หน้าแรกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่น4 ที่เที่ยวซึกิจิ (Tsukiji) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

4 ที่เที่ยวซึกิจิ (Tsukiji) และกิจกรรมน่าสนใจที่ไม่ควรพลาด

-

บทความของผมจะหาเจอยากขึ้นจาก search engine ถ้าเป็นไปได้โปรดเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อเข้าถึงบทความหรือแพลนทริปฟรี ซึ่งอำนวยความสะดวกคุณในการเดินทางครั้งต่อไปครับ ขอบคุณครับ
เพิ่มเพื่อน

ย่านซึกิจิ (Tsukiji) เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวชาวไทยรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji) หนึ่งในตลาดปลาที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก และเป็นสถานที่ซึ่งนักเดินทางนิยมไปลิ้มลองซูชิและซาชิมิสดใหม่ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

แม้ว่าตลาดปลาส่วนในที่มีการประมูลซื้อขายปลาจะย้ายไปที่ย่านโทโยสุ (Toyosu) ซึ่งอยู่ใกล้กับโอไดบะตั้งแต่ปี ค.ศ.2018 แต่ว่าตลาดปลาส่วนนอกที่เป็นร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ยังคงอยู่ ทำให้ที่นี่ยังได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเหมือนกับก่อนหน้านี้ครับ

รู้จักย่านซึกิจิ (Tsukiji)

ก่อนสมัยเอโดะ ย่านซึกิจิเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ติดกับแม่น้ำสุมิดะ ทำให้ไม่สะดวกต่อที่การปลูกสร้างที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ดีในสมัยเอโดะ รัฐบาลโชกุนได้ขุดคูเพื่อเป็นปราการป้องกันปราสาท รวมไปถึงขุดคูคลองเพื่อพัฒนาระบบชลประทาน (ทั้งในพื้นที่โตเกียว ไซตามะ และชิบะ) ทำให้มีดินจำนวนมหาศาลหลงเหลือจากการขุดดังกล่าว ท้ายที่สุดแล้วดินที่ว่าได้ถูกเคลื่อนย้ายมาถมพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณย่านซึกิจิแห่งนี้นี่เองครับ

หลังจากนั้นซึกิจิก็ได้เป็นที่ตั้งของบ้านพักของชนชั้นสูง (เพราะทำเลดี อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางของเอโดะ) เช่นเดียวกับวัดต่างๆ ที่ย้ายมาเพราะเกิดไฟไหม้ใหญ่ในเมืองเอโดะช่วงศตวรรษที่ 17 ครับ

ย่านซึกิจิ (Tsukiji)
by Sean Pavone/ShutterStock

เมื่อญี่ปุ่นเปิดประเทศในช่วงศตวรรษที่ 19 รัฐบาลเมจิตั้งใจจะพัฒนาเขตนี้ให้เป็นเมืองท่า แต่ทำไปทำมากลับสู้โยโกฮาม่าไม่ได้ ย่านนี้เลยกลายเป็นพื้นที่สำหรับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งของพลเรือนและกองทัพครับ

กรุงโตเกียวได้รับความเสียหายอย่างหนักในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเขตคันโตในปี ค.ศ.1923 ซึ่งรวมไปถึงตลาดปลาที่ย่านนิฮงบาชิด้วย ดังนั้นตลาดปลาแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นใหม่ที่ย่านซึกิจิในปี ค.ศ.1935 ครับ

บรรยากาศของตลาดปลาในย่านซึกิจิ (Tsukiji)
by iamshutter/ShutterStock

ตลาดปลาซึกิจิได้กลายเป็นศูนย์กลางของย่าน แต่ด้วยเวลาผ่านไปทำให้ตัวตลาดเริ่มล้าสมัย และพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการขายส่งอาหารทะเล ทำให้เคยมีโครงการจะย้ายตัวตลาดไปที่อื่นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1950 แล้ว ทว่าติดปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องการตกลงไม่ได้ระหว่างผู้เกี่ยวข้องไปจนถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม กว่าจะได้ย้ายจริงก็ปี ค.ศ.2018 เป็นอันปิดฉากตลาดปลาซึกิจิส่วนในอย่างเป็นทางการครับ

ข้อควรทราบ

การเดินทางไปย่านซึกิจิ (Tsukiji) ทำอย่างไร?

ย่านซึกิจินั้นอยู่ไม่ไกลจากย่านกินซ่า ดังนั้นใครที่พักที่กินซ่าสามารถเดินไปย่านซึกิจิช่วงเช้าโดยไม่ไกลนัก (ประมาณ 1 กิโลเมตร) หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือนั่งรถไฟไปลงที่ Tsukiji Station (Hibiya Line จากรปปงหงิ กินซ่า หรืออุเอโนะ) หรือ Tsukiji Shijo Station (Oedo Line จากสถานีชินจูกุ)

1. ตลาดปลาซึกิจิส่วนนอก

ตลาดปลาซึกิจิส่วนนอก (Tsukiji Outer Market) เป็นส่วนที่ขายอาหารให้กับบุคคลทั่วไป ในปัจจุบันตัวตลาดยังตั้งอยู่ที่เดิมขณะที่ตลาดส่วนในย้ายไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยครับ อย่างไรก็ดีอาหารทะเลของที่นี่ยังมีคุณภาพเหมือนเดิมกับในอดีต เพราะเหล่าเชฟก็ยังไปประมูลที่ตลาดแห่งใหม่ และนำมาเสิร์ฟให้กับลูกค้าครับ

