo) ด้วยแสงไฟและรูปปั้นหิมะต่างๆ ทำให้บรรยากาศเหมาะสุดๆ กับการฮันนีมูนของคู่รักครับ

สิ่งที่ดีงามที่สุดคือเทศกาลนี้จัดคู่ขนานกับเทศกาลหิมะของซัปโปโรครับ ดังนั้นในทริปเดียว คุณสามารถเก็บหมดทั้งสองแห่งได้เลย

3. เดินชมตึกสวยๆ ในเมือง

เมื่อรัฐบาลเมจิผนวกฮอกไกโดเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นในช่วงศตวรรษที่ 19 นั้น ทางรัฐบาลได้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารและดูแลการพัฒนาเกาะฮอกไกโดที่โอตารุ

Bank of Japan Otaru Museum
Bank of Japan Otaru Museum by Tanya Jones/ShutterStock

ดังนั้นโอตารุจึงกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินของเกาะแห่งนี้ไปโดยปริยาย ธนาคารและบริษัทต่างมาเปิดสำนักงานที่นี่ ทำให้ดาวน์ทาวน์ของโอตารุได้สมญาว่าเป็นวอลสตรีทแห่งภาคเหนือ (Wall Street of the North) ครับ

ในปัจจุบันอาคารสำนักงานสวยๆ ที่สร้างขึ้นในช่วงนั้นได้กลายสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือเป็นตึกสวยๆ ที่คุณไปถ่ายรูปได้ อย่างเช่น

  • The Bank of Japan Otaru Museum
  • Otaru Museum
  • Former Mitsui Bank Otaru Branch
  • Former Nippon Yusen Co. Otaru Branch

4. ชมวิถีชีวิตชาวประมงที่นิชิน โกเทน

Nishin Goten (Herring Mansions) เป็นอาคารทรงสวยสีเลือดหมูที่ในอดีตเคยใช้เป็นที่อยู่ของชาวประมงที่ร่ำรวย รวมไปถึงจัดการปลาสดที่เพิ่งจับมาจากท้องทะเล

ในอดีตเคยตั้งอยู่นอกเมืองโอตารุ แต่ถูกย้ายมาในสถานที่ปัจจุบันช่วงปี ค.ศ.1958 คุณสามารถเข้าไปชมอุปกรณ์ที่ชาวประมงใช้จับปลาได้ครับ

5. เดินเล่นที่ถนนซากาอิมาจิ

ถนนซากาอิมาจิ (Sakaimachi Dori) เป็นถนนคนเดินที่มีประวัติย้อนไปได้ถึงยุคศตวรรษที่ 19 ที่มีการพัฒนาเมืองแห่งนี้ บ้านเรือนแต่ละหลังจะเป็นแบบตะวันตก แต่ก็มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นสอดแทรกอยู่ครับ

สองข้างทางของถนนมีร้านอาหารและร้านค้ามากมาย ดังนั้นเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่ามาเดินเล่นอย่างมากเลยครับ

นอกเหนือจากร้านค้าต่างๆ แล้ว ถนนซากาอิมาจิมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่น่าสนใจ อาทิเช่น

Otaru Music Box Museum – หรือพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ กล่องดนตรีเหล่านี้เป็นของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงของเมือง ด้านในจะจัดแสดงกล่องดนตรีหลากหลายชนิด และมีการแสดงดนตรีให้ชมอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ
พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ by Suchart Boonyavech/ShutterStock

Kitaichi Venezia Museum – พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตแก้วคิตาอิจิ ด้านในจัดแสดงศิลปกรรมแบบเวนิส โดยเฉพาะอย่างแก้วที่มีชื่อเสียงโด่งดังกว่า 3,000 ชิ้นครับ

6. ชมวิวที่ภูเขาเทนกุ

ภูเขาเทนกุ (Mt.Tengu) เป็นหนึ่งในจุดชมวิวเมืองโอตารุที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง คุณจะได้เห็นเมืองท่าแห่งนี้แบบพาโนรามา เช่นเดียวกับท้องทะเลสีน้ำเงินที่โอบกอดตัวเมืองไว้อย่างสวยงามยิ่งครับ วิวจากจุดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสามสุดยอดจุดชมวิวช่วงกลางคืนของฮอกไกโดเลยครับ (ร่วมกับฮาโกดาเตะและซัปโปโร)

วิวเมืองโอตารุ (Otaru) จากภูเขาเทนกุ
by Nita Limo/ShutterStock

การขึ้นไปจุดชมวิวนั้นง่ายดายมาก เพราะมีกระเช้า Otaru Tenguyama Ropeway ที่จะพาคุณขึ้นไปครับ ส่วนค่าใช้จ่ายไปกลับจะอยู่ที่ 1,400 เยน พอขึ้นไปถึงแล้วด้านบนมีร้านอาหารและคาเฟ่ที่คุณสามารถไปหาอะไรรับประทานพร้อมกับชมวิวสวยๆ ได้ครับ