เมนูที่ฮิตที่สุดคือที่นี่คือซูชิ ซาชิมิ หรือ ไคเซนด้ง ซึ่งมีมาในหลายคุณภาพและราคา แต่นักท่องเที่ยวจำนวนมากก็เคยให้ข้อมูลว่าร้านดังที่มีคนแน่นมักจะขายแพงกว่าร้านที่มีคนน้อยกว่าทั้งๆ ที่คุณภาพอาหารไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นคุณต้องเปรียบเทียบให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจเข้าคิวครับ

อาหารที่ตลาดปลาซึกิจิส่วนนอก
by Nataporn Sesthapaisarn/ShutterStock

ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่ช่วงตีห้าไปจนถึงบ่ายสองโมง แต่ทุกร้านไม่ได้จะเปิดพร้อมกัน ทุกร้านจะมีเวลาเปิดเป็นของตนเอง แต่ทุกร้านจะหยุดวันอาทิตย์ วันหยุดราชการของญี่ปุ่น และวันหยุดของตลาดครับ

นอกเหนือจากเมนูของดิบทั้งหลายแล้ว ตลาดปลาซึกิจิยังมีร้านอาหารอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นร้านแกงกะหรี่ ร้านข้าวหน้าปลาไหล ไปจนถึงคาเฟ่และของหวานต่างๆ เรียกได้ว่ากินได้ยาวๆ เลยครับ หลังจากกินเสร็จแล้ว คุณอาจจะไปสัมผัสบรรยากาศตลาดขายอาหารทะเลที่ตั้งอยู่ใกล้กัน หรือว่าเลือกซื้อเครื่องครัวอย่างเช่นมีดที่คมกริบครับ

by Princess_Anmitsu/ShutterStock

สำหรับใครที่เป็นสายมู คุณสามารถไปสักการะเทพเจ้าที่ปกปักรักษาที่นี่ได้ที่ศาลเจ้านามิโยเกะ (Namiyoke Shrine) ซึ่งช่วยให้ผู้ศรัทธาโชคดีและทำมาหากินได้คล่องครับ

2. สวนฮามะริคิว

สวนฮามะริคิว (Hamarikyu Gardens) เป็นสวนที่อยู่ในย่านซึกิจิ และเป็นพื้นที่หายใจที่ให้กับเขตที่แออัดและเต็มไปด้วยผู้คน ด้านในสวนมีต้นไม้หนาแน่น และสระน้ำเช่นเดียวกับสวนญี่ปุ่นทั่วไป นอกจากนี้ยังมีโรงน้ำชาให้เข้าไปลองชาเขียวเลิศรสด้วยครับ ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มีดอกพลัมและซากุระให้ได้ชมครับ

สวนฮามะริคิว
by KaZT/ShutterStock

ในอดีตที่นี่เคยเป็นสถานที่ล่าสัตว์ของโชกุนโตกุกาวะ แต่ได้ปรับภูมิทัศน์เป็นสวนสาธารณะหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองครับ

3. วัดซึกิจิฮงกันจิ

วัดซึกิจิฮงกันจิ (Tsukiji Hongganji) เป็นวัดที่ไม่เหมือนกับวัดญี่ปุ่นอื่นใด นั่นก็เพราะตัววัดถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบวัดฮินดูในอินเดีย ส่วนด้านในนั้นมีองค์ประกอบของ Art Deco อยู่ด้วย ความเป็นญี่ปุ่นที่มีอยู่น่าจะเป็นแค่ตัวอักษรคันจิหน้าวัดเท่านั้นครับ แต่โดยรวมแล้วก็สวยงามน่าไปชมเช่นกัน

วัดซึกิจิฮงกันจิ
by Richie Chan/ShutterStock

4. สึกิชิมะ

สึกิชิมะ (Tsukishima) เป็นเกาะที่คุณจะต้องเดินข้ามสะพานไปจากซึกิจิ เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของถนนมอนจา ซึ่งเป็นศูนย์รวมของร้านขายมอนจายากิ (Monjayaki) แพนเค้กอาหารทะเลที่เป็นเมนูยอดนิยมของชาวโตเกียว (แต่จากที่เคยลอง ผมไม่เคยชอบเท่าไรนัก) ถ้าใครชอบเมนูนี้ ที่นี่ไม่ควรพลาดไปเยือนทุกประการครับ

มอนจายากิที่สึกิชิมะ
by Kohuku/ShutterStock

References

Pun Anansakunwat
Pun Anansakunwat
ผู้ชื่นชอบการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะถ้าทริปนั้นได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับสิ่งที่จ่ายไป ทั้งนี้ผมรักที่จะค้นหาธรรมชาติ ศึกษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสถานที่ที่เดินทางไปครับ

ติดตาม Tourist Sense

แนะนำสำหรับช่วงฤดูร้อน

โรงแรมน่าจองในโตเกียว

บทความล่าสุด

error: Content is protected !!