ไม่เพียงเท่านั้นด้านบนยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่ง อย่างเช่น Otaru Ski Museum ที่เล่าประวัติความเป็นมาของการเล่นสกีในพื้นที่แถบนี้ รวมไปถึง Tengu Exhibition Room ที่จัดแสดงหน้ากากเทนงุถึง 700 ชิ้นจากทั่วญี่ปุ่นเลยครับ

สำหรับใครที่ไปที่นี่ช่วงฤดูหนาว ภูเขาแห่งนี้จะกลายเป็นสกีรีสอร์ท (Tenguyama Ski Resort) ที่มีกิจกรรมฤดูหนาวให้เล่น ไม่ต่างจากสกีรีสอร์ทยอดนิยมในญี่ปุ่นอย่างคิโรโระ, ฮาคุบะ, เมียวโกะ หรือยูซาวะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ Otaru Tenguyama ครับ

7. พายเรือคายัคที่ชายฝั่งโอโชโระ

ชายฝั่งโอโชโระ (Oshoro Coast) เป็นชายฝั่งที่มีภูเขาหินที่เว้าแหว่งรวมไปถึงถ้ำต่างๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลจากมหาสมุทร

นอกจากนี้บริเวณนี้ยังมีสัตว์ทะเลมากมาย นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางมาพายเรือคายัคกันที่นี่ครับ

8. ชิมอาหารเลิศรส

อาหารทะเลของโอตารุมีรสชาติเยี่ยม
by Veronica Paints/ShutterStock

โอตารุเป็นเมืองที่มีอาหารชั้นยอดให้ลิ้มลองมากมาย โดยเฉพาะ

  1. ซูชิและซาชิมิ – เนื่องจากเป็นเมืองชายทะเล โอตารุจึงมีอาหารทะเลชั้นยอดที่คุณภาพดีเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ดังนั้นถ้าคุณเป็นสาวกซูชิและซาชิมิ ที่นี่มีร้านให้เลือกมากกว่า 130 ร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านชั้นนำที่ Otaru Sushi Street นอกจากนี้คุณยังสามารถหาร้านดีๆ ได้ที่ Otaru Triangle Market ได้ด้วยเช่นกัน
  2. Otaru Ankake Yakisoba – ยากิโซบะสูตรของโอตารุที่มีจุดเด่นที่ซอสอันเข้มข้น ครับ
  3. Beko Mochi – โมจิสูตรของชาวเมืองโอตารุที่รสชาติหวานอร่อย
  4. ไอศกรีม – ไอศกรีมของที่นี่มีรสแปลกๆ อย่างเช่นรสอูนิ หมึกดำ ไปจนถึงรสเมลอน ใครที่ชอบการรับประทานไอศกรีมย่อมไม่ควรพลาดเช่นกันครับ

9. นั่งรถสองล้อชมเมือง

สำหรับใครที่ขี้เกียจเดิน แต่อยากชมบรรยากาศของตัวเมือง ลองเลือกใช้บริการของสองล้อคนลาก (Rickshaw) ซึ่งเป็นพาหนะช่วงศตวรรษที่ 19 ของญี่ปุ่นดูครับ

กล่าวคือคุณจะขึ้นไปนั่งบนรถสองล้อ (นั่งได้สองคน) และคนลากก็จะลากคุณไปชมจุดสวยๆ ของเมืองโอตารุได้อย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ดีราคาจัดว่าแรงมาก โดยอยู่ที่ 5,000 เยนต่อ 12 นาทีครับ แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแบบวินเทจก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยครับ ใครที่สนใจจองได้ที่ Ebisuya Rickshaw

10. ล่องเรือชม Blue Cave

Otaru Blue Cave เป็นถ้ำในทะเลที่มีน้ำทะเลสีน้ำเงินอันสวยงามอยู่ในนั้น ซึ่งเมื่อเปิดไฟแล้วจะมีสีน้ำเงินเรืองรองเลยทีเดียว (คล้ายกับ Blue Grotto หลายแห่งในยุโรป) ในการเดินทางคุณจะต้องซื้อทัวร์เรือเร็วออกไปครับ

Otaru Blue Cave สถานที่เที่ยวโอตารุที่ไม่ควรพลาด
by unterwegs/ShutterStock

ทัวร์ก็จะมาคุณชมตัวถ้ำ เช่นเดียวกับปากอ่าวและคาบสมุทรโดยรอบที่มีความสวยงามไม่น้อย การล่องเรือทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 80 นาที ส่วนค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 5,500 เยนครับ

References

สถานที่เที่ยวอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน

  • โนโบริเบทสึ – เมืองออนเซ็นอันดับต้นๆ ของฮอกไกโด ห่างจากโอตารุประมาณ 150 กิโลเมตร ดังนั้นสามารถไปได้ในทริปเดียวกันครับ
  • ทะเลสาบโทยะ – ทะเลสาบหลุมภูเขาไฟ วิวสวย น้ำใส น่าไปเที่ยวอย่างยิ่งครับ
Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